บทที่ 7 คืนนี้อย่าปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว
เขามองเธออย่างจริงจัง
“คุณเป็นผู้หญิง ผมเข้าไปอาบด้วยไม่ได้”
“……”
สมองของหลินเสี่ยวถงประมวลผลช้าลงไปครึ่งจังหวะ พอเข้าใจความหมาย ใบหูก็ร้อนวูบขึ้นมาทันที คนคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่
“ยืนอยู่หน้าประตูเฉยๆ ก็พอ อย่าเดินไปไหน…ดีที่สุดถ้ามีเสียงบ้าง” หลินเสี่ยวถงสูดหายใจลึก ก่อนจะลุกขึ้น เดินขาสั่นเข้าไปในห้องน้ำ
โจวเหยียนยืนอยู่หน้าประตู มีบานประตูกั้นระหว่างเขากับเธอ
ให้มีเสียง…เสียงอะไรดี
โจวเหยียนมองประตู ก่อนจะยกมือขึ้นขูดประตูเบาๆ ประตูเปิดพรึ่บออกมาทันที เผยให้เห็นหลินเสี่ยวถงที่หน้าซีดเผือด สีหน้าขุ่นเคืองราวกับหนูแฮมสเตอร์ที่ตกใจสุดขีด
“เธอจะทำให้ฉันหัวใจวายตายหรือไง!”
โจวเหยียนชะงัก ก่อนจะมองเธออย่างไร้เดียงสา
“คุณบอกให้มีเสียง”
“ร้องเพลงไม่ได้หรือไง”
โจวเหยียนทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมร้องออกมา
“อาเหมิน อาเฉียน ต้นองุ่นหนึ่งต้น อาเนิ่น อาเนิ่น สีเขียว เพิ่งจะแตกยอด…”
“……พอเถอะ”
เพลงเด็กเสียงเพี้ยนยิ่งน่ากลัวกว่าเดิมเสียอีก หลินเสี่ยวถงแทบสิ้นหวัง สุดท้ายเมื่อเห็นสีหน้าซื่อๆ งงๆ ของเขา เธอก็ถอนหายใจ
“โจวเหยียน หันหลังไป ห้ามหันกลับมา”
โจวเหยียนทำตามอย่างว่าง่าย ประตูกระจกยังเปิดอยู่ หลินเสี่ยวถงอาบน้ำด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต แต่ก็ยังไม่ลืมดูแลผิวกายให้ครบขั้นตอน
เธอสวมชุดนอนแบบชิ้นเดียว เผยให้เห็นเรียวขาที่ยาวขาวเนียน ชุดนอนของร่างเดิมส่วนใหญ่ล้วนเป็นแนวเย้ายวน เธอตั้งใจจะใส่ให้ใครดู มองออกได้ไม่ยากเลย
เสื้อที่เธอใส่อยู่เป็นของใหม่ แบบเรียบๆ พอรับได้ หลินเสี่ยวถงเดินออกมา พร้อมกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ปนผลไม้ ชวนให้คนอยากเข้าใกล้เพื่อแยกแยะให้ชัด
โจวเหยียนยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับ แต่ก็อดสูดดมกลิ่นหอมนั้นไม่ได้ กลิ่นที่ต่างจากเมื่อก่อน ไม่หวานฉุนจนเกินไป บางเบา และหอมดี
หลินเสี่ยวถงเดินไปสองก้าว เห็นว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม ก็หันกลับมาอย่างจนใจ
“ไปได้แล้ว”
“อ๋อ” โจวเหยียนรีบเดินตาม
“……”
หลังอาบน้ำ ร่างกายอุ่นขึ้น หลินเสี่ยวถงมุดเข้าไปในผ้าห่ม ห่อร่างตัวเองแน่น ผ้าปูที่นอนถูกเปลี่ยนใหม่เรียบร้อย สีเทาน้ำเงินยิ่งขับให้ผิวของเธอดูขาวเนียน เมื่อเห็นโจวเหยียนอุ้มผ้าห่มอีกผืนเตรียมจะไปนอนโซฟาข้างๆ เธอจึงเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อเขาไว้
โจวเหยียนหันกลับมามอง หลินเสี่ยวถงที่ห่ออยู่ในผ้าห่มเหมือนดักแด้ พูดเสียงเบา
“ฉันกลัวถ้าอยู่คนเดียว”
โจวเหยียนก้มมองใบหน้าซีดของเธอ วางผ้าห่มลง ก่อนจะยกมือแตะแก้มเธอ เบาและเย็น หลินเสี่ยวถงสะดุ้งเล็กน้อยกับการกระทำนั้น แต่ก็ไม่ได้หลบหนี จากนั้นโจวเหยียนก็เอนตัวลงนอนข้างเธอ มือยังคงลูบหลังเธอเบาๆ ผ่านผ้าห่ม
“ไม่ต้องกลัวนะ หลับเถอะ”
