บทที่ 5 เมียตัวแสบป่วนจวน
ตอนที่ 5 — เมียตัวแสบป่วนจวน
เช้าวันต่อมา หลินอวี้ตื่นขึ้นมาพร้อมความคิดหนึ่งที่ชัดเจนมาก เขาต้องหาเงิน หลังจากคิดอยู่ทั้งคืน เขาก็พบว่าการกลับโลกเดิมอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และในเมื่อยังหาทางกลับไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็ต้องเตรียมทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง
“ถ้าต้องอยู่ที่นี่นาน ๆ อย่างน้อยก็ต้องมีเงินติดตัว”
หลินอวี้เปิดหีบเก็บของของเจ้าของร่างเดิม แต่ค้นอยู่นานกลับพบเพียงเครื่องประดับไม่กี่ชิ้น
“จนจริง ๆ ด้วย”
เขาหยิบปิ่นหยกขึ้นมาดู ก่อนวางกลับที่เดิม
“ขายของพวกนี้คงไม่ได้”
หลินอวี้ครุ่นคิด ในโลกปัจจุบันเขาไม่มีความสามารถพิเศษอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือเรื่องอาหาร เขาทำอาหารเก่งพอสมควร
“ถ้าเปิดร้านอาหารล่ะ?”
ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมา แต่ทันทีที่คิดได้ว่าตัวเองอยู่ในจวนท่านอ๋อง เขาก็ยิ้มกว้าง
“ไม่ต้องเปิดร้านเองก็ได้”
หลินอวี้ลุกขึ้นทันที
“ใช้ห้องครัวของท่านอ๋องนี่แหละ!”
ไม่นาน ห้องครัวใหญ่ของจวนก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
“พระชายา ท่านจะทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”
“ทำอาหาร”
“แต่ท่านไม่เคยเข้าครัว…”
“วันนี้ข้าอยากลอง”
พ่อครัวประจำจวนมองเขาด้วยสีหน้าลำบากใจ
“พระชายา หากท่านต้องการสิ่งใด เพียงสั่งบ่าวก็ได้ขอรับ”
“ไม่ได้ ข้าจะทำเอง”
หลินอวี้พับแขนเสื้อขึ้น
“เอาแป้งมา”
“ขอรับ”
“ไข่”
“ขอรับ”
“น้ำตาล”
“ขอรับ”
“แล้วก็ผลไม้ที่หวานที่สุด”
พ่อครัวกับสาวใช้มองหน้ากัน ก่อนจะทำตามคำสั่ง ไม่นาน หลินอวี้ก็เริ่มลงมือทำขนมแบบง่าย ๆ ที่เขาคุ้นเคย แม้เครื่องปรุงในยุคนี้จะไม่ครบ แต่เขาก็พยายามปรับสูตรตามวัตถุดิบที่มี กลิ่นหอมค่อย ๆ ลอยออกจากครัว คนรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มแอบมองด้วยความสนใจ
“หอมมาก…”
“พระชายาทำเป็นด้วยหรือ?”
“ไม่เคยเห็นพระชายาเข้าครัวเลย”
หลินอวี้ได้ยินก็ยิ้มอย่างภูมิใจ
“เห็นไหม บอกแล้วว่าข้าทำได้”
เขายกขนมชิ้นแรกขึ้นมาชิม ทันทีที่กัดเข้าไป ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นพอใจ
“ใช้ได้!”
พ่อครัวรีบถาม
“ให้บ่าวลองได้หรือไม่ขอรับ?”
“เอาสิ”
พ่อครัวหยิบขึ้นมาชิม ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง
“อร่อยมากขอรับ!”
หลินอวี้ยิ้มกว้าง
“งั้นทำเพิ่ม”
“ทำไมขอรับ?”
“เอาไปให้คนในจวนกิน”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“ส่วนที่เหลือเอาไปขาย”
ทุกคนเงียบ
“ขายหรือขอรับ?”
“ใช่”
“แต่เป็นของที่ทำในจวนท่านอ๋อง…”
“ข้าขายของของข้าไม่ได้หรือ?”
พ่อครัวส่ายหน้าอย่างไม่แน่ใจ
“เรื่องนี้…”
“ไม่ต้องห่วง”
หลินอวี้โบกมือ
“ถ้าท่านอ๋องถาม เดี๋ยวข้ารับผิดชอบเอง”
แต่สิ่งที่หลินอวี้ไม่รู้คือ… คนที่เขากำลังพูดถึงกำลังยืนอยู่หน้าห้องครัวพอดี เซียวเหยียนหลงมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ พระชายาของเขากำลังยืนอยู่หน้าเตา ใบหน้าเปื้อนแป้งเล็กน้อย แขนเสื้อถูกพับขึ้นอย่างไม่เรียบร้อย และกำลังสั่งคนในครัวอย่างคล่องแคล่ว นี่เป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านอ๋อง”
องครักษ์ที่ตามมาด้วยกำลังจะเอ่ยเรียก แต่เซียวเหยียนหลงยกมือห้าม เขาเดินเข้าไปเอง
หลินอวี้กำลังยกถาดขนมออกจากเตา จึงไม่ทันเห็นคนด้านหลัง
“เอาล่ะ เสร็จแล้ว!”
เขาหันกลับมา
“เฮ้ย!”
ถาดในมือเกือบหล่น เซียวเหยียนหลงรับไว้ได้ทัน
“ระวัง”
หลินอวี้มองถาดในมืออีกฝ่าย แล้วมองหน้าเขา
“ท่านมาตั้งแต่เมื่อไร?”
“สักพักแล้ว”
“แล้วทำไมไม่เรียก?”
“กำลังดูเจ้า”
“ดูข้าทำไม?”
“เจ้าน่าสนใจ”
หลินอวี้ชะงัก
“…”
ท่านอ๋องพูดอะไรออกมาเนี่ย? เขารีบเบือนหน้า
“ข้าทำขนม”
“เห็นแล้ว”
“ชิมไหม?”
เซียวเหยียนหลงมองขนมบนถาด
“ได้”
หลินอวี้หยิบชิ้นหนึ่งส่งให้ ท่านอ๋องรับมาอย่างสง่างาม ก่อนกัดเข้าไปคำเล็ก ๆ หลินอวี้จ้องเขา
“เป็นไง?”
“หวาน”
“ก็ขนม”
“หวานเกินไป”
“…”
หลินอวี้เบ้หน้า
“งั้นไม่ต้องกิน”
เขายื่นมือจะดึงขนมคืน แต่เซียวเหยียนหลงกลับยกมือหลบ
“ข้ากินได้”
“เมื่อกี้ยังบอกว่าหวาน”
“ไม่ได้บอกว่าไม่อร่อย”
หลินอวี้ชะงัก
“งั้นก็พูดดี ๆ สิ”
เซียวเหยียนหลงมองเขา
“อร่อย”
หลินอวี้ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย”
เซียวเหยียนหลงมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามพ่อครัว
“พระชายาทำทั้งหมดเองหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วจะเอาไปทำอะไร?”
หลินอวี้รีบตอบ
“ขาย”
เซียวเหยียนหลงหันมามอง
“ขาย?”
“ใช่”
“เจ้าเป็นพระชายาของท่านอ๋อง ยังต้องหาเงินอีกหรือ?”
หลินอวี้กอดอก
“เงินของท่านก็คือเงินของท่าน ข้าอยากหาเงินเอง”
“เพราะอะไร?”
“เผื่อวันหนึ่งข้าต้องออกจากจวน”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที
เซียวเหยียนหลงวางขนมลง
“เจ้าคิดจะออกไปจากจวนอีกแล้วหรือ?”
หลินอวี้ไม่ทันสังเกตน้ำเสียงที่เย็นลง
“ก็ต้องคิดไว้ก่อน”
“เหตุใด?”
“เพราะเราอาจหย่ากันวันไหนก็ได้”
“ข้าบอกแล้วว่าจะไม่หย่า”
“ตอนนี้ไม่หย่า ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หย่าตลอดไปนี่”
เซียวเหยียนหลงมองเขานิ่ง หลินอวี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำให้คนตรงหน้าหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เอาเป็นว่าข้าขอทำมาหากินเอง”
“ได้”
หลินอวี้ชะงัก
“จริง?”
“แต่มีเงื่อนไข”
“อะไร?”
“เจ้าห้ามออกไปขายเอง”
“ทำไม?”
“ให้คนของข้าไปขาย”
หลินอวี้ขมวดคิ้ว
“แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเงินไม่หาย?”
เซียวเหยียนหลงมองเขา
“ข้าจะให้บัญชีทั้งหมดแก่เจ้า”
“จริงนะ?”
“อืม”
หลินอวี้ยิ้มทันที
“ตกลง!”
เซียวเหยียนหลงมองรอยยิ้มของเขา ก่อนจะหันไปสั่งคนสนิท
“จัดการตามที่พระชายาต้องการ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อท่านอ๋องเดินออกจากครัวไปแล้ว หลินอวี้ก็มองตาม
“วันนี้ใจดีแปลก ๆ”
สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างอมยิ้ม
“ท่านอ๋องทรงตามใจพระชายามากขึ้นนะเจ้าคะ”
“ตรงไหน?”
“ทุกเรื่องเลยเจ้าค่ะ”
หลินอวี้นิ่งไป จริงด้วย ถ้าเป็นเซียวเหยียนหลงในนิยาย เขาไม่น่าจะยอมตามใจพระชายาง่าย ๆ แบบนี้
“แปลก…”
หลินอวี้เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้อันตรายกว่าที่คิดเพราะยิ่งเขาเปลี่ยนเนื้อเรื่องมากเท่าไร… ตัวละครที่ควรเดินตามบทก็ยิ่งเปลี่ยนไปมากเท่านั้น และเขายังไม่รู้เลยว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่จุดจบแบบไหน ตกเย็น ขนมชุดแรกถูกส่งออกจากจวนไปขาย ผลตอบรับกลับดีเกินคาด เพียงไม่ถึงสองชั่วยาม ขนมทั้งหมดก็ขายหมด หลินอวี้มองเงินที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วตาเป็นประกาย
“ได้เงินเยอะกว่าที่คิดอีก!”
เขานับเงินอย่างมีความสุข
“ต่อไปข้าจะทำอย่างอื่นขายอีก”
ขณะเดียวกัน ณ ห้องหนังสือ
เซียวเหยียนหลงกำลังอ่านรายงานจากคนสนิท
“ท่านอ๋อง”
“พูดมา”
“มีข่าวจากตลาดพ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องอะไร?”
“ขนมของพระชายาขายหมดภายในเวลาไม่นาน”
เซียวเหยียนหลงหยุดอ่านเอกสาร
“แล้ว?”
“มีคนจากหลายตระกูลกำลังสืบว่าเจ้าของสูตรเป็นใคร”
ดวงตาคมเย็นลงทันที
“จับตาดูไว้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหยียนหลงวางเอกสารลง เขาไม่ได้กังวลเรื่องขนม แต่กังวลว่าความสามารถแปลก ๆ ของหลินอวี้จะดึงดูดคนอื่นเข้ามา โดยเฉพาะคนที่เขายังไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ในเวลาเดียวกัน หลินอวี้กำลังนั่งยิ้มกับกองเงินของตัวเองโดยไม่รู้เลยว่า…ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชื่อของ พระชายาจวนอ๋อง กำลังเริ่มเป็นที่พูดถึงในเมืองหลวง และคนแรกที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้… ไม่ใช่พ่อค้า ไม่ใช่ขุนนาง แต่เป็น แม่ทัพหยาง คนที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในเนื้อเรื่องเดิมเลยแม้แต่น้อย
