บทที่ 1 ผมกลายเป็นแมวไปแล้ว 1/2
ผมกลายเป็นแมวไปแล้ว 1/2
บรรยากาศข้างนอกเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ ลมกระโชกแรงพัดปลิวจนต้นไม้สั่นไหว บ่งบอกถึงพายุกำลังจะมา จนหน้าต่างบ้านหลังหนึ่งขยับเสียงดังแต่ทว่าภายในห้องกลับไม่รู้ถึงความแรงของลมเท่าไรนัก เสียงพูดคุยดังลอดออกมาด้วยความสุข น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานกำลังอ่านหนังสือให้คนที่นอนอยู่บนเตียงฟังด้วยแววตารักใคร่ เธอนั่งพิงหัวเตียงพร้อมเอามือลูบหัวเด็กหนุ่มขณะปากก็เล่าเนื้อหาภายในหนังสือโดยไม่ต้องมองเนื้อหาบ่อยก็ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ที่เธออ่านให้เด็กหนุ่มฟัง ก็แน่ล่ะเรื่องโปรดของเจ้าตัวเลย
เด็กหนุ่มกำลังนอนฟังเธอเล่าด้วยแววตาเป็นประกายสุกสกาว อย่างตื่นเต้น ก่อนที่จะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งเมื่อถึงช่วงตอนจบของเรื่องเสมอ
“แม่ครับ ทำไมตัวร้ายต้องถูกฆ่าด้วย เขาน่าสงสารออก คนพวกนั้นน่ะสมควรตายมากกว่าอีก แค่ก ๆ” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนที่จะไอออกมา ทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวของเจ้าตัวกลับซีดขึ้นมากกว่าเดิม จนคนเป็นแม่ต้องไปวางหนังสือลงก่อนจะพยุงลูกชายของเธอนั่งพิงหัวเตียงพร้อมลูบหลัง โดยไม่ลืมที่จะหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้ลูกปิดปากไออย่างชำนาญเหมือนทำอยู่เป็นกิจวัตร
“เป่าเป้ยเป็นอย่างไรบ้างลูก!ค่อย ๆ” เธอร้องขึ้นอย่างตกใจก่อนจะปลอบ แต่มือที่กำลังลูบหลังลูกชายเธอกลับสั่นไหวด้วยความตื่นกลัว
เธอรู้ว่าลูกเธอป่วยอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว หลัง ๆ กลับเป็นมากกว่าเดิม ไปหาหมอ หมอก็ไม่อาจจะรักษาให้หายขาดได้เพราะสะสมมานานแล้วยิ่งอากาศตอนนี้มีฝุ่น pm 2.5 หนาขึ้น!ถึงช่วงนี้จะมีพายุเข้าพัดออกไป แต่ไม่นานก็กลับมาเหมือนเดิม เธอก็ได้แต่หวังว่าลูกชายสุดที่รักของเธอจะไม่ทรมานแบบนี้อีกแล้ว
“แค่ก!ฟืด!ขอโทษครับ ผมอินไปหน่อย” เด็กหนุ่มพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะเก็บผ้าเช็ดหน้า แต่ทว่ามืออันอบอุ่นของผู้เป็นแม่กลับรีบคว้าเอาไว้เอง โดยที่เด็กหนุ่มอยากจะยื้อแย่งกลับคืนมา เพราะเขากลัวว่าแม่จะรู้ว่าเขาไอออกมาเป็นลิ่มเลือดอีกแล้ว
“เป่าเป้ยพักผ่อนเสียนะลูก”
ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกพลางค่อย ๆ จัดที่นอนให้ลูกสุดที่รักได้นอนสบาย ๆ มือเรียวปัดผมลูกที่ปอยผมหล่นปิดบังใบหน้าอันซีดเซียว ด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะไล้จับใบหน้าของลูกชายอย่างแผ่วเบาพร้อมลูบแก้มและก้มลงหอมแก้มอย่างรักใคร่
“รักลูกนะ”
“รักแม่ครับ พ่อกับพี่ชายด้วย อ้อ!คุณปู่และคุณลุงอีกด้วย”
เขาบอกรักแม่ ก่อนจะบอกรักทุกคนในครอบครัวที่วันนี้ไม่ว่างมาหาเขาให้แม่ไปฝากบอก
“ครับลูก ทุกคนก็รักลูกมากนะเป่าเป้ย จำไว้นะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อแม่พี่ชาย คุณปู่และคุณลุง รักหนูมากที่สุดเลยรู้ไหม?”
เธอบอกด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ หวังว่าลูกชายของเธอจะรับรู้ในสิ่งที่พวกเราทำ
“ราตรีสวัสดิ์จ้ะ”
“ฝันดีครับ!”
ผู้เป็นแม่ยิ้มให้กับลูกชาย ก่อนที่จะเดินออกไปอย่างช้า ๆ มือที่กำผ้าเช็ดหน้าอยู่ถึงกับสั่น เธอต้องเข้มแข็ง อย่าร้องเด็ดขาด
ปัง!
“อึก!”
ทันทีที่ประตูปิดลงผู้เป็นแม่ก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นพร้อมกลั้นเสียงร้อง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเปรอะเปื้อนแก้มเนียน มือที่กำผ้าเช็ดหน้าคลายออกเผยให้เห็นลิ่มเลือดจากการไอของลูกชาย คงหมดเวลาแล้วสินะ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งร้องไห้ออกมาจนตัวโยน
“เฮ้อ!สงสารเฟยหลงจังเลยนะ เป็นตัวร้ายของเรื่องที่ทุกข์ทรมานจัง”
เขาคิดพร้อมนึกถึงเรื่องราวในหนังสือเรื่องโปรด อนธการวันสิ้นโลก เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันสิ้นโลกซอมบี้บุก มนุษย์มีพลังวิเศษ เรื่องราวการเอาชีวิตรอดของคนต่าง ๆ และตัวร้ายซึ่งเป็นตัวละครที่เขาชอบ ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบตัวละครตัวนี้มากขนาดนี้ หรือเพราะว่าความสงสารชีวิตวัยเด็กของเฟยหลงก่อนที่จะเป็นตัวร้ายกันนะ เฟยหลงนะเป็นลูกชายของเฟยเทียนกับเยว่ฉี พ่อแม่รักใคร่กัน สถานะทางบ้านก็ดี แถมเฟยเทียนมีสิทธิ์ในการเป็นหัวหน้าตระกูลคนต่อไป แต่จู่ ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุทำให้ทั้งคู่ต้องเสียชีวิตคาที่ เฟยหลงก็เลยกลายเป็นเด็กกำพร้า หลังจากนั้นชีวิตของเฟยหลงก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คุณลุงของเฟยหลงอย่างเฟยจินก็เข้ามาฮุบกิจการของตระกูล ยิ่งพวกญาติทางฝั่งเมียของตัวเองนะ หึ!อย่างกับปอบลง ลูกพี่ลูกน้องของเฟยหลงก็ชอบมาบุลลีอีก ทำให้ชีวิตของเฟยหลงนั้นยิ่งตกต่ำ แถมยังมีพวกรุ่นพี่ในโรงเรียนมากลั่นแกล้งตามคำสั่งอีก ถ้าเป็นเขานะฟาดกลับไปแล้ว เขาถึงหงุดหงิดกับความยอมคนของตัวร้ายของเรื่องไง แต่ในช่วงที่มีซอมบี้ทุกคนต่างแย่งเอาชีวิตของตัวเอง แต่เฟยหลงกลับปกป้องคนอื่นทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังเอาชีวิตตัวเองยังไม่รอด และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ เฟยหลงตระหนักถึงความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ จนสุดท้ายเฟยหลงก็กลายเป็นราชาซอมบี้ตัวร้ายของเรื่อง อนธการวันสิ้นโลก
“แค่ก ๆ หืดดด!แฮ่ก!”
จู่ ๆ เด็กหนุ่มที่กำลังนอนครุ่นคิดถึงเรื่องราวในหนังสืออยู่นั้น ก็เกิดอาการไออย่างหนักพร้อมกับอาการหอบกำเริบ
ค่าวัดค่าฝุ่น pm 2.5 ภายในห้องจู่ ๆ ก็พุ่งขึ้นสูงตัวเลขแดงเถือก จนทำให้เด็กหนุ่มอาการกำเริบ เสียงไอรุนแรงดังขึ้นเรื่อยๆ มือของเจ้าตัวจะเอื้อมไปกดกริ่งฉุกเฉิน แต่ก็ไม่สามารถเอื้อมไปถึงได้อย่างใจนึก
“หืดดดด!อึก!แม่ แค่ก ๆ” เด็กหนุ่มพยายามเปล่งเสียงร้องเรียกแม่ แต่ก็ไม่สามารถส่งเสียงออกมาให้คนข้างนอกรับรู้ได้
ฟุบ!
มือบางตกไปข้างเตียงอย่างอ่อนแรง แววตาชายหนุ่มเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าเด็กหนุ่มเปรอะเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกจากจมูก อีกทั้งริมฝีปากแดงก่ำมีเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปาก เจ้าตัวหอบหายใจเพื่ออากาศจะได้เข้าไปแต่ทว่าก็ไม่อาจฝืนตัวเองได้
‘พ่อครับแม่ครับ พี่ชาย คุณปู่คุณลุง และก็เฟยหลง ลาก่อน’ เด็กหนุ่มนึกคิดในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่จะหมดลมหายใจแน่นิ่งไป
ไม่น่าเครื่องวัดค่าฝุ่นก็กลับเป็นเกณฑ์ปกติเหมือนไม่เคยมีแถบแดงเกิดขึ้น
