บทที่ 6 ข้าจะออกไปเที่ยว!
ตอนที่ 6 — ข้าจะออกไปเที่ยว!
เช้าวันต่อมา หลินอวี้ตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์แจ่มใส เพราะเงินจากการขายขนมเมื่อวานทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มตั้งหลักได้แล้ว อย่างน้อยต่อให้วันหนึ่งเขาต้องออกจากจวนจริง ๆ เขาก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งเซียวเหยียนหลง
“พระชายาเจ้าคะ”
สาวใช้เดินเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่
“ท่านอ๋องให้คนนำมาให้เจ้าค่ะ”
หลินอวี้รับมาดูอย่างแปลกใจ
“ให้ข้า?”
“เจ้าค่ะ”
“ทำไม?”
“บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ”
หลินอวี้คลี่ชุดออกดู เป็นชุดสีเขียวอ่อน เนื้อผ้าดีมาก ลวดลายเรียบแต่ประณีต เขามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนพึมพำ
“ซื้อมาให้ทำไม…”
“พระชายาไม่ชอบหรือเจ้าคะ?”
“ชอบ”
ตอบเร็วเกินไปจนสาวใช้หลุดหัวเราะ
หลินอวี้ทำหน้าขรึม
“ข้าแค่ถามเฉย ๆ”
หลังแต่งตัวเสร็จ หลินอวี้เดินออกจากเรือนพร้อมสาวใช้ แต่ยังไม่ทันไปถึงห้องอาหารก็เห็นเซียวเหยียนหลงยืนอยู่ใต้ต้นไม้
“เจ้าจะไปไหน?”
หลินอวี้ชี้ตัวเอง
“ถามข้าหรือ?”
“ที่นี่มีคนอื่นหรือ?”
“…”
หลินอวี้กลอกตา
“ข้าจะไปตลาด”
“ไปทำอะไร?”
“ซื้อของ”
“ต้องการอะไร?”
“หลายอย่าง”
“ให้คนไปซื้อ”
“ไม่เอา”
เซียวเหยียนหลงขมวดคิ้ว
“เหตุใด?”
“ข้าอยากไปเอง”
“ไม่ได้”
คำตอบมาเร็วมาก หลินอวี้เท้าเอว
“ทำไมไม่ได้?”
“นอกจวนอันตราย”
“ข้าไม่ได้ไปฆ่าใครสักหน่อย”
“เจ้าไม่รู้ว่ามีใครอยู่ข้างนอกบ้าง”
“ยิ่งไม่รู้ก็ยิ่งต้องออกไปดูสิ”
เซียวเหยียนหลงนิ่ง หลินอวี้เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบจึงรีบพูดต่อ
“ข้าอยู่แต่ในจวนทุกวันก็เบื่อ”
“มีทุกอย่างในจวน”
“แต่ข้าอยากออกไปเที่ยว!”
เสียงของหลินอวี้ดังขึ้นจนคนรับใช้แถวนั้นแอบหันมามอง เซียวเหยียนหลงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“ไม่ได้”
“ข้าจะไป”
“หลินอวี้”
“เซียวเหยียนหลง”
ทั้งสองมองหน้ากัน บรรยากาศตึงขึ้นทันทีสุดท้ายเซียวเหยียนหลงถอนหายใจ
“ไปได้”
หลินอวี้ตาโต
“จริง?”
“แต่ข้าจะไปด้วย”
รอยยิ้มบนใบหน้าหลินอวี้หายไปทันที
“ไม่เอา”
“เหตุใด?”
“ท่านไปด้วยแล้วข้าจะเที่ยวสนุกได้อย่างไร?”
“ข้าไม่ห้ามเจ้าเที่ยว”
“แต่หน้าท่านดูเหมือนห้ามทุกอย่าง”
เซียวเหยียนหลงมองเขา
“ข้าหน้าตาเป็นเช่นนี้”
หลินอวี้เผลอหลุดหัวเราะ
“ก็จริง”
สุดท้ายทั้งสองจึงออกจากจวนด้วยกัน
ตลาดในเมืองหลวงคึกคักกว่าที่หลินอวี้คิด ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ร้านรวงเรียงรายเต็มสองข้างทางทันทีที่ลงจากรถม้า หลินอวี้ก็เดินไปทางร้านขายของกินทันที
“หอมมาก!”
เขาหยุดหน้าร้านหนึ่ง
“นี่คืออะไร?”
“ขนมแป้งทอดขอรับ”
พ่อค้ารีบตอบ
หลินอวี้ซื้อมาอย่างละชิ้นแล้วแบ่งให้เซียวเหยียนหลง
“ลองสิ”
ท่านอ๋องมองของในมือ
“ข้าไม่กิน”
“ลองหน่อย”
“ไม่”
หลินอวี้ยัดใส่มือเขา
“กิน”
เซียวเหยียนหลงมองขนมในมือ ก่อนจะกัดเข้าไปหนึ่งคำ หลินอวี้จ้องเขา
“เป็นไง?”
“พอใช้”
“พูดเหมือนข้าตอนชิมอาหารเลย”
“เจ้าก็พูดเช่นนั้น”
“แล้วไม่ดีหรือ?”
“ดี”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้หลินอวี้ยิ้ม ทั้งคู่เดินตลาดด้วยกันอย่างไม่รู้ตัว หลินอวี้แวะร้านนั้นร้านนี้ ซื้อของแปลก ๆ เต็มมือ เซียวเหยียนหลงไม่ได้ห้าม เพียงแต่คอยเดินตามอยู่ด้านหลังและจ่ายเงินให้ทุกครั้งที่หลินอวี้หยิบของ จนหลินอวี้เริ่มรู้สึกเกรงใจ
“พอแล้ว ข้าจ่ายเอง”
“ไม่ต้อง”
“แต่ของทั้งหมดเป็นของข้า”
“ข้าจ่ายได้”
“ท่านนี่…”
หลินอวี้มองอีกฝ่ายอย่างจนใจ
“ตามใจ”
ทั้งสองเดินต่อไปจนถึงร้านน้ำชา หลินอวี้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนเลือกของอยู่หน้าร้าน เขาจำได้ทันที แม่ทัพหยาง
“เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”
เซียวเหยียนหลงหันไปตามสายตาของเขาสีหน้าของท่านอ๋องเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม่ทัพหยางเองก็มองเห็นทั้งคู่ เขาเดินเข้ามา
“บังเอิญจริง ๆ”
หลินอวี้พยักหน้า
“ท่านแม่ทัพ”
แม่ทัพหยางยิ้ม
“พระชายาจำข้าได้ด้วยหรือ?”
“จำได้สิ”
“ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น”
เซียวเหยียนหลงก้าวเข้ามายืนข้างหลินอวี้
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
น้ำเสียงเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด แม่ทัพหยางยังคงยิ้ม
“มาซื้อของพ่ะย่ะค่ะ”
“ซื้อเสร็จแล้วก็กลับ”
หลินอวี้หันไปมอง
“ท่านอ๋อง ทำไมต้องไล่คนด้วย?”
“ข้าไม่ได้ไล่”
“สีหน้าท่านเหมือนไล่”
แม่ทัพหยางหัวเราะเบา ๆ
“พระชายาช่างตรงไปตรงมาจริง ๆ”
หลินอวี้ยิ้ม
“ข้าก็เป็นแบบนี้”
“ดี”
แม่ทัพหยางมองเขา
“คนตรงไปตรงมาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ”
เซียวเหยียนหลงหรี่ตาลง
“แม่ทัพหยาง”
“พ่ะย่ะค่ะ?”
“อย่าพูดมาก”
“…”
หลินอวี้เกือบหัวเราะ นี่มันหึงหรือเปล่า? แต่เมื่อหันไปมองใบหน้าของเซียวเหยียนหลง อีกฝ่ายก็ยังนิ่งสนิท คงไม่ใช่หรอก หลังจากแยกจากแม่ทัพหยาง หลินอวี้เดินต่อไปอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศข้างตัวเงียบผิดปกติ
“ท่านเป็นอะไร?”
“เปล่า”
“แน่ใจ?”
“อืม”
“งั้นทำไมหน้าบึ้ง?”
“ข้าหน้าตาเป็นเช่นนี้”
หลินอวี้หัวเราะ
“ท่านชอบใช้คำนี้จริง ๆ”
เซียวเหยียนหลงไม่ตอบ แต่หลังจากนั้นเขากลับเดินใกล้หลินอวี้มากขึ้น จนไหล่ของทั้งสองแทบชนกันตลอดทาง หลินอวี้มองลงไปที่แขนของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“ท่านอ๋อง”
“อะไร?”
“ท่านเดินชิดเกินไปแล้ว”
เซียวเหยียนหลงมองเขา
“ถอยได้หรือไม่?”
“ได้”
“ไม่ถอย”
“…”
หลินอวี้พูดไม่ออก ท่านอ๋องผู้นี้เริ่มแปลกขึ้นทุกวันแล้ว ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับรถม้า จู่ ๆ เซียวเหยียนหลงก็หยุด
“มีอะไร?”
หลินอวี้ถาม ท่านอ๋องมองไปยังตรอกด้านข้างสายตาคมเย็นลงทันที
“มีคนตามเรา”
รอยยิ้มของหลินอวี้หายไป
“ใคร?”
“ไม่รู้”
องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังรีบเข้ามา
“ท่านอ๋อง”
“ไปตรวจดู”
“พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์หลายคนแยกตัวออกไป หลินอวี้มองตรอกมืดนั้นอย่างระแวง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเซียวเหยียนหลงพูดถูกโลกนี้ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด ไม่นานองครักษ์ก็กลับมา
“ไม่พบผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหยียนหลงขมวดคิ้ว
“ไม่พบ?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลินอวี้รู้สึกขนลุก เขาหันกลับไปมองตรอกอีกครั้ง ไม่มีใครอยู่จริง ๆ แต่ก่อนจะขึ้นรถม้า เขากลับเห็นบางอย่างตกอยู่บนพื้น เป็นปิ่นหยกสีขาวหลินอวี้ก้มลงเก็บ ทันทีที่เห็นลวดลายบนปิ่น เขาก็ชะงัก เพราะเขาเคยเห็นมันมาก่อน ในนิยาย ปิ่นชิ้นนี้เป็นของ คนที่ควรปรากฏตัวในอีกหลายเดือนข้างหน้าแต่ตอนนี้มันกลับมาอยู่ที่นี่แล้ว หลินอวี้กำปิ่นไว้แน่น
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่…”
เซียวเหยียนหลงมองเขา
“เป็นอะไร?”
หลินอวี้เงยหน้าขึ้น
“ไม่มีอะไร”
เขาซ่อนปิ่นไว้ในแขนเสื้อ แต่ในใจกลับรู้ดีว่า…มีบางอย่างกำลังเร่งให้เรื่องราวทั้งหมดเดินเร็วขึ้นและคนที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้…อาจไม่ได้ต้องการเพียงชีวิตของเขา แต่อาจกำลังต้องการเปลี่ยนชะตาของทั้งแคว้นด้วย
