บทที่ 16 บทที่15
หลายปีก่อน
ณ โรงเรียนใหญ่นานาชาติใหญ่สุดของเมือง
แพทริเซียผู้ย้ายกลับมาบ้านเกิดของบิดาได้ย้ายเข้ามาเรียนกลางคัน แน่ละ ถึงแม้บ้านของเธอจะทั้งร่ำรวยมีอำนาจ แต่เด็กที่เข้าเรียนที่นี่แทบทุกคนก็ร่ำรวย มีชื่อเสียงไม่ต่างกัน ที่สำคัญพวกเขาต่างเติบโตมาด้วยกัน
เด็กสาวที่เข้าเรียนกลางคันจึงไม่ต่างจากแกะดำของชั้นเรียน
"นังนี่นึกว่าตัวเองแน่นักหรือยังไง?"เสียงขู่เข็ญจากรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าเพียงปีเดียวดังขึ้น ร่างสมส่วนในชุดนักเรียนนานาชาติถูกผลักเข้าผนังตึก
โดยมีเพื่อนสาวร่วมห้องยืนเกาะอก ส่งยิ้มเย้ยหยันมาให้ เจ้าหล่อนหมั่นไส้เธอตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงเรียน อีกทั้งยังหาว่าเธอแย่งแฟนอีกต่างหาก
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เถียง เดอะแก๊งไฮโซสก๊อยก็ง้างมือตั้งใจทำร้าย และภาพก็ราวกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเมื่อใครบางคนคว้าข้อมือนั้นไว้
แพทริเซียจำเขาได้ทันที 'วโรดม' เด็กหนุ่มสุดฮอตประจำสายชั้น และเป็นเพื่อนร่วมห้องของเธอนั่นเอง
เขามีรูปร่างสูงอกกว้างเอวสอบ ผิวขาวจัด..ดวงตาคมดำเข้ม จมูกโด่งขึ้นสัน ผมสีดำสนิท อาจเพราะรูปร่างที่สูงกว่าเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ความโดดเด่นจึงทะลุทะลวงขึ้นมาเหนือใครๆ
ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่เด็กสาวรู้สึก 'ตกหลุมรัก' ใครสักคน เธอเฝ้ามองเขาเวลาอยู่ในห้องเรียน เวลาที่เขาเล่นบาสกับกลุ่มเพื่อนแสนมีเสน่ห์ เธอชอบเวลาเขายิ้มกว้าง
ผู้ชายสุดฮอตแสนใจดีคนนั้น เป็นเพื่อนที่ดีกับทุกคน
แต่ไม่กี่วันต่อมาความจริงก็กระแทกหน้า เขามีแฟนอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นรุ่นน้องในโรงเรียนเดียวกัน และยังเรียนอยู่มัธยมต้น
อีกทั้งไม่ใช่ลูกสาวผู้มีอิทธิพลที่ไหน เป็นเพียงลูกคนงานในบ้าน ไม่มีอะไรเหมาะสมกับเขาแม้แต่น้อย
คนทั้งคู่มาโรงเรียนด้วยกัน..กลับด้วยกัน
อาจเพราะคฤหาสน์ของตระกูลอยู่ไม่ไกล..บางทีจึงมักเห็นเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายขับจักรยาน และมีเด็กหญิงตัวเล็กซ้อนด้านหลัง
ภาพที่เห็นพาให้คนแอบรักใจเจ็บเป็นพักๆ
ทำไมคนที่ซ้อนจักรยานไม่ใช่เธอ?
เธอยินยอมเสียสละทุกอย่างในชีวิต..เพื่อแลกกับการเป็นแฟนเขา
เธอไม่อยากเป็นแค่ 'เพื่อน'
ชีวิตช่วงนั้น..ลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าสัวที่จดจ่ออยู่บนความทุกข์กับความรักที่ไม่สมหวัง..ร้อนถึงคนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่สปอยลูกสาวมาตลอดชีวิตที่คอยปลอบโยน
ดาวเดือนถ้าหามาให้ลูกได้เขาก็จะทำ
แต่แล้วสวรรค์ก็เหมือนเป็นใจ เมื่อคุณย่าของวินเสนอเรื่องการแต่งงานมาให้..เธอมีเวลาสามปีเพื่อให้เขาใจอ่อน
แน่ละ..เธอตอบตกลงโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ว่าบิดาเป็นคนไปช่วยยื้อแย่งสัญญาเรื่องการแต่งงานมาให้ อีกทั้งไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิดที่จะแย่งคนรักของคนอื่น
เขารักผู้หญิงคนนั้นได้..ก็เลิกรักได้..เธอมั่นใจ!!
ทว่าในชาติที่แล้วหลังแต่งงาน เขาแทบไม่ให้โอกาสเธอในการทำคะแนนแม้แต่นิด ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความเหินห่าง..เย็นชา
ดวงตาคมเข้มที่เคยมองมาอย่างเป็นมิตรในฐานะเพื่อน...กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
แม้เธอพยายามบอกเขาว่าเธอไม่ได้วางแผนจะจับเขา
แต่เขาก็ไม่เชื่อ..หัวใจรักของเขายังติดอยู่ที่ผู้หญิงอันเป็นรักแรก
ยิ่งผู้หญิงคนนั้นกลับมาในชีวิต..สามีของเธอก็ยิ่งทำตัวใจร้ายขึ้นมาก ทั้งถ้อยคำเสียดสีรุนแรง หรือแม้แต่จับเธอขังไว้เพื่อไม่ให้ไปยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงของเขา
ตอนนั้นเธอคิดว่ามันเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก
แต่มาชาตินี้..เมื่อแฟนเก่าเขากลับมา สถานการณ์ที่ควรจะเลวร้ายกลับเงียบสงบไร้คลื่นลม...เขาเพียงวางตัวในฐานะเพื่อนที่หวังดี
เธอจึงค้นพบว่าอย่างน้อย 'ความโกรธเกลียด' มันส่งผลให้เรา 'ใกล้ชิด' กัน มันดีกว่าความสุภาพมีระยะ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ที่ชวนให้ใจวูบโหวง
ก่อนเวลาสองเดือนในสัญญาแต่งงานจะสิ้นสุดลง เธอต้องทำให้ผู้หญิงคนนั้นเผยธาตุแท้ออกมาให้จนได้!
"คุณมาทำอะไรที่นี่?" คนตัวเล็กหน้าหวานทักถามเสียงเย็น เมื่อไอ้ผู้ชายตัวโตมายืนหน้านิ่งอยู่หน้าประตู ไหล่แกร่งเบียดตัวเข้ามาในห้องโดยเจ้าของห้องไม่ทันอนุญาต
แก้วกัลยาทำได้เพียงแต่ยืนฮึดฮัดหงุดหงิด เป็นเพราะเขาไม่ใช่เหรอ เธอถึงโดนกลั่นแกล้งไม่ได้หยุด
"กลิ่นอะไร หอมจัง" เสียงทุ้มเลือกจะถามกลับ จมูกโด่งขึ้นสันได้รูปสูดหาที่มาของกิน
บนโต๊ะกินข้าวตัวน้อยมีอาหารเมนูง่ายๆ หน้าตาน่าทาน โดยเฉพาะแกงข่าไก่ใส่หัวปลีของโปรดก่อนที่เจ้าของห้องคนสวยจะทันได้อนุญาตให้ร่วมโต๊ะ
"รู้ได้ไงว่าพี่จะมากินข้าวด้วย" ใบหน้าหล่อเหลาหันมาถามยิ้มๆ หญิงสาวทำได้เพียงถอนหายใจพรืดใหญ่ ก่อนจะย้อนคนหลงตัวเองไปว่า
"ทำไมคิดว่า แก้วทำเผื่อพี่ล่ะ"
"เธอไม่ชอบกินต้มข่าไก่"
"...."
"แก้วชอบ" เสียงหวานเถียงทันควัน ก่อนชะงักงันไปเมื่อสบสายตาคมเข้มเต็มไปด้วยความสงสัย
ความทรงจำของร่างเดิมย้อนกลับคืนมา
ใช่! ในอดีตแก้วกัลยาไม่ชอบเมนูจำพวกแกงกะทิ ยิ่งต้มข่าไก่หญิงสาวแทบไม่แตะเลย แตกต่างจากตัวเธอในอีกภพชาติที่ชอบกินมาก
ริมฝีปากสีหวานเม้มแน่น พร้อมกับแก้ตัวเสียงขุ่น
"เวลาเปลี่ยน คนเราก็เปลี่ยน..ขนาดพี่วินเองยังแต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วเลย"เสียงหวานตอบขำๆ ไร้ร่องรอยหึงหวงแม้แต่กระผีก ช่างแตกต่างจากน้องน้อยที่ชอบตัดพ้อต่อว่าในภพชาติที่แล้วราวกับคนละคน
"อืม แต่งแล้วไม่คิดหย่า" เขาประชดออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่ไอ้คนที่หวังว่าจะหึงหวงดันพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันเสียอย่างงั้น
"แก้วเห็นด้วยค่ะ เพราะงั้นคุณวินกลับไปได้แล้วค่ะ"
"ทำไม ฉันต้องกลับด้วยล่ะ บ้านฉัน..ฉันจะทำอะไรก็ได้" คนตัวโตยังยกข้ออ้างเดิมๆ มาใช้
"แต่คุณวินบอกแก้วเองนี่ค่ะ ว่าจะไม่หย่า"
"ก็ใช่ ไม่หย่า! เพราะงั้นเธออย่าคิดหวังว่าจะขึ้นมาเป็นเมียตีทะเบียน" ไอ้พระเอกธงแดงลอยหน้าลอยตาตอบให้หญิงสาวเจ็บเหมือนที่เขาเจ็บ
ทว่าแก้วกัลยากับกอดอกยืดตัวตรงเถียงกลับ
"เหรอ? แล้วทำไมแก้วต้องอยากแต่งกับผู้ชายอย่างคุณด้วยล่ะ?"
"..."
"เอาตรงๆ นะคะ นอกจากหน้าตากับฐานะ..อย่างอื่นคุณสู้ผู้ชายคนอื่นไม่ได้แม้แต่นิด" น้ำเสียงราบเรียบจริงใจ
โดยเฉพาะคำว่า 'ผู้ชายคนอื่น' กระแทกเข้ากลางใจผู้ชายตัวโตเสียเหลือเกิน
"เธอหมายถึงผู้ชายคนไหน?"
"คนไหนก็ได้ค่ะที่ไม่ใช่คุณวิน"
"ปากดี!!" พูดจบมือแข็งราวกับคีมก็ดึงคนตัวเล็กกว่าเข้าหาตัว เดิมแค่ต้องการมาก่อกวนให้เจ้าหล่อนเจ็บปวดใจเล่นๆ แต่ใครจะไปคิดดันเป็นเขาเองที่รู้สึกแย่เสียเอง
"ปล่อย"
"ไม่ปล่อย! บอกมาก่อนผู้ชายที่ว่าใคร?"เสียงขู่เข็ญราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พาให้เธอขนลุกซู่ นี่หล่อนไม่เข้าใจสักนิดนางเอกในนิยายทำไมมาหลงรักผู้ชายไบโพลาร์แบบนี้ได้ยังไงกันนะ
"ตอบมาดิ เงียบทำไม"
"ทำไมแก้วต้องตอบด้วยล่ะ แก้วจะชมผู้ชายคนไหนก็เรื่องของแก้ว แล้วนี่ไม่ปล่อยใช่ไหม?" เสียงหวานเล็กขู่ฟ่อ ก่อนจะกัดเข้าให้ที่ข้อแขนเต็มแรง
"โอ๊ย นี่เธอทำอะไรของเธอวะเนี่ย"
"ก็คุณวินไม่ยอมปล่อย..แก้วเลยต้องแบบนี้"
"...."
"แล้วแก้วถามจริงเถอะ ประกาศป่าวๆ ว่าไม่หย่า แล้วทำไมไม่ปล่อยแก้วไปสักที" คนตัวเล็กพูดพร้อมกับหลุบตาดูกำไลข้อเท้าอย่างหงุดหงิด ทว่าคำตอบที่ได้รับกับพาให้หล่อนหัวร้อนขึ้นไปอีก
"ฉันอยากทำอะไรก็เรื่องของฉัน เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย"
"เกี่ยวซิคะ ในเมื่อคุณรักผู้หญิงคนนั้นแล้ว คุณไม่คิดว่าเมียคุณจะไม่เสียใจที่สามีพารักแรกเข้าบ้านเหรอ?" เธอย้อนถามกลับเสียงขุ่น
วโรดมเกือบจะตอบทันควันอยู่แล้วว่า 'ไม่เคยรัก' ผู้หญิงคนนั้นเลย แต่ทว่าภาพวีรกรรมเลวๆ ที่เธอเคยทำในอดีตก็ย้อนกลับมา โดยเฉพาะเรื่องที่เธอเลือกจะ 'ตาย' ทิ้ง 'เขา' ไปก่อน มันพานให้ปากหนัก
"คุณวินคะ จำไว้นะคะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะพอใจให้สามีที่ตัวเองรักควงผู้หญิงมาเย้ยถึงที่หรอก.. นั่นคุณทำอะไร ใครอนุญาตให้คุณกินข้าวที่นี่" แก้วกัลยาแทบร้องเมื่ออีตาพระเอกธงแดงของเรื่องเลือกที่จะแย่งกินข้าวเธอเฉย
"คุณวิน คุณฟังแก้วอยู่ไหม?"
"พูดมากจัง จะกินไหม? ถ้าไม่กินพี่กินหมดนะ" คนตัวโตที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เปลี่ยนสรรพนามตามอารมณ์ หญิงสาวเจ้าของห้องจำใจต้องนั่งทานอย่างเสียไม่ได้ด้วยขี้เกียจทำอาหารใหม่
ถ้ากลับโลกเดิมได้ เธอจะทำบุญล้างซวย อุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร..ไม่ให้พบเจอกันอีกเลย
