บทที่ 7 บทที่6

ณ อดีตเรือนร้างหลังคฤหาสน์

หลังจากที่แก้วกัลยาลงคลิปทำขนมไทยหลายชนิด ทั้งขนมชั้น ขนมบุหลันดั้นเมฆ ขนมช่อม่วง ประกอบกับภาพลักษณ์งดงามบริสุทธิ์..คนติดตามที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก็ถึงกลับร้องระงม

'คนสวยขา..มาลงคลิปดึกขนาดนี้ไม่ดีเลยนะคะ หิว'

'เมื่อไรจะมีเปิดขายออนไลน์คะ อยากกินฝีมือน้องแก้วแล้ว'

'น้องแก้วคนสวยมาไลฟ์หน่อยครับ'

'อยากกินขนมไทย +1'

หญิงสาวต่างภพนั่งอ่านคอมเมนต์ออนไลน์อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตั้งกล้องไลฟ์สดตามคำขอ ซึ่งแก้วกัลยาเคยขึ้นไลฟ์เพียงไม่กี่ครั้ง ส่วนหนึ่งเพราะเธอชวนคุยไม่เก่ง

ร่างบอบบางในเสื้อกล้ามสีดำ เดินระเหิดระหงไปยังห้องครัว มือน้อยตั้งเครื่องมือสื่อสารไว้ตรงโต๊ะกลางห้อง ขยับออกห่างจากตัวจนได้ระยะ

ด้านหน้าเองก็มีถั่วเขียวเลาะเปลือกเรียบร้อยแล้ว น้ำตาลทราย..กะทิ..สีผสมอาหารที่ทำมาจากธรรมชาติ รวมถึงอุปกรณ์ทำขนมหลายชิ้น

จนเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้ว..จึงเปิดไลฟ์สดผ่านโซเชียล

"สวัสดีค่ะ ทุกคน..แก้วเองนะ" เสียงหวานๆ กับรอยยิ้มหวานๆ ถูกส่งออกไปช่างจับใจ

เสียงแจ้งเตือนในapp มีผลให้จำนวนผู้ติดตามเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ข้อความถูกพิมพ์ส่งมาไม่ได้หยุด มีตั้งแต่ชื่นชมเจ้าของช่อง จนไปถึงเพลิดเพลินไปกับการทำขนม..เจ้าของห้องเองก็แทบไม่สนใจตอบใคร ด้วยเพ่งสมาธิง่วนกับการทำลูกชุบ..ใช้เวลาไม่นานแป้งถั่วกวนก็ถูกปั้นเป็นรูปทรง ก่อนจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันเป็นผลไม้ชนิดต่างๆ

เมื่อทำเสร็จใบหน้าหวานจึงส่งยิ้มหวานให้คนดู มือน้อยยกถาดขึ้นมาโชว์..จำนวนผู้ชมในไลฟ์ก็ยังขึ้นไม่หยุด

ชาวเน็ต a :แม่ค้าขนมหวานคนสวย ทำขายออนไลน์เถอะนะ

ชาวเน็ต b : +1

ชาวเน็ต c : แม่ค้าขนมหวานสวย..บอกต่อด้วย

ดวงตาลูกกวางน้อยใสกระจ่างไล่อ่านคอมเมนต์ จึงไม่รู้ตัวว่ามะลิเพื่อนสนิทเดินมายืนซ้อนด้านหลัง

"ทำอะไรอยู่นะแก้ว"

"ทุกคนแก้วไปก่อนนะคะ แล้วคุยกันใหม่"เสียงหวานร่ำลาปิดไลฟ์ ดวงหน้าหวานผินไปคุยกับเพื่อนสนิท

"มีอะไรหรือเปล่า..มะลิ"

"คุณท่านใหญ่เรียกหานะแก้ว"

คุณท่านใหญ่มีเพียงแค่คนเดียว 'ท่านเจ้าสัวสมพงษ์

นิยามในนิยายเจ้าสัวสมพงษ์ขึ้นชื่อลือชา เรื่องความดุ ยุติธรรม และใช้ชีวิตค่อนข้างเก็บตัว..ติดจะสมถะ ซึ่งการใช้ชีวิตช่วงหลังๆ มักจะปล่อยให้ลูกๆ หลานๆ ทำงานแทน ส่วนตนวางตัวเป็นที่ปรึกษา แต่ก็ยังมีบางงานที่ท่านลงมาจัดการเอง..นับว่าเป็นหนึ่งในตัวละครที่งามพิศรู้สึกว่าตรรกะปกติที่สุดแล้ว ถึงแม้เขาจะเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้นางร้ายไม่ได้แต่งงานกับพระเอกทันทีก็ตาม

ร่างบอบบางเดินลัดเลาะไปตามทางเชื่อม ระหว่างตัวตึกจะมีสวนในรูปแบบต่างๆ อยู่เป็นระยะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าของบ้านชื่นชมการจัดสวนเป็นพิเศษ จวบจนเดินมาถึงเรือนกระจกที่มีบรรดาพันธุ์ไม้เฉพาะ ปนเปกับพันธ์ุที่หายาก

สิ่งแรกเมื่อปรากฏในครรลองสายตา..คือแผ่นหลังของชายรูปร่างสูงใหญ่..บุคลิกสง่างาม เมื่อสัมผัสว่ากำลังมีใครบางคนเดินเข้ามา..ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยการใช้ชีวิตก็ผินมามอง

แก้วกัลยาตัวเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสบกับสายตาคมเข้มที่ไม่ต่างจากหลานชาย..เพียงแต่รัศมีบางอย่างที่ทำให้คนทั้งคู่ต่างกัน วโรดมช่างเหมือนปู่แท้ๆ ราวโขลกกันมา

บรรยากาศกลับมาอึดอัดอีกครั้ง ท่านเจ้าสัวสมพงษ์ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันหันไปดูแลตัดเล็มใบไม้ตรงหน้าต่อ

"เธอชื่อแก้วกัลยา ลูกของแม่เกสร?"

"คะ? ค่ะคุณท่าน"เสียงหวานรับคำสุขภาพ ดวงตาใสกระจ่างหลุบลง เจียมตนโดยไม่รู้ตัว

แน่ละ คุณท่านกับภรรยาไม่เพียงแต่ให้เงินเดือนที่เป็นธรรม สวัสดิการเรื่องสุขภาพ มีไปถึงการศึกษาของบุตรธิดาคนรับใช้..ความเมตตาเป็นที่ร่ำลือไปทั่ว

"เธอรู้ไหมต้นไม้บางต้นถึงต้องเล็มกิ่ง..เล็มใบ" คำถามที่แฝงนัย ทำให้หญิงสาวเงียบไปชั่วครู่

สายตาเหลือบมองไปที่มือของท่านเจ้าสัวกำลังขยับตัดแต่งต้นบอนไซต์

"คงเพราะท่านต้องการให้ออกมาสวยสมฐานะใช่ไหมคะ" หล่อนเน้นคำอย่างรู้ทัน มือเหี่ยวย่นตามวัยชะงักเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ไม่ใช่แค่นั้น การเล็มใบไม้จะทำให้ใบใหม่ที่ขึ้นมาใหม่มีขนาดใหญ่ และสวยขึ้นกว่าเดิม"

"..."

"คนก็ไม่ต่างจากต้นไม้..ดินดี น้ำดี..สายพันธุ์ดี ถูกตัดแต่งเล็กๆ น้อยๆ ย่อมสวยงามได้ไม่ยาก"

"..."

"กลับกันถ้าสายพันธุ์ไม่ดี..ถึงทุ่มเทเลี้ยงดูไปแค่ไหนก็เป็นได้แค่ต้นไม้ไร้ราคา"

คำส่อเสียดด้อยค่าพาคนต่างภพหน้าซีด..ริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติถูกเม้มแน่น

ไม่ด่าเธอไปล่ะ ว่าไม่เหมาะกับอีพระเอกธงแดงหลานรัก!!

ทว่าเธอเลือกอะไรได้ที่ไหน..สิ่งที่ทำได้เพียงแต่เออๆ ออๆ ไปตามเรื่อง

"ค่ะ แก้วก็คิดว่าแบบนั้นเหมือนกัน"

"ฉันบอกเธอตามตรงแล้วกันนะ ภรรยาของฉันปรกติไม่ใช่คนถือยศถืออย่าง ตลอดชีวิตของคุณนาถไม่เคยร้องขออะไรฉันแม้แต่ครั้งเดียว"

"...."

"สิ่งที่คุณนาถมีเพียงต้องการให้ตาวินแต่งงานอยู่กินกับหนูแพท"

กรรไกรถูกวางไว้บนเก้าอี้ไม่ห่าง ก่อนร่างสูงมีสง่าจะทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้พร้อมรินชาร้อนๆ มาจิบ 

"สัญญาที่ว่ายังเหลืออีกสองเดือนถึงจะครบสามปี ฉันเชื่อว่ายังไงคนทั้งคู่จะไม่หย่า หรือถ้าหย่า..ตาวินเองก็คงไม่คิดยกย่องลูกหลานคนใช้ให้ขึ้นมาเป็นนายหญิงของบ้าน"

แรง...เธอขอถอนคำพูดที่ว่าตัวละครตัวนี้เป็นคนยุติธรรมทิ้งทันที!!

งามพิศทำได้เพียงแค่เก็บความรู้สึกที่โดนเหยียดหยามไว้ในใจ กำไลนักโทษที่ข้อเท้าเย็นเยียบคล้ายเตือนสติ...เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบเลยแม้แต่นิด

"คุณท่านวางใจได้ค่ะ แก้วเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณวินแล้ว..คุณวินก็แค่ผู้ชายที่แก้วเคยรัก"

หรือจะบอกว่าปัจจุบันไม่รักแล้วก็ไม่ผิดนัก

ตลอดวันแก้วกัลยาอยู่ในอารมณ์ค่อนข้างอึดอัดขุ่นมัว ซึ่งเป็นบรรยากาศแบบที่หล่อนไม่ชอบแม้แต่นิด จวบจนช่วงดึกสายฝนเริ่มเทลงมากระทบกับขอบหน้าต่าง..เสียงอันเป็นลักษณะเฉพาะพานให้หญิงสาวนอนไม่หลับ

หล่อนไม่ชอบเสียงฝนเลย ไม่ชอบตั้งแต่สมัยอยู่ร่างเดิมจวบจนถึงร่างปัจจุบัน

ฝนสร้างความกังวลใจบางอย่างที่แม้แต่ตนเองยังตอบไม่ได้

สักพักแสงวาบพาดผ่าน..ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องที่ดูไม่ไกลจากตัวเรือน

เปรี้ยง

"กรี๊ดดดดดด" 

เธอกรีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เนื้อตัวเริ่มสั่นเทา..ความหวาดกลัวจากใต้จิตสำนึกมีมากกว่าร่างเดิมที่ตนมีเสียอีก 

ความรู้สึกกัดกินร้าวลึกเข้าแกนกระดูก..ใจวูบหวิว..หยาดน้ำใสไหลออกจากตา หล่อนรู้ตัวเองดีว่ากำลังมีอาการตื่นตระหนก

"ปัง! ปัง! ปัง! แก้วเปิดประตู!!"

เสียงขู่ตะคอกอันคุ้นหู เรียกคนตัวเล็กให้มีสติขึ้น

หัวคิ้วเรียวได้รูปย่นเข้าหากัน ก่อนที่สมองจะประมวลผล

'เขามาทำไม..เวลานี้'

“แก้ว! ได้ยินฉันไหม!” อีพระเอกธงแดงยังคงไม่จบ ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น..ใจยังคงสั่นระรัว

“ถ้าเธอไม่เปิดฉันจะพังเข้าไปแล้วนะ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ..แก้วจะไปเปิดให้เดี๋ยวนี้” แก้วกัลยาตะโกนสวนออกไปทันที นึกกลัวแต่ว่าเมื่อเขาไม่พอใจมากๆ หล่อนจะถูกลงโทษ..ดังที่นางเอกของเรื่อง ‘จำเลยรักภรรยาคืนหย่า’ เคยโดน

เพราะแค่การโดนกักขังหน่วงเหนี่ยวกำจัดเสรีภาพไม่สามารถไปไหนได้ก็ทำให้หล่อนทุกข์จะตายอยู่แล้ว..หล่อนรู้เขาทำได้

ก็ดูขณะที่ในนิยาย..แพทริเซียผู้ซึ่งเกิดในตระกูลใหญ่ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน อีตาพระเอกยังไม่สนเลย

ส่วนตัวเธอที่มีฐานะเป็นแค่ลูกคนใช้ ‘เกรดต่ำ’ จะไม่ยิ่งแย่เหรอ

มีวิธีเดียวคือได้แต่ตามน้ำ..ระหว่างที่คิดร่างบอบบางก็มายืนลังเลอยู่หน้าประตูเรือนสีเหลืองอ่อน ก่อนจะกลั้นใจเปิดออกมา

เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินโผล่ออกมาตรงหน้า ร่มสีเข้มถูกโยนไว้ไม่ไกล

กว่าจะรู้ตัวเจ้าของห้องก็ถูกดันรุนๆ เข้ามาด้านใน..ความอบอุ่นจากลมหายใจใกล้ชิด พาให้ใจที่เคยราบเรียบตลอดอายุสาวเต้นระรัว

“ช้า” เขาดุ

“คุณวินมาที่นี่ทำไม”

“ฉันจะไปที่ไหน ก็เรื่องของฉัน..อีกอย่างที่นี่ก็บ้านฉัน” คนเอาแต่ใจย้ำเหมือนเธอโง่

"บ้านคุณวิน..แต่คุณวินยกเรือนนี้ให้แก้วอยู่ชั่วคราวแล้วนี่ค่ะ เพราะฉะนั้น.."

"เลิกพูดมากได้แล้ว ไม่เห็นหรือไง ตัวฉันชื้นละอองฝนไปทั้งตัวแล้ว"

"...."

"ยืนนิ่งทำไมล่ะ..ไปเอาผ้าเช็ดตัวมา ยัยบื้อ!"คนตัวโตเอะให้ ขณะที่คนตัวเล็กกว่าเม้มปากแน่น ก่อนจะฮึดฮัดเข้าไปหยิบผ้าขนหนูในตู้หน้าห้องน้ำ..ส่งไปให้เขาซับ..ลืมความกลัวเสียงฟ้าฝนไปชั่วขณะ

ผมดำสนิทของอีตาพระเอกโดนฝนกระเซ็นชื้นจนผมหน้าม้าที่ถูกเซตไว้ลู่ลง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาจึงเด็กลงโดยไม่ตั้งใจ

"ยืนงงอะไร"เสียงห้วนต่ำ พร้อมกับโยนผ้าขนหนูในมือทิ้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป