บทที่ 3 พระชายาคนใหม่
ตอนที่ 3 — พระชายาคนใหม่
เช้าวันต่อมา หลินอวี้ถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
“พระชายาเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”
“ขออีกห้านาที…”
เขาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัว
“อีกครึ่งชั่วยามท่านอ๋องจะเสด็จมาแล้วเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ?!”
หลินอวี้เด้งตัวขึ้นจากเตียงทันที
“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก!”
สาวใช้รีบช่วยจัดเสื้อผ้าให้เขาอย่างวุ่นวาย ไม่นานหลินอวี้ก็ถูกจับแต่งตัวด้วยชุดสีฟ้าอ่อน เรียบง่ายแต่ดูงดงาม
เขามองตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจ
“ทำไมชุดโบราณมันเยอะขนาดนี้…”
“พระชายาทรงงดงามมากเจ้าค่ะ”
“งดงามแล้วเดินลำบาก”
สาวใช้หลุดยิ้ม
“ไปกันเถอะ”
หลินอวี้เดินออกจากเรือนพร้อมสาวใช้ แต่ยังไม่ทันถึงหน้าจวน รถม้าคันหนึ่งก็จอดรออยู่แล้ว
เซียวเหยียนหลงยืนอยู่ข้างรถม้าในชุดสีดำสนิท เมื่อเห็นหลินอวี้เดินมา ดวงตาคมก็มองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“ช้า”
“ท่านก็มาก่อนเวลาเองไม่ใช่หรือ?”
หลินอวี้เดินเข้าไปหา
“ข้าตื่นทันก็ดีแค่ไหนแล้ว”
เซียวเหยียนหลงมองเขาเงียบ ๆ ก่อนหันไปขึ้นรถม้า หลินอวี้กำลังจะเดินตาม แต่กลับถูกเสียงเรียกหยุดไว้
“เดี๋ยว”
“อะไร?”
“ขึ้นมาคันเดียวกับข้า”
หลินอวี้ชะงัก
“ทำไม?”
“เจ้าเป็นพระชายาของข้า”
“แล้ว?”
“พระชายาควรนั่งรถม้าของท่านอ๋อง”
“แต่ข้านั่งอีกคันก็ได้”
“ไม่ได้”
“…”
หลินอวี้เบะปาก
“เออ ๆ ขึ้นก็ขึ้น”
เขาก้าวขึ้นรถม้า ก่อนนั่งตรงข้ามกับเซียวเหยียนหลง ทันทีที่รถเคลื่อนตัว หลินอวี้ก็หันไปมองนอกหน้าต่างอย่างสนใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเมืองหลวงในยุคโบราณจริง ๆถนนเต็มไปด้วยร้านค้า ผู้คนเดินขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า กลิ่นอาหารลอยเข้ามาจนท้องเขาร้อง
“หิวหรือ?”
เสียงทุ้มดังขึ้น
หลินอวี้หันกลับมา
“นิดหน่อย”
เซียวเหยียนหลงเคาะผนังรถม้าเบา ๆ ไม่นานองครักษ์ด้านนอกก็ส่งถุงขนมเข้ามา หลินอวี้รับมาอย่างงุนงง
“ของข้า?”
“อืม”
“ท่านซื้อให้?”
“เจ้าบอกว่าหิว”
หลินอวี้มองถุงขนมในมือแล้วแอบยิ้ม
“ขอบคุณ”
เซียวเหยียนหลงไม่ได้ตอบ แต่สายตาที่มองออกไปนอกหน้าต่างกลับมีประกายบางอย่างซ่อนอยู่ไม่นานรถม้าก็มาถึงพระราชวัง หลินอวี้เดินตามเซียวเหยียนหลงเข้าไปด้านใน ทันทีที่ผ่านประตูวัง เขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมา
“นั่นพระชายาท่านอ๋องหรือ?”
“ได้ข่าวว่าท่านอ๋องจะหย่าไม่ใช่หรือ?”
“ทำไมวันนี้ถึงยังมาด้วยกัน?”
เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นระยะ หลินอวี้ทำเป็นไม่ได้ยิน เขาเดินตามเซียวเหยียนหลงไปจนถึงตำหนักใหญ่ ก่อนเข้าไปด้านใน ท่านอ๋องกลับหยุดเดิน
“อยู่ข้างข้า”
หลินอวี้เลิกคิ้ว
“ทำไม?”
“อย่าเดินไปไหนเอง”
“ข้าไม่ใช่เด็กนะ”
“ที่นี่ไม่เหมือนจวน”
น้ำเสียงของเซียวเหยียนหลงจริงจังกว่าปกติหลินอวี้จึงพยักหน้า
“รู้แล้ว”
ทั้งสองเดินเข้าไปพร้อมกัน ภายในตำหนัก ฮ่องเต้หนุ่มนั่งอยู่บนบัลลังก์ เมื่อเห็นทั้งคู่เข้ามา พระองค์ก็ยิ้มบาง ๆ
“เหยียนหลง เจ้าพาพระชายามาด้วยหรือ?”
เซียวเหยียนหลงค้อมศีรษะ
“พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรหลินอวี้อยู่ครู่หนึ่ง
“ได้ยินมาว่าพวกเจ้ากำลังจะหย่ากัน”
หลินอวี้สะดุ้ง ข่าวเร็วเกินไปไหม? เขาหันไปมองเซียวเหยียนหลงทันที อีกฝ่ายยังคงสีหน้าเรียบนิ่ง
“เปลี่ยนใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เลิกพระขนง
“เปลี่ยนใจ?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะเหตุใด?”
เซียวเหยียนหลงเงียบไปครู่หนึ่ง
“พระชายาเปลี่ยนไป”
หลินอวี้แทบสำลัก ทำไมต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าฮ่องเต้ด้วย? ฮ่องเต้หันมามองเขา
“เปลี่ยนไปอย่างไร?”
หลินอวี้กำลังคิดว่าจะตอบอย่างไรดี แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดตามตรง
“กระหม่อมแค่คิดได้พ่ะย่ะค่ะ”
“คิดได้?”
“พ่ะย่ะค่ะ เมื่อก่อนกระหม่อมเอาแต่สนใจว่าท่านอ๋องจะรักหรือไม่รัก แต่ตอนนี้กระหม่อมคิดว่า…ชีวิตของตัวเองสำคัญกว่า”
ฮ่องเต้เงียบไป จากนั้นจึงหัวเราะเบา ๆ
“ดี”
หลินอวี้ชะงัก
“คนเราควรรู้คุณค่าของตัวเอง”
เซียวเหยียนหลงเหลือบมองเขา สายตานั้นทำให้หลินอวี้รู้สึกแปลก ๆ หลังจากพูดคุยเรื่องบ้านเมืองอยู่พักใหญ่ ทั้งสองจึงได้รับอนุญาตให้ออกจากตำหนัก ระหว่างทางกลับ เซียวเหยียนหลงไม่ได้พูดอะไรเลย หลินอวี้จึงเป็นฝ่ายถาม
“ท่านโกรธหรือ?”
“เรื่องอะไร?”
“ที่ข้าพูดต่อหน้าฮ่องเต้”
“ไม่”
“จริง?”
“อืม”
หลินอวี้พยักหน้า แล้วเดินต่อไป แต่จู่ ๆ เซียวเหยียนหลงก็พูดขึ้น
“ที่เจ้าบอกว่าชีวิตตัวเองสำคัญกว่า…”
“หืม?”
“ข้าเห็นด้วย”
หลินอวี้หันไปมอง ท่านอ๋องยังคงมองตรงไปข้างหน้า
“แต่ถ้ามีใครคิดทำร้ายเจ้า เจ้าต้องบอกข้า”
“ทำไม?”
“เพราะเจ้าเป็นพระชายาของข้า”
คำตอบเดิมอีกแล้ว หลินอวี้กลอกตา
“ท่านพูดคำนี้บ่อยจัง”
เซียวเหยียนหลงหยุดเดิน
“ไม่ชอบหรือ?”
“เปล่า”
หลินอวี้ยิ้มบาง ๆ
“แค่รู้สึกว่า…ท่านกำลังใช้คำนี้เป็นข้ออ้างอยู่”
ดวงตาคมของเซียวเหยียนหลงมองเขานิ่ง
“บางทีอาจไม่ใช่ข้ออ้าง”
“แล้วคืออะไร?”
ท่านอ๋องไม่ได้ตอบ เขาเพียงเดินต่อไป ทิ้งให้หลินอวี้ยืนมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
“อะไรของเขา…”
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะขึ้นรถม้า เสียงฝีเท้าของม้าจากด้านหลังก็ดังขึ้น ชายหนุ่มในชุดขาวขี่ม้าตรงเข้ามา ก่อนจะหยุดลงตรงหน้า
“ถวายพระพรท่านอ๋อง”
เซียวเหยียนหลงมองชายผู้นั้น
“แม่ทัพหยาง”
หลินอวี้ชะงัก แม่ทัพหยาง? ชื่อนี้ไม่มีอยู่ในความทรงจำของเขา ไม่ว่าจะเป็นในนิยายหรือในเนื้อเรื่องเดิม… เขาไม่เคยเห็นตัวละครคนนี้มาก่อน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ก่อนสายตาจะมาหยุดอยู่ที่หลินอวี้ ริมฝีปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
“นี่คือพระชายาหรือ?”
หลินอวี้รู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ เซียวเหยียนหลงก้าวมาขวางด้านหน้าเขาโดยไม่รู้ตัว
“ใช่”
น้ำเสียงทุ้มเย็นลงอย่างชัดเจน แม่ทัพหยางมองท่านอ๋อง ก่อนยิ้มบาง ๆ
“น่าสนใจ…”
หลินอวี้ขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใครไม่รู้ว่ามาปรากฏตัวในเรื่องได้อย่างไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจแล้ว เนื้อเรื่องกำลังเปลี่ยนไปอีกครั้ง และครั้งนี้… ดูเหมือนจะมีใครบางคนกำลังจับตามองเขาอยู่เสียแล้ว
