บทที่ 26 บทที่25

ตอนที่วโรดมกลับมาถึงห้อง เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะเลือนหายไป เขาแทบไม่รู้ตัวแม้แต่นิดว่ากลับมาถึงห้องได้ยังไง

ดวงตาคมกริบแห้งผากจ้องมองเช็คเงินสดจำนวนยี่สิบล้านบาทไม่วางตา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะกดยิ้มหยันให้กับตนเอง

ตั้งแต่เมื่อไร? ที่เธอรู้จักผู้ชายคนนั้น? 

แล้วทำไมคุณอาผู้แสนจะเย็นชาถึงยอมเสียเงินมากมายให้แก้วด้วย..หรือทั้งคู่มีความสัมพันธ์เกินกว่าที่เขาจะรู้ได้

เมื่อคิดว่า 'คนสำคัญ' ที่อดีตคนรักเคยพูดถึงจะหมายถึงผู้ชายคนนี้ ก็พาให้ใจเจ็บ 

ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต..บางทีการที่แก้วถูกคุ้มครองด้วยคุณอาอาจเป็นเรื่องดีก็เป็นได้ ที่สำคัญเขามีเรื่องที่ต้องทำเช่นกัน..คิดได้ดังนั้นดวงตาคมจึงเปลี่ยนเป็นเย็นชาน่ากลัวโดยไม่รู้ตัว

ณ อดีตเรือนร้างหลังคฤหาสน์

หญิงสาวต่างภพนั่งทรุดตัวอยู่บนเตียงนอน ดวงตารูปกวางใสซื่อหลุบมองข้อเท้าขาวสะอาดที่บัดนี้ไร้เครื่องพันธการขวางกั้นด้วยความฉงนใจเล็กน้อย

ทำไมพี่วินถึงยอมปล่อยตัวเธอง่ายๆ ขนาดนั้นนะ?

'ตกลง ยี่สิบล้านใช่ไหม? ตามฉันมาซิ' เสียงคนเป็นอาติดจะเย็นชาไม่น้อย ก่อนเจ้าตัวจะเข็นรถนำไปยังห้องสมุดที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน

ซึ่งพระเอกของเรื่องก็ยินยอมปล่อยตัวเธอเป็นอิสระง่ายๆ แบบนั้น ส่วนผู้ชายอีกคนมีข้อเรียกร้องให้เธอไปทำงานแทนพี่พยาบาลช่วงเช้าแทน ก่อนรอยยิ้มหวานจะผุดขึ้นบนริมฝีปาก

หล่อนเป็น ‘ไท’ แล้ว

แก้วกัลยาบิดตัวเล็กน้อย อารมณ์เริ่มกลับมาดีมาก..ปลายทางอุโมงค์เหมือนจะเห็นแสงร่ำไร ว่าจะเอาชีวิตรอดในภพนี้ได้ยังไง

ดวงตาคู่สวยเหลือบมองไปยังข้าวของสำหรับทำขนมถูกเตรียมทิ้งไว้ ร่างเล็กถือโอกาสไปหยิบขาตั้งกล้องเพื่อถ่ายทอดสดอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก แล้วถูกพี่วินขัดขวางไว้เสียก่อน

“สวัสดีค่ะ แก้วเอง” เสียงหวานทักทาย จำนวนคนในไลฟ์ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนรัวหัวใจ บ้างก็ส่งโดเนทให้

ในเวลาไม่นาน Daddy Sugar ก็โผล่มาพร้อมยอดโดเนทที่มากกว่าเพื่อน และอีกเช่นเคยเขาโดเนทเสร็จก็เงียบไป แต่ด้วยสัญชาตญาณหล่อนรู้ว่าเขายังคงอยู่ซัปพอร์ตอยู่ตรงนั้น

จากยอดยี่สิบล้านเมื่อเช้า มาจนเงินหลายหมื่นในช่วงสาย..เปย์โหดเหมือนโกรธใครมา แต่แน่ละ เธอต้องหาเงินมาคืนเขาจนได้!

“ขอบคุณสำหรับยอดโดเนททุกยอดนะคะ”

เช้าวันต่อมา

หลังจากจัดแจงอาบน้ำกินข้าวเรียบร้อยแล้ว งามพิศจึงได้ถือตะกร้าออกไปเก็บดอกไม้เหมือนเช่นทุกวัน ก่อนจะนำมาแช่เย็นเพื่อทำน้ำหอมโฮมเมดในช่วงบ่าย กว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบแปดโมงครึ่งจึงได้ไปทำหน้าที่นางพยาบาลจำเป็น

ตอนมาถึงชายหนุ่มที่เป็นเจ้านายคนใหม่กำลังนั่งเหม่อมองไปทางรั้วนอกคฤหาสน์ ร่างเล็กในชุดเสื้อแขนตุ๊กตาสีหวานกับกางเกงสามส่วนบุคลิกทะมัดทะแมง ก่อนที่เจ้าตัววางกระเป๋าสะพายข้างไว้บนโต๊ะริมกำแพง 

"คุณยุสทานอะไรหรือยังคะ" เสียงหวานเอ่ยถามขึ้น คนถูกเรียกผินหน้ามามองด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อย เริ่มลังเลกลัวว่าเขาจะมองเธอเข้าหาเพราะเงิน

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ?” คนอายุมากกว่าถามเสียงพร่า ในขณะที่คนหน้าหวานติดจะสลด

“แก้วไม่สบายใจเรื่องเงินค่ะ”

“….”

“คุณยุสวางใจได้นะคะ แก้วจะหาเงินไม่ใช้หนี้แน่นอน..แล้วก็...” แก้วกัลยาอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจว่า หล่อนไม่ได้เข้าหาเขาเพื่อหาประโยชน์..ทว่าก็ดูเหมือนผู้ชายที่แสนดีจะเข้าใจกับกิริยาที่ว่าไม่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดส่ายไปมา

“ฉันเข้าใจแก้วนะ แก้วไม่ต้องคิดมากหรอก..ฉันดีใจด้วยซ้ำที่เธอยอมมาเป็นเพื่อนคุย แถมตอนนี้ยังมาเป็นพยาบาลชั่วคราวให้อีก”

“ค่ะ แก้วจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ว่าแต่...คุณยุสทานมื้อเช้าหรือยังคะ” เสียงหวานเอียงศีรษะถามด้วยท่าทางน่าเอ็นดู ก่อนมือน้อยจะขยับเข็นรถไปทางห้องอาหารอย่างคนรู้ความ เสียงหวานเย็นชวนคุยตลอดทางคนฟังก็ฟังเพลิน

หลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว แก้วกัลยาจึงตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเล่าเรื่องยาพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในชา รวมถึงดอกไม้ที่อยู่ในบ้าน 

"คุณยุสคะ พอดีแก้วมีเรื่องสำคัญจะคุยกับยุส..คุณยุสออกไปคุยกับแก้วหน่อยได้ไหมคะ"

"หืม" ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย

"ทำไมต้องออกไปคุยข้างนอกด้วย?"

"คุณยุสไว้ใจแก้วไหมคะ?"

"จะไว้ใจกว่านี้ ถ้าแก้วกลับไปเรียกฉันว่าพี่" น้ำเสียงคนตัวโตกลั้วหัวเราะ เล่นเอาหญิงสาวหลุดยิ้มเขิน 

"ตกลง..แล้วจะไปคุยที่ไหนละ" 

"ตรงสวนหลังบ้านดีไหมคะ อากาศกำลังดีเลย"

"อืม..เอาซิ" คนอายุมากกว่ารับคำเสียงเรียบ

ในขณะที่คนหน้าหวานลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ร่างเล็กสาวเท้าไปหยิบกระเป๋าใบโตที่เก็บผลการตรวจชาสมุนไพรไว้

ซึ่งสาเหตุที่เธอลากเขาไปคุยข้างนอกส่วนหนึ่งก็เพราะม้านั่งบริเวณนั้นเป็นที่โล่ง มีเพียงศาลาดัดเรียบง่ายอยู่ตรงกลาง ข้อดีของมันก็คือถ้าใครจะแอบฟังย่อมเห็นได้ทันที ที่สำคัญเธอไม่รู้ว่าภายในคฤหาสน์ตอนนี้มีเครื่องดักฟัง หรือกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ไหม

ทางที่ดีที่สุด คือการออกไปคุยด้านนอก และยังดีที่ชนายุสยอมตามใจ

ภายในศาลาริมสวน 

ลมบ่ายในปลายฝนต้นฤดูหนาวพัดพาเอากลิ่นดินขึ้นมาชวนให้สดชื่น ใบไม้รอบด้านพลิ้วไหว ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าจ้องมองไปยังผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด ใครๆ ต่างบอกว่าเจ้าหล่อนเป็นแม่ดอกบัวขาว..เก่งในการเสแสร้งหลอกผู้ชาย

ทว่าใบหน้าเนียนขาวใสซื่อปราศจากเครื่องสำอาง ประกอบกับกิริยาที่ดูน่าทะนุถนอมจริงใจช่างต่างคำเล่าลือเสียหายนัก  และส่วนลึกในใจเขาย่อมเชื่อสัญชาตญาณตัวเองว่าเธอไม่ได้เข้ามาหลอกลวง เพียงแต่นั่นเป็นความคิดก่อนที่เจ้าหล่อนจะยืมเงินก้อนโต

ไอ้เงินนะไม่เท่าไร คนใกล้ตายอย่างเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อะไรหมด แต่ความรู้สึกที่เศร้าลึกๆ ภายในใจนี่ซิ..เขาไม่รู้จะจัดการยังไงดี

ณ เวลานี้เขาแค่อยากรู้ว่าเจ้าหล่อนจะไม้ไหนก็เท่านั้นเอง 

แก้วก้ลยามีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอี่ยวตัวไปหยิบกระเป๋าใบโตออกมา ในนั้นมีซองเอกสารสีน้ำตาล เจ้าหล่อนหยิบยื่นมันมาให้เขา

เมื่อสบตากัน..แววตารูปกวางเจือไปด้วยความห่วงใย มีความสงสารวาบผ่านพาให้เขาใจกระตุก

คนที่เกิดมาในสถานะทายาทสายตรงแบบเขามีอะไรให้ควรสงสารกันล่ะ 

"คุณยุส..เปิดดูก่อนซิคะ" เธอทักขึ้น เมื่อเห็นเขาเงียบไป

"เอกสารสำคัญ?"

"ค่ะ..สำคัญมาก" 

ชนายุสลอบถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะดึงเอกสารขึ้นมาอ่าน บนหน้ากระดาษมีข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสมในชาสมุนไพรที่เขากินประจำ สายตาคมไล่อ่านลงมาเรื่อยๆ  

ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มซีดเผือด มือสั่น และดูเหมือนเจ้าหล่อนรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เธอจึงเสริมไปว่า

"เอกสารทั้งหมดเป็นของจริงค่ะ คุณยุสถูกวางยาพิษ..แล้วที่คุณยุสยังไม่หายป่วยสักทีก็เพราะแบบนี้แหละค่ะ"

"...."

"ถ้าคุณยุสไม่เชื่อแก้ว..คุณยุสลองให้คนที่ไว้ใจเอาชาที่ดื่มทุกวันไปตรวจได้นะคะ" เธอย้ำ

แต่มาจนขนาดนี้แล้ว เขาจะไว้ใจใครได้อีก?

"คือส่วนผสมในตัวชา ถ้าแยกมันออก..มันไม่มีพิษค่ะ แต่..เมื่อทานร่วมกัน สมุนไพรบางตัวจะเป็นพิษ"

"...."

"คุณยุสอาจคิดว่าแก้วโกหก หรือเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์ แก้ว..."

"พอก่อน เธอไม่ต้องพูดอะไรแล้ว!!"เสียงเข้มเย็นชา แววตาคมที่จ้องมาแข็งกร้าว..จะให้เขาเชื่อได้อย่างไรเล่าว่ามีคนในครอบครัวกำลังวางยาฆ่าเขาอยู่!!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป