บทที่ 7 ปิ่นหยกปริศนา

ตอนที่ 7 — ปิ่นหยกปริศนา

หลังกลับถึงจวน หลินอวี้ก็รีบกลับห้องทันที

เขาปิดประตู ก่อนหยิบปิ่นหยกที่เก็บได้ออกมาวางบนโต๊ะ

“นี่มันของนางจริง ๆ …”

เขาจำได้แม่น

ปิ่นหยกชิ้นนี้เป็นของ ซูหว่าน ตัวละครหญิงสำคัญในนิยาย และตามเนื้อเรื่องเดิม นางควรเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากนี้อีกหลายเดือน

แต่ตอนนี้ปิ่นกลับมาอยู่ที่นี่

“หรือว่านางมาถึงเมืองหลวงแล้ว?”

หลินอวี้ขมวดคิ้ว

ถ้าเป็นเช่นนั้น เนื้อเรื่องคงเปลี่ยนไปมากกว่าที่เขาคิด

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก

หลินอวี้รีบเก็บปิ่นใส่แขนเสื้อ

“ใคร?”

“ข้า”

เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น

“เข้ามา”

ประตูเปิดออก เซียวเหยียนหลงเดินเข้ามา

สายตาคมมองเขา ก่อนจะเลื่อนไปยังโต๊ะด้านข้าง

“วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

“สนุกดี”

“เจอใครบ้าง?”

หลินอวี้ชะงัก

“ก็พ่อค้าแม่ค้า คนทั่วไป”

“แม่ทัพหยางด้วย”

“อ้อ…ใช่”

เซียวเหยียนหลงเดินเข้ามาใกล้

“แล้วก่อนกลับ เจ้าหยิบอะไรจากพื้น?”

หัวใจหลินอวี้กระตุก

“ท่านเห็น?”

“ข้าเห็น”

“ก็แค่ของตก”

“เอามาให้ข้าดู”

หลินอวี้เงียบ

เซียวเหยียนหลงยื่นมือออกมา

“หลินอวี้”

“ข้าเก็บได้เอง ทำไมต้องให้ท่านดูด้วย?”

“เพราะคนที่ทิ้งของชิ้นนั้นอาจกำลังตามหาเจ้า”

“แต่ข้าไม่รู้ว่าเป็นของใคร”

“ยิ่งต้องให้ข้าดู”

หลินอวี้ถอนหายใจ ก่อนหยิบปิ่นออกจากแขนเสื้อ

ทันทีที่เซียวเหยียนหลงเห็นปิ่น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

“เจ้าได้มันมาจากที่ใด?”

“ตรงตลาด”

“ใครอยู่ใกล้เจ้า?”

“ข้าไม่เห็นใคร”

เซียวเหยียนหลงหยิบปิ่นขึ้นมาพิจารณา

นิ้วของเขาหยุดตรงลวดลายเล็ก ๆ บนตัวปิ่น

“ตราของตระกูลซู”

หลินอวี้ใจเต้นแรง

“ท่านรู้จัก?”

“รู้”

“เป็นของใคร?”

เซียวเหยียนหลงมองเขา

“คุณหนูใหญ่ตระกูลซู”

หลินอวี้เผลอหลุดปาก

“ซูหว่าน?”

“เจ้ารู้จักนาง?”

“…”

ซวยแล้ว

เขาพูดชื่อออกมาเร็วเกินไป

เซียวเหยียนหลงหรี่ตาลง

“เจ้าไม่เคยพบคุณหนูซู”

“ข้า…”

“แต่เจ้ารู้ชื่อของนาง”

หลินอวี้กำลังจะหาข้อแก้ตัว แต่เสียงรายงานจากด้านนอกก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ท่านอ๋อง!”

เซียวเหยียนหลงหันไป

องครักษ์รีบเข้ามาคุกเข่า

“มีข่าวจากประตูเมืองพ่ะย่ะค่ะ”

“พูด”

“คุณหนูใหญ่ตระกูลซูเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หลินอวี้นิ่งค้าง

มาแล้วจริง ๆ

เร็วกว่าที่ควรจะเป็นหลายเดือน

เซียวเหยียนหลงหันกลับมามองเขา

“ดูเหมือนเจ้าจะรู้อยู่ก่อนแล้ว”

“ข้า…”

หลินอวี้พูดไม่ออก

ท่านอ๋องไม่ได้ซักต่อ เพียงส่งปิ่นให้องครักษ์

“ส่งคืนตระกูลซู”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อองครักษ์ออกไป เซียวเหยียนหลงก็ยังยืนอยู่ตรงหน้าเขา

“เจ้ารู้เรื่องของนางได้อย่างไร?”

หลินอวี้หลบสายตา

“ข้าเดา”

“เดาได้แม่นยำถึงเพียงนี้?”

“ข้าเก่ง”

“…”

เซียวเหยียนหลงมองเขานิ่ง ๆ

หลินอวี้จึงรีบพูดต่อ

“ข้าก็แค่เคยได้ยินชื่อ”

“จากใคร?”

“จาก…”

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“จากคนในตลาด”

เซียวเหยียนหลงไม่พูดอะไร

แต่ดูจากสีหน้าแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อแม้แต่น้อย

“เอาเถอะ”

หลินอวี้ถอนหายใจ

“ท่านจะสงสัยข้าก็เรื่องของท่าน”

เขาหันไปนั่งบนเตียง

“แต่ข้าไม่ได้คิดร้ายกับท่านจริง ๆ”

เซียวเหยียนหลงนิ่งไป

ประโยคนั้นทำให้สีหน้าของเขาอ่อนลงเล็กน้อย

“ข้ารู้”

หลินอวี้เงยหน้าขึ้น

“รู้?”

“ถ้าเจ้าคิดร้ายกับข้า เจ้าคงไม่เตือนเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นหลายครั้ง”

หลินอวี้ชะงัก

“ท่านรู้?”

“ข้าสังเกต”

“…”

เซียวเหยียนหลงเดินเข้ามาใกล้

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร”

เขาหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย

“แต่ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังพยายามปกป้องตัวเอง”

หลินอวี้เม้มริมฝีปาก

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าถามข้าเลย”

“ได้”

คำตอบง่ายกว่าที่คิดทำให้หลินอวี้เงยหน้าขึ้น

“จริง?”

“เมื่อเจ้าอยากบอก ข้าจะฟัง”

หัวใจของหลินอวี้สั่นไหวเล็กน้อย

เขาไม่คิดว่าท่านอ๋องจะพูดเช่นนี้

“ขอบคุณ”

เซียวเหยียนหลงมองเขา ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเขาเบา ๆ

หลินอวี้ชะงัก

“ท่านทำอะไร?”

“ปลอบเจ้า”

“ข้าไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย”

“ข้ารู้”

เซียวเหยียนหลงชักมือกลับ

“แต่เจ้าดูเหมือนกำลังกลัว”

หลินอวี้เงียบไป

ใช่

เขากลัวจริง ๆ

กลัวว่าเรื่องทั้งหมดจะเปลี่ยนไปจนไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีก

และกลัวที่สุดคือ…

เขาอาจไม่มีวันได้กลับบ้าน

คืนนั้น หลังจากเซียวเหยียนหลงกลับไป หลินอวี้นอนไม่หลับ

เขาเดินไปเปิดหน้าต่าง มองดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

“ถ้าซูหว่านกลับมาแล้ว…”

เขาพึมพำ

“พระเอกกับนางเอกก็ต้องได้เจอกันในไม่ช้า”

ตามเนื้อเรื่องเดิม การพบกันของทั้งสองจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก

ส่วนเขา…

ควรเป็นเพียงพระชายาที่ถูกทอดทิ้ง

หลินอวี้กำผ้าห่มแน่น

“ขอให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิมเถอะ”

แต่เขายังไม่ทันปิดหน้าต่าง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านล่าง

“พระชายา”

หลินอวี้ชะโงกหน้าลงไป

องครักษ์คนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้

“มีอะไร?”

“มีจดหมายส่งถึงพระชายาขอรับ”

“ใครส่ง?”

“ไม่ทราบขอรับ ไม่มีชื่อผู้ส่ง”

หลินอวี้รับจดหมายมาอย่างระมัดระวัง

เมื่อเปิดออก ด้านในมีเพียงข้อความสั้น ๆ

‘คนที่เจ้ากำลังรอ ไม่มีวันกลับมา’

หลินอวี้หน้าซีด

เขาอ่านซ้ำอีกครั้ง

คนที่กำลังรอ?

เขากำลังรอใคร?

เขาไม่เคยบอกใครว่าอยากกลับบ้าน

หรือว่า…

คนส่งจดหมายรู้ความลับของเขาแล้ว?

ทันใดนั้น ลมกลางคืนก็พัดแรงจนเปลวเทียนดับลง

หลินอวี้กำจดหมายแน่น

และในความมืดนั้นเอง…

เงาร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่บนหลังคาฝั่งตรงข้าม

ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมายังเขาไม่วางตา

ก่อนเจ้าของเงาจะยิ้มบาง ๆ

“ในที่สุด…ก็หาเจ้าพบ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป