บทที่ 4 ท่านอ๋องเริ่มสงสัย
ตอนที่ 4 — ท่านอ๋องเริ่มสงสัย
หลังจากกลับจากวัง หลินอวี้ก็เอาแต่คิดถึงชายที่ชื่อแม่ทัพหยาง เขาจำไม่ได้เลยว่าในนิยายมีตัวละครคนนี้อยู่
“แปลก…”
หลินอวี้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง พลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ถ้าเขาจำเนื้อเรื่องไม่ผิด แม่ทัพที่รับผิดชอบกองทัพชายแดนควรเป็นคนอีกคน และไม่มีแม่ทัพหยางอยู่ในเมืองหลวงช่วงเวลานี้ด้วยซ้ำ
“หรือว่า…”
เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
“เพราะฉันเข้ามาในโลกนี้ เนื้อเรื่องถึงได้เปลี่ยน?”
“พระชายาเจ้าคะ”
เสียงสาวใช้ดังขึ้น ทำให้หลินอวี้หลุดจากความคิด
“อะไร?”
“ท่านอ๋องให้บ่าวมาถามว่า พระชายาต้องการอาหารเย็นหรือไม่เจ้าคะ?”
หลินอวี้หันไปมองอย่างแปลกใจ
“ท่านอ๋องถาม?”
“เจ้าค่ะ”
“เขาไม่ได้กินแล้วหรือ?”
“ท่านอ๋องรับสั่งว่าหากพระชายายังไม่ได้กิน พระองค์จะเสวยพร้อมพระชายาเจ้าค่ะ”
หลินอวี้นิ่งไปครู่หนึ่ง
“วันนี้เขาเป็นอะไร?”
สาวใช้ส่ายหน้า
“บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ”
“ช่างเถอะ”
หลินอวี้ลุกขึ้น
“บอกเขาว่าข้ากินก่อน”
สาวใช้ลังเล
“พระชายาไม่รอท่านอ๋องหรือเจ้าคะ?”
“ไม่รอ”
“เจ้าค่ะ”
ไม่นานอาหารก็ถูกนำเข้ามา หลินอวี้กำลังจะกิน ทว่าเสียงฝีเท้ากลับดังขึ้นเสียก่อน
“ไม่รอข้าจริง ๆ หรือ?”
เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง หลินอวี้หันกลับไปมอง
“ท่านมาแล้ว?”
เซียวเหยียนหลงเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม
“อืม”
“ข้าบอกแล้วว่ากินก่อน”
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะรอ”
“แล้วท่านมาทำไม?”
“กินข้าว”
หลินอวี้มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“ก็เชิญ”
ทั้งสองเริ่มกินอาหารด้วยกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หลินอวี้สังเกตได้ชัดว่าเซียวเหยียนหลงแทบไม่ได้แตะอาหาร เขาเอาแต่มองเขาเป็นระยะ ในที่สุดหลินอวี้ก็วางตะเกียบ
“ท่านมีอะไรจะถามก็ถามมา”
เซียวเหยียนหลงเลิกคิ้ว
“เหตุใดคิดว่าข้ามีเรื่องจะถาม?”
“เพราะท่านมองข้าตั้งแต่เข้ามา”
“ข้ามองพระชายาของข้าไม่ได้หรือ?”
“ได้ แต่ท่านมองเหมือนกำลังจับผิด”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ เซียวเหยียนหลงวางตะเกียบลง
“เจ้าเป็นใคร?”
หลินอวี้ชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที คำถามนี้เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินเร็วขนาดนี้
“ข้าก็หลินอวี้”
“ไม่ใช่”
น้ำเสียงของเซียวเหยียนหลงหนักแน่น
“หลินอวี้ที่ข้ารู้จัก ไม่กล้าพูดกับข้าเช่นนี้”
หลินอวี้กำชายเสื้อแน่น
“คนเราก็เปลี่ยนได้”
“แต่เจ้าเปลี่ยนภายในคืนเดียว”
“…”
“เจ้าจำเรื่องบางอย่างไม่ได้”
หลินอวี้เงียบ เซียวเหยียนหลงจ้องเขา
“และเจ้ารู้เรื่องที่ไม่ควรรู้”
หัวใจของหลินอวี้กระตุก
“เรื่องอะไร?”
“เจ้ารู้ว่าข้าจะหย่าเจ้า”
“…”
“เจ้ารู้ชื่อคนในราชสำนักบางคน ทั้งที่ไม่เคยพบพวกเขา”
หลินอวี้เริ่มรู้แล้วว่าเขาประมาทเกินไป เขาพยายามทำตัวให้เหมือนเจ้าของร่างเดิม แต่กลับลืมไปว่า คนที่อยู่ใกล้ชิดร่างนี้มากที่สุดคือเซียวเหยียนหลง ไม่มีทางที่เขาจะปิดบังได้ตลอด
“ถ้าข้าบอกว่า…”
หลินอวี้สูดหายใจ
“ข้าไม่ใช่หลินอวี้คนเดิม ท่านจะเชื่อไหม?”
เซียวเหยียนหลงไม่ตอบ หลินอวี้จึงหัวเราะแห้ง ๆ
“เห็นไหม ข้าก็คิดว่าท่านไม่เชื่อ”
“ข้าจะเชื่อ”
คำตอบนั้นทำให้หลินอวี้ชะงัก
“หา?”
“ถ้าเจ้าพิสูจน์ได้”
“พิสูจน์อะไร?”
“ว่าเจ้าไม่ใช่คนเดิม”
หลินอวี้นิ่งไป เซียวเหยียนหลงลุกขึ้น
“แต่ไม่ต้องรีบ”
“…”
“ข้ามีเวลา”
เขาหันหลังเดินออกไป ก่อนหยุดตรงประตู
“และข้าจะหาคำตอบด้วยตัวเอง”
ประตูปิดลง หลินอวี้ถอนหายใจยาว
“ซวยแล้ว…”
เขาไม่คิดว่าเซียวเหยียนหลงจะฉลาดขนาดนี้ถ้าความลับเรื่องทะลุมิติถูกเปิดเผย เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางทีเขาอาจถูกมองว่าเป็นปีศาจ หรือถูกจับไปสอบสวน หรือแย่ที่สุด… อาจถูกฆ่า หลินอวี้ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เขามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเหม่อลอย
“ฉันอยากกลับบ้าน…”
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากสวนด้านล่าง กรอบแกรบ หลินอวี้หันไปมองทันที เงาดำสายหนึ่งเคลื่อนผ่านพุ่มไม้ ก่อนจะหายไปในความมืด
“ใคร?”
ไม่มีคำตอบ หลินอวี้รีบเปิดหน้าต่าง แต่เมื่อก้มมองลงไป กลับเห็นเพียงความว่างเปล่า เขาขมวดคิ้ว หรือเขาจะคิดมากไปเอง? อีกด้านหนึ่งของจวน เซียวเหยียนหลงกำลังยืนอยู่ในห้องหนังสือ องครักษ์คนสนิทเดินเข้ามาคุกเข่า
“ท่านอ๋อง”
“พูดมา”
“คนที่พระองค์ให้ตามสืบ…มีความเคลื่อนไหวแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหยียนหลงเงยหน้าขึ้น
“ใคร?”
“แม่ทัพหยางพ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตาของเขาเย็นลง
“มันกลับมาเมืองหลวงเพื่ออะไร?”
“ยังไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ แต่เมื่อช่วงบ่าย มีคนเห็นแม่ทัพหยางพูดคุยกับคนของตระกูลเฉิน”
เซียวเหยียนหลงนิ่งไป ตระกูลเฉิน…
ตระกูลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบสังหารเมื่อหลายปีก่อน
“จับตาดูไว้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์กำลังจะออกไป แต่เซียวเหยียนหลงเรียกไว้
“อีกเรื่อง”
“พ่ะย่ะค่ะ?”
“ดูแลพระชายาให้ดี”
องครักษ์ชะงัก
“พระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“อย่าให้ใครเข้าใกล้เขาโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อองครักษ์ออกไปแล้ว เซียวเหยียนหลงกลับไม่ได้สนใจเอกสารบนโต๊ะอีก ในหัวของเขามีเพียงใบหน้าของหลินอวี้ทตั้งแต่ตื่นขึ้นมา คนผู้นั้นก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นจากหลินอวี้คนเดิม…คือแววตาที่มีชีวิตชีวาเช่นนั้น
เซียวเหยียนหลงลุกขึ้น เดินออกจากห้องหนังสือทโดยไม่รู้ตัวว่าเท้าของตัวเองกำลังพาไปยังเรือนของพระชายา เมื่อมาถึงหน้าประตู เขากลับหยุดภายในห้องมีเสียงหลินอวี้กำลังพูดกับตัวเอง
“ต้องหาทางกลับบ้านให้ได้…”
เซียวเหยียนหลงยืนนิ่ง ดวงตาคมหรี่ลง
กลับบ้าน? บ้านของหลินอวี้อยู่ที่ใด?
และเหตุใดคำพูดของเขาจึงฟังดูเหมือน…ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขา? เป็นครั้งแรกที่เซียวเหยียนหลงแน่ใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระชายาของเขาไม่ได้ธรรมดาอย่างแน่นอน และเขาจะต้องรู้ให้ได้ว่า…คนที่อยู่ในร่างของหลินอวี้ตอนนี้ คือใครกันแน่
