บทที่ 24 บทที่23
ก่อนงานเลี้ยงวันเกิดท่านเจ้าสัวสมพงษ์
แพทริเซียค่อนข้างหงุดหงิดใจไม่น้อย..ลึกๆ ทำได้แต่บอกตนเองว่าให้รอถึงวันงาน
ยัยลูกคนใช้ย่อมรู้จะได้รู้ตัวว่าตนเองหาได้คู่ควรกับวินแม้แต่นิด ที่สำคัญหล่อนจะได้กลายเป็นภรรยาทางพฤตินัยโดยสมบูรณ์
ทว่าในชาตินี้หลายอย่างดูผิดแผนไปหมด หล่อนอุตส่าห์ลงทุนนั่งร้องห่มร้องไห้ให้คุณพ่อกับคุณลุงฟังเรื่องโดนสามียื่นใบหย่า
แน่ละ คุณลุงถึงขนาดลงทุนนัดคุยกับท่านเจ้าสัวเรื่องประมูล แต่ดูเหมือนว่า..คนที่เห็นครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่งในวันนี้กลับดื้อดึง
ยังคงให้เลขามาย้ำเรื่องนัดเซ็นใบหย่า หรือเขาจะเลือกนังนั้น และจะไม่สนใจบริษัทจริงๆ?
ส่วนทางแก้วกัลยาในชาติที่แล้ว ช่วงวันแรกๆ ที่เจอกันเจ้าหล่อนยังมีความเจียมเนื้อเจียมตัว
ก่อนจะมาประกาศเป็นศัตรูหลังงานวันเกิดทั้งเจ้าสัว จนเผยนิสัยน่ารำคาญของคนขี้หึงออกมา..ผู้ชายทุกคนย่อมไม่ชอบนิสัยนี้..แม้แต่วินเองก็เช่นกัน
ความสับสนตีกันยุ่งเหยิงในหัว
แต่ที่ชัดเจนในความรู้สึกคือ ชาตินี้ถ้าหล่อนต้องหย่า หล่อนจะหย่าให้..เพียงแต่ขอลูกติดท้อง เพราะหล่อนรู้เนื้อแท้ของสามีเป็นคนรับผิดชอบมากแค่ไหน
ขอแค่มีลูก...เขาก็จะกลับมา
ณ ตึกของบุตรชายคนสุดท้องตระกูลทรัพย์รุ่งโรจน์
หญิงสาวผู้เป็นแขกรับเชิญโดยไม่ตั้งใจกำลังนั่งน่าเครียด บนโต๊ะมีกระเป๋าผ้าใบใหญ่..ในนั้นมีผลตรวจชาสมุนไพรที่พึ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ
ทว่าตอนนี้ปัญหาหลักคือหล่อนจะบอกเขายังไงดีว่าเขาถูกปองร้าย
ที่สำคัญหล่อนเองก็ไม่รู้ว่าใครคือคนร้ายกันแน่...ในเมื่อชาติที่แล้วเธอตายก่อนเพื่อน
อีกทั้งการที่หล่อนรู้ว่าเขาถูกวางยาก็มาจากในนิยาย..แถมบทบรรยายตรงส่วนนั้นคนเขียนก็ดันไม่ยอมคลายปม แกล้งทำตกหล่นซะอย่างงั้น
ทุกวันนี้หล่อนยังสงสัยว่าใครกันที่พาหล่อนย้อนกลับมาในอดีต และหล่อนสมควรเข้าไปยุ่งในชะตาชีวิตคนอื่นไหม?
และดูเหมือนตัวชนายุสเองก็จับสังเกตความผิดปกติของเพื่อนคนใหม่ได้ โดยเฉพาะริ้วรอยความกังวลบางอย่างที่พาดผ่านดวงตารูปกวาง
"แก้วลองทานนี้ดู" มือใหญ่เลื่อนจานอาหารว่างที่สั่งมาจากร้านดังไปตรงหน้าแขกคนสวย
"ขอบคุณค่ะ คุณยุส"
"พี่บอกให้เรียกพี่ไง เรียกคุณอีกแล้ว"
"..."
"ให้โอกาสพูดใหม่อีกครั้ง" คนหน้าหล่อย้ำเสียงนุ่ม พาให้คนอายุน้อยกว่าส่งยิ้มเขินๆ ไปให้
"ค่ะ พี่ยุส"
"น่ารักมากครับคนสวย"
"..."
"ว่าแต่อาทิตย์หน้าวันเกิดคุณพ่อมีจัดงานกันนิดหน่อย แก้วไปด้วยกันนะ"ชายหนุ่มพิการเอ่ยเชื้อเชิญเสียงนุ่ม
แก้วกัลยาถึงกับคอแห้งผาก..ช่วงนี้เป็นอะไรกันนะ เห็นหน้าเธอมีแต่ชวนไปงาน
"คือแก้วว่า..แก้วไม่เหมาะกับงานประเภทนั้นหรอกค่ะ"
"ไม่เหมาะยังไง"
"คือ...แก้วเป็นแค่ลูกคนใช้"
"ผิดแล้ว...แก้วไม่ใช่แค่ลูกคนใช้ แต่แก้วคือเพื่อนของฉัน" ชนายุสแย้ง..ถ้าให้ดีถ้าเจ้าหล่อนอยากเลื่อนจากเพื่อนเป็น 'สถานะอื่น' เขาก็ยินดี
"แก้วว่า...อย่าดีกว่าค่ะ เอ่อ..พี่ยุสคะ พอดี..แก้วมีเรื่องจะคุยกับพี่"
"ครับ"
"คือ..ชาสมุนไพรที่พี่ทานทุกวัน..มัน" ทว่าก่อนที่แก้วกัลยาจะทันได้อธิบายอะไรเพิ่ม เสียงน่าเกรงขามจากประมุขของตระกูลก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน
"แก้วกัลยา..เธอมาทำอะไรที่นี่!!!"
"คุณพ่อ..มาได้ยังไงครับ" คนที่ตอบกลับเป็นลูกชายคนสุดท้อง
ด้วยนานทีปีหนท่านเจ้าสัวจะมาเยือนเรือนเล็กสักครั้ง
สีหน้าประมุขของตระกูลบึ้งตึง ด้วยก่อนหน้านี้พยายามกีดกันเจ้าหล่อนให้ออกห่างจากหลานชายสุดที่รัก แต่ไม่ทันไร..นังลูกคนใช้กลับวิ่งล่อมายั่วยวนลูกชายเขาเสียอย่างงั้น
"หึ ถ้าฉันไม่มาเองก็คงไม่รู้หรอกว่าแกจะเอาคนใช้ขึ้นมาทำเมีย"
"คุณพ่อ!! คุณพ่อพูดอะไร..แก้วไม่ใช่เมียผม...ผมแค่ชวนเธอมากินของว่างเท่านั้น" ชนายุสถึงกับอุทานเสียงหลง ก่อนจะรีบผินหน้าไปทางเพื่อนต่างวัยอย่างรู้สึกผิด
"หึ..แกคงไม่รู้ซินะ ว่าผู้หญิงคนนี้เคยคั่วกับเจ้าวินอยู่"
"คุณพ่อ...ไปกันใหญ่แล้ว..แก้วเธอกลับไปก่อนเถอะ"
เมื่อเจ้าของเรือนพยายามลดแรงปะทะ แก้วกัลยาเองย่อมเห็นด้วย...ถึงแม้จะเจ็บใจที่โดนดูถูก
แต่จะทำไงได้ล่ะ..ก็ในชาตินี้ทั้งอำนาจ เงินตรา วาสนา ใดๆ หล่อนล้วนไม่มีสักอย่าง
ดังนั้นหล่อนเองก็ไม่โง่พอที่จะเอาหน้าไปรับปัญหาเพิ่มเป็นแน่!
ทว่าชีวิตแก้วกัลยาไม่เคยง่ายฉันใดก็ยังไม่ง่ายฉันนั้น เมื่ออดีตคนรักผู้ไปกินรังแตนจากไหนไม่รู้เดินหน้าบึ้งหน้าบูดบุกเข้ามาถึงเรือน
ใบหน้าสวยหวานถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะละมือจากการนวดแป้งเพื่อทำบัวลอยไข่หวาน
"ทำอะไรอยู่" คำถามแรกของคนที่ทำตัวเป็นเจ้าของชีวิต ถึงกับทำให้ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น
"ล้างห้องน้ำอยู่มั้งค่ะ"
"เดี๋ยวนี้ชักเก่งใหญ่แล้วนะ ฉันถามเธอดีๆ นะแก้ว"
"..."
"ฉันจะถามเธออีกครั้ง เลือกเอาจะตอบดีๆ หรือว่าจะตอบด้วยน้ำตา" ไอ้ผู้ชายตัวโตย่างสามขุม พร้อมกับส่งเสียงขู่ฟ่อๆ แก้วกัลยาจำใจต้องตอบกลับอย่างเสียไม่ได้
"คุณวินก็เห็นอยู่..แก้วกำลังทำขนมอยู่ค่ะ...พรุ่งนี้กะว่าจะเอาไปถวายพระ"
"อือ...แล้วเสร็จหรือยังล่ะ?"
"กำลังทำอยู่ค่ะ"เสียงหวานตอบตามตรง ไอ้ผู้ชายตัวโตผู้เป็นแขกไม่ได้รับเชิญกลับเลือกจะเดินไปล้างมือ ก่อนที่จะมายืนเก้ๆ กังๆ ข้างๆ
ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอันคุ้นเคย..คล้ายกับกลิ่นน้ำหอมที่หล่อนทำขาย..บังเอิญมั้ง?
คนหน้าสวยเลือกจะเบี่ยงตัวออกมาเล็กน้อย
"อันนี้ต้องนวดใช่ปะ?"
"ค่ะ" เธอตอบอย่างเสียไม่ได้..ไม่รู้เขาจะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับหล่อนเพื่ออะไร?
ความคิดจะไลฟ์ทำขนมจึงถูกโยนทิ้งไว้ก่อน ครั้นจะเอ่ยปากไล่ก็กลัวจะโดนพูดถากถางทวงเงินให้อารมณ์เสีย
ในหัวมีแต่จำนวนเงินที่ต้องหามาใช้เขา กำไลemที่เท้าจะได้ถูกถอดออกสักที
บรรยากาศภายในห้องจึงกลับมาเงียบสงบ มีเพียงเสียงนวดแป้ง..ปนลมหายใจแผ่วเบา
ดวงตาคมเข้มอ่านไม่ออกของคนที่ประกาศป่าวๆ ว่าเกลียดแอบชำเลืองมองอดีตคนรักด้วยหางตา
ใบหน้าเล็กใสสะอาดบัดนี้มีเม็ดเหงื่อเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม ด้วยอดีตเรือนร้างแห่งนี้ปราศจากเครื่องปรับอากาศ มีเพียงพัดลมที่หมุนไปมา
เจ้าหล่อนก้มหน้าก้มตาทำขนมที่อยู่ตรงหน้า..พอปล่อยวางความโกรธในชาตินี้ เก็บความรู้สึกแค้นเคืองที่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวในชาติที่แล้ว..จึงตกตะกอนเหลือเพียงความรักใคร่เอ็นดูอย่างที่เคยมีมา..แววตาคมเผลอมองอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว
เขาจึงพึ่งสังเกตเห็นว่า..แก้วเองก็มีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป..ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความโกรธเกลียด..เดิมคิดว่ามาจากการที่เขาจับเธอมาขังไว้..กักขังอิสรภาพ
ซึ่งที่เขาทำไปก็เพื่อปกป้องเธอไม่ให้ไปก่อเรื่องวุ่นวายจนไปเหยียบตาปลาใครบางคนจนถูกฆ่า
ทุกวันนี้ถึงแม้จะต้องรับความเกลียดชังจากเธอเขาก็ยินดี
ทว่าท่าทีไร้เยื่อใยราวกับตัดใจจากเขาได้สิ้นเชิง...ชวนให้ปวดใจพิกล อีกทั้งยังนึกสงสัยครามครั้นว่าเจ้าหล่อนมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติไป
อย่างเช่นในภพชาติที่แล้วอย่าว่าแต่น้ำหอมเลย ขนมนมเนยก็ทำไม่เป็น
แก้วยังคงเป็นแก้ว..แต่ขณะเดียวกันก็ราวกับไม่ใช่หนูแก้วที่เขารู้จัก ความสงสัยคันยุบยิบภายในใจ คิ้วเข้มถึงกับขมวดยุ่ง ปากเองก็ไวกว่าความคิด
“แก้วทำขนมเป็นตั้งแต่เมื่อไร?”
“…”
“แก้วมีอะไรอยากเล่าให้พี่ฟังไหม” น้ำเสียงต่ำแหบพร่าที่เคยพาให้ใจหลงใหลซักไซ้ สรรพนามเปลี่ยนมาสนิทชิดเชื้อโดยไม่รู้ตัว มือเล็กสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหลุบลงเพื่อปิดบังความกลัวในใจ
หรือเขาจะรู้ว่าหล่อนเคยไปเกิดเป็นคนอื่นในหนึ่งภพชาติ ก่อนจะย้อนเวลากลับมาในอดีต?
“เธอเป็นใครกันแน่?”
