บทที่ 5 ใครกันแน่ที่น่ากลัวกว่าผี

พอออกมาจากบ้านผีสิง หลินเสี่ยวถงแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว โจวเหยียนเหลือบมองคนที่กอดเกาะเขาแน่น ตัวสั่นเทาไม่หยุด ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหลังเธอเบาๆ

“ไม่ต้องกลัวนะ ออกมาแล้ว”

เพราะเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของเธอ รวมถึงท่าทางที่ใช้ทั้งมือทั้งเท้าเกาะเขาเหมือนปลาหมึกยักษ์ ความกลัวเล็กๆ ที่หลงเหลืออยู่ในใจของโจวเหยียนจึงถูกเสียงนั้นกลบจนหายไปหมด

สุดท้ายเขาจำต้องประคองสะโพกของเธอไว้ อุ้มเธอออกมาจากบ้านผีสิงราวกับอุ้มเด็กคนหนึ่ง

ด้วยความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรของโจวเหยียน หลินเสี่ยวถงในอ้อมแขนยิ่งดูตัวเล็ก อุ้มขึ้นมาก็ไม่ลำบากเลยสักนิด

พนักงานที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าเห็นภาพคู่รักหนุ่มสาวคู่นี้ ก็อดหัวเราะอย่างเอ็นดูไม่ได้ ท่าทางที่หลินเสี่ยวถงเกาะเขาแน่นนั้น ชวนให้คิดไปไกลอยู่ไม่น้อย แต่เพราะร่างกายที่สั่นเทาและสีหน้าที่แทบจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ จึงไม่มีใครคิดไปในทางอื่น

ทว่าหลินเสี่ยวถงไม่มีสมาธิจะสนใจภาพลักษณ์ของตัวเองเลย เธอเพียงเกาะคนข้างกายไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย กว่าจะตั้งสติได้ แขนขาของเธอก็แทบไม่เป็นของตัวเองแล้ว โชคดีที่โจวเหยียนยังไม่ปล่อยเธอ

หลินเสี่ยวถงรู้สึกเหมือนพลังชีวิตถูกดูดหายไปครึ่งหนึ่ง นี่มันสนุกตรงไหนกัน เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าโจวเหยียนจะสนใจบ้านผีสิง ทั้งที่เข้าไปด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับมีเพียงเธอคนเดียวที่ถูกหลอกจนแทบขาดใจ

ส่วนโจวเหยียนนั้น…นิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“……”

ยิ่งคิดยิ่งคาใจ หลินเสี่ยวถงเงยหน้ามองเขา “เธอไม่ใช่บอกว่ากลัวเหรอ”

“คุณร้องดังเกินไป”

“ฉันน่ากลัวกว่าผีงั้นเหรอ”

โจวเหยียนกลับเงียบไปครู่หนึ่ง เขา…เงียบไปจริงๆ

ในชั่วขณะนั้น โจวเหยียนกลับดูรับรู้อารมณ์ได้ไวอย่างน่าประหลาด ก่อนจะพูดฝืนใจออกมา

“ไม่ใช่ ผีน่ากลัวกว่าคุณ”

“……”

เห็นสายตาที่หลบเลี่ยงของเขาแล้ว หลินเสี่ยวถงแทบอยากจะกระอักเลือด ความกลัวจากบ้านผีสิงพลันแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง ร่างกายของเธอกลับไม่สั่นเทาเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว

เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ โจวเหยียนมีแววหวาดกลัวชัดเจนวาบผ่านดวงตา แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ

“ตอนนี้คุณไม่น่ากลัว อย่าโกรธนะ อย่ากลับไปเป็นเหมือนก่อน…”

ประโยคท้ายเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเริ่มตื่นตระหนก หลินเสี่ยวถงชะงักไปทันที ก่อนจะเข้าใจทุกอย่างในพริบตาเดียว

เธอไม่สนใจแล้วว่าร่างกายจะเย็นเฉียบและอ่อนแรงขนาดไหน ยกมือขึ้นบีบแก้มเขาเบาๆ เพื่อปลอบใจ

“ฉันไม่ได้โกรธเธอ แค่เมื่อกี้ตกใจเกินไป เลยทำให้เธอกลัวใช่ไหม”

โจวเหยียนส่ายหน้า แล้วก็พยักหน้าอีกครั้ง หลินเสี่ยวถงตบไหล่เขาเบาๆ

“วางฉันลงเถอะ”

“ไม่กลัวแล้วเหรอ”

“พอไหว”

เมื่อแน่ใจว่าเธอต้องการลงจริงๆ โจวเหยียนจึงค่อยๆ วางเธอลง ในวินาทีที่เท้าแตะพื้น หลินเสี่ยวถงก็ยังรู้สึกขาอ่อนอยู่บ้าง หากไม่ใช่เพราะโจวเหยียนเอื้อมมือมาประคองไว้ เธอคงทรุดลงไปแล้ว

“แรงเธอเยอะเหมือนกันนะ”

“คุณตัวเบามาก”

ไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ยินคำพูดแบบนี้แล้วจะไม่ดีใจ หลินเสี่ยวถงก็เช่นกัน

ความจริงเธอไม่ได้โกรธโจวเหยียนจริงๆ เพียงแต่ในตอนนั้น ความหวาดกลัวเกาะกินหัวใจราวกับเงามืดที่สลัดไม่หลุด เธอแค่ต้องการทางระบาย ความโกรธกลับช่วยลดความกลัวในใจลงได้ไม่น้อย ทำให้เธอค่อยๆ สงบลงได้

ฟ้าเริ่มมืดลง ผู้คนในสวนสนุกก็ทยอยกันกลับ

“กลับบ้านกันเถอะ”

“อืม”

นั่งอยู่ในรถ มือของหลินเสี่ยวถงเย็นเฉียบจากเหตุการณ์ในบ้านผีสิง ภายในรถเปิดฮีตเตอร์ไว้ ไม่นานอุณหภูมิก็อุ่นขึ้น เธอพยายามสลัดภาพทุกอย่างออกจากหัว ตั้งสมาธิให้ใจเย็นลง

โจวเหยียนมองสีหน้าที่ยังดูซีดของเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือที่วางอยู่บนพวงมาลัย

“คุณยังสั่นอยู่เลย”

“ฉันขับรถเก่ง ไม่ต้องห่วง” หลินเสี่ยวถงดึงมือเขาออก แล้วสตาร์ทรถ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป