บทที่ 2 รอยแผลและคราบน้ำตา
เสียงฝนที่ยังคงโปรปรายกระทบหลังคากระเบื้องเก่าคร่ำคร่าดังเปาะแปะลอดผ่านรอยแตกเข้ามาหยดลงบนพื้นเรือนที่ผุกร่อน กลิ่นอับชื้นของดินและคราบเขม่าควันลอยอบอวลผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากบาดแผลทั่วร่าง
หลินซีพยุงร่างอันบอบช้ำของตนเองลุกขึ้นยืนทีละน้อย ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปตามกล้ามเนื้อและแผ่นหลังที่ถูกเฆี่ยนตี แต่จิตใจของนางกลับแจ่มชัดและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางยามวิกาล
นางกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆ ตำหนักเย็นท้ายวังที่ไร้ซึ่งผู้คนเหลียวแล สภาพภายในแทบไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพัง หน้าต่างไม้ผุพังจนลมหนาวพัดโชกเข้ามา โต๊ะเก้าอี้มีฝุ่นหนาเตอะเกาะกรัง ไร้ซึ่งเตาผิงอุ่นๆ หรือแม้กระทั่งผ้าห่มหนาๆ สักผืน ทว่าสำหรับอดีตนักเขียนนิยายผู้ผ่านการนอนดึกปั่นต้นฉบับมานับไม่ถ้วน ความลำบากทางกายเหล่านี้เทียบไม่ได้เลยกับความตึงเครียดของสถานการณ์ที่นางกำลังเผชิญอยู่
"หากข้ายังนอนรอความตายอยู่ที่นี่ คงได้กลายเป็นผีเฝ้าตำหนักเย็นสมใจฉินกุ้ยเฟยแน่"
หลินซีพึมพำกับตัวเอง นางกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด เดินกะโผลกกะเผลกไปสำรวจตามซอกมุมต่างๆ ของตำหนัก อาศัยความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมและไหวพริบของตนเอง จนกระทั่งพบเศษถ้วยชาแตกและหม้อดินเก่าที่ถูกทิ้งไว้ในห้องครัวร้างหลังตำหนัก
ด้วยความที่ตำหนักนี้อยู่ติดกับแนวป่ารกร้างริมกำแพงวังหลัง ทำให้มีพืชสมุนไพรป่าขึ้นอยู่บ้าง หลินซีใช้เวลาครึ่งค่อนวันในการกระเสือกกระสนออกไปเก็บใบตำแยแมวและพืชมะกรูดป่าที่ขึ้นอยู่ตามซอกกำแพง นางนำพวกมันมาตำคั้นเอาแต่น้ำแล้วทาเคลือบแผลฟกช้ำและรอยเฆี่ยน แม้จะแสบจนต้องซี้ดปาก แต่นางรู้ดีว่าฤทธิ์ยาพื้นบ้านเหล่านี้ช่วยลดอาการอักเสบและป้องกันแผลติดเชื้อได้ดีในยุคที่ไร้ซึ่งยาปฏิชีวนะสมัยใหม่
เมื่อจัดการกับบาดแผลเบื้องต้นและซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าขาดวิ่นบนเตียงไม้แข็งๆ ได้แล้ว หลินซีก็เริ่มหลับตาลงเพื่อทบทวนพล็อตนิยายต้นฉบับเรื่อง “เล่ห์รักหงส์อำพราง” ที่นางเป็นผู้จรดปากกาเขียนขึ้นมาเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ในนิยายต้นฉบับ ชะตากรรมของตระกูลหลินถูกลิขิตไว้ให้พบกับจุดจบอันน่าสยดสยอง พ่อของนางคือ หลินฮ่าวหราน ขุนนางขั้นห้ากรมโยธาธิการ จะต้องถูกใส่ร้ายป้ายสีเรื่องการยักยอกงบประมาณสร้างตำหนัก และถูกประหารชีวิตประจานกลางตลาด ส่วนพี่ชายคนโต หลินฟ่าน จะถูกเนรเทศไปยังชายแดนทุรกันดารและเสียชีวิตระหว่างทางด้วยโรคระบาด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะพวกเขาบังเอิญไปล่วงรู้ความลับระดับแผ่นดินเข้า...
ความลับที่ว่า ฉินกุ้ยเฟย สนมเอกผู้เรืองอำนาจ กำลังแอบลักลอบได้เสียกับแม่ทัพรักษาพระองค์ ‘เมิ่งเทียนซี’ และร่วมกันวางแผนส่งข่าวกรองทางทหารให้แคว้นศัตรูเพื่อแลกกับการสนับสนุนบัลลังก์ให้บุตรชายของนางขึ้นเป็นรัชทายาท!
"ช่างเป็นพล็อตน้ำเน่าที่ฉันดันคิดขึ้นมาเองแท้ๆ..." หลินซีแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาส่องประกายความดุดันในความมืด
ตอนที่นางเขียนเรื่องนี้ นางต้องการให้ตัวละครหลินเจี๋ยอวี๋เป็นเพียงตัวประกอบน่าสงสารเพื่อขับเน้นความร้ายกาจของนางเอกและตัวร้าย แต่ในเมื่อตอนนี้สติและวิญญาณของนางคือ "ผู้แต่ง" ผู้กุมชะตากรรมทุกบรรทัด นางย่อมรู้ดีว่าจังหวะก้าวไหนคือทางรอด และจุดอ่อนจุดไหนของตัวละครฝั่งตรงข้ามที่สามารถใช้พลิกสถานการณ์ได้
ในนิยายเดิม ฉินกุ้ยเฟยใช้อำนาจมืดบีบคั้นตระกูลหลินจนมุมภายในสามเดือน แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้น! หลินซีมีเวลาจำกัดในการขัดขวางแผนการทุจริตปลอมแปลงหลักฐานของอีกฝ่าย และที่สำคัญที่สุด... นางต้องหาทางปีนป่ายขึ้นไปกุมอำนาจที่สูงกว่า เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ตระกูลหลินรอดพ้นจากเงื้อมมือมาร
"ในเมื่อพวกแกอยากให้ฉันตายในตำหนักเย็นนัก ฉันนี่แหละที่จะทำให้พวกแกได้รู้ซึ้งถึงนรกบนดินที่แท้จริง!"
หลินซีหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก คืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเอาคืน พรุ่งนี้เช้า... เกมการเมืองในวังหลวงที่นางเป็นผู้กำหนดกติกาด้วยตัวเอง จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ!
