บทที่ 10 ตระกูลเฟย 2/2
ตระกูลเฟย 2/2
ครั้งนี้ถ้าเขาจำไม่ผิด น่าจะมาพูดเรื่องการซื้อขายหุ้น เพื่อที่จะให้เขาส่งมอบหุ้นให้อาจินดูแลแทนรอรับแค่ส่วนแบ่ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาเชื่อแต่ตอนนี้เขาไม่ แต่ก็จะเล่นตามน้ำเพื่อดึงราคาหุ้นให้สูงกว่าเดิม ถ้าจะเอาก็ต้องมีของแลกเปลี่ยนเสียหน่อยจริงไหม ?
“เป็นไงบ้างช่วงนี้ อาไม่ค่อยว่างเลยธุรกิจวุ่นไปหมด” เฟยจินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงพร้อมเอนหลังลงโซฟาด้วยความเหนื่อย
“ก็ดีครับ” เฟยหลงตอบด้วยท่าทางอย่างนอบน้อมตามฉบับเจ้าตัว หึ ! คิดว่าเล่นละครคนเดียวได้หรือไงเขาก็เล่นได้เหมือนกัน
“เฮ้อ ! อาคิดถึงพี่เทียน ถ้าพี่เขาอยู่ก็คงไม่ต้องมาวุ่นกับงานแบบนี้” เฟยจินบ่นด้วยความเสียดายกับตัวเอง
เฟยหลงได้ยินก็อดรู้สึกถึงความน่าขยะแขยงของอาจินไม่ได้เพราะตอนที่เขาถูกผลักไปเป็นตัวล่อให้ซอมบี้รุมกินนั้น เขาได้รับรู้ว่าอานั้นเป็นคนฆ่าพ่อแม่เขาเองและทำให้เป็นอุบัติเหตุ
เขาอยากจะฆ่าอาเลยแต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ จะตายง่ายไป อดทนไว้เฟยหลง
เฟยจินแอบมองเฟยหลงที่กำลังเหม่อ ก็จะพูดในสิ่งที่ตัวเขาต้องการ
“เออนี่เสี่ยวหลง อาเห็นว่าช่วงนี้ธุรกิจกำลังเติบโตไปได้ด้วยดี แต่มันติดขัดอะไรบางอย่าง เสี่ยวหลงช่วยอาหน่อยได้ไหม” เฟยจินพูดในสิ่งที่เขาต้องการสื่อออกมา
“ชะช่วยอะไรเหรอครับ ?” เฟยหลงตอบด้วยความไม่เข้าใจอย่างเสแสร้ง
“ก็เรื่องการเซ็นเอกสารสำคัญน่ะ มันต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก ในการดำเนินการเรื่องต่าง ๆ อาเห็นว่าเสี่ยวหลงยังเด็กยังไม่เข้าใจธุรกิจพวกนี้เท่าไร อาคิดว่าเสี่ยวหลงยอมรับส่วนแบ่งดีไหม ยกหุ้นทั้งหมดให้อา รอรับปันผลทุกปีพอ” เฟยจินพูดเชิญชวน พร้อมสังเกตสีหน้าท่าทางของของเฟยหลงไปด้วย
“ผะผมไม่รู้เลยครับ” เฟยหลงตอบอย่างลังเล โดยทำหน้าซื่อ ๆ อย่างไม่เข้าใจ ก็แน่ละจะเข้าใจอะไรในตอนนั้นเขาเพิ่งอายุแค่สิบห้าเอง ถึงดูคนไม่ออก และปล่อยหุ้นไปไม่ได้เงินสักหยวนแถมยังเกิดเหตุวิบัติอีก จนได้รู้ธาตุแท้ของคน
“เฮ้อ ! ลองไปคิดดูนะ อาอยากให้เสี่ยวหลงสบายไม่ต้องทำธุรกิจที่ตัวเองไม่ชอบ ออกไปหาอะไรที่ชอบทำสบาย ๆ ไม่ต้องมาเครียดแบบอาอย่างนี้”
เฟินจินพูดด้วยน้ำเสียงหนักอกหนักใจ และให้เฟยหลงได้คิดทบทวน ก่อนจะเอ่ยชวนเฟยหลงไปทานอาหารเย็นอย่างอบอุ่นตามฉบับอาที่ใจดี
เฟยหลงมองอาตัวเองที่เดินออกไปจากห้องนั่งเล่นด้วยแววตาเอ่อล้นจากหยาดน้ำตา ซาบซึ้งอาที่เข้าใจเขาในสิ่งที่เขาชอบ ทันทีที่เฟยจินออกไปพ้นสายตา แววตาของเฟยหลงก็แปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ หยาดน้ำตาหายไปเหลือเพียงขอบตาแดงก่ำอย่างคนอดกลั้น ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ คลายมือเผยให้เป็นรอยเล็บจิกจนเลือดออก เพราะตั้งแต่เขาได้ยินที่อีกฝ่ายพูดพร่ำพรรณนาความเข้าอกเข้าใจคนอื่น เขาก็จิกมือแน่นเพื่อไม่ให้พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย
แกรก !
เสียงเปิดประตูห้องเข้ามาทำให้เสี่ยวเป่าที่นอนหงายหลับสบายอยู่สะดุดลืมตาตื่นขึ้นมามอง เขาจะเดินออกไปหาทาสแต่จำคำพูดของทาสได้ว่า
‘นี่ ถ้าไม่ได้ยินเสียงเรียกของฉัน แล้วมีคนเปิดประตูเข้ามาต้องซ่อนตัวรู้ใช่ไหม ?!’ ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เสี่ยวเป่ามองและฟังอย่างตั้งใจ
เสี่ยวเป่านึกถึงคำพูดของทาสก็แอบไปหลบใต้เตียงอย่างเงียบเชียบ อย่าลืมนะ แมวน่ะเท้าเบามาก
“ไอ้ไขมันเดินได้ มันไม่อยู่ห้องยังเปิดแอร์เย็นฉ่ำเลย”
คนที่เข้ามาก็คือ เฟยญ่า เธอพูดด้วยความรู้สึกรังเกียจญาติผู้พี่คนนี้มาก เพราะเป็นคนแย่งทุกอย่างไปจากพวกเธอ ถ้ามันตายตามพ่อแม่มันนะ เธอจะรู้สึกสะใจมากกว่านี้ ‘ทำไมมึงไม่ตายตามพ่อแม่ไปซะ’
“อีหลี่ ! มึงค้นห้องมันดูดิ ว่าขโมยของอะไรมาหรือเปล่า” เฟยญ่าสั่งกับคนใช้ประจำตัวให้ค้นห้องของเฟยหลง ขณะที่เธอยืนมองการกระทำของคนใช้อย่างอันหลี่ ถ้าเธอโดนพ่อแม่ดุ ก็โยนความผิดให้อีหลี่ไป แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมว่าพ่อแม่ถึงต้องรักและเอ็นดูมัน แค่ไล่มันออกไปก็ได้และให้เงินมันไปสักก้อน เฮอะ !
อันหลี่ได้ยินคำสั่งจากเจ้านายตัวน้อยของเธอก็ต้องทำตามคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ทำตามเธอก็โดนโขกสับ เนื้อตัวของเธอเขียวช้ำไปทั่วตัว อยากจะลาออกแต่ก็ทำไม่ได้ ถ้าลาออกไปเธอก็สูญเสียรายได้ น้องชายที่พิการของเธอจะอยู่อย่างไร เธอต้องอดทน เธอคิดพร้อมกับมือที่รื้อของกระจัดกระจายโดยไม่ทำให้เสียหาย
กึก !
เธอก้มสอดส่องใต้เตียงและสายตาเธอสบตากับแมวตัวน้อยที่นอนขดตัวหลบอยู่ใต้เตียงพร้อมตัวสั่นอย่างตื่นกลัว ‘โดนเห็นแล้ว’ เสี่ยวเป่าคิด
“นี่เจออะไรไหม” เสียงตะโกนอันแหลมปรี๊ดอยู่หน้าประตูห้อง
“มะไม่เจออะไรเลยค่ะ !”
อันหลี่ลุกขึ้นพร้อมบอกเจ้านายของเธออย่างตื่นกลัว ใจเธอสั่นระริกกลัวว่าเจ้านายจะรู้ว่าเธอโกหก เพราะนี่เป็นครั้งแรก ! ที่เธอกล้าโกหก
“แน่นะ” เฟยญ่าจ้องอันหลี่ด้วยแววตาน่ากลัว !
“คะค่ะ”
“ทำลายของหน้าตู้กระจกแล้วกลับ !!” เฟยญ่าสั่งก่อนจะเดินออกไปโดยทิ้งเธอไว้
พึ่บ !
เธอรีบกวาดให้ของหน้ากระจกกระจายอย่างนิด ๆ หน่อยๆ ก่อนจะแอบชำเลืองมองใต้เตียง และเห็นเจ้าลูกแมวน้อยโผล่หัวออกมาอย่างน่ารัก
“อย่าให้เด็กคนเมื่อกี้เจอนะ เจอแล้วต้องหลบรู้ไหมเจ้าเหมียว” เธอพูดเตือนแมวก่อนรีบออกไปโดยไม่ลืมปิดประตู ถ้าเจ้านายของเธอเจอลูกแมวตัวนี้ เธอไม่อยากจะคิดเลย
แกรก !
เฟยหลงเปิดประตูเข้ามาพร้อมพูดขึ้น สายตาเห็นภายในห้องที่กระจัดกระจายอย่างไม่นึกแปลกใจ เขาโดนจนชินชาเสียแล้ว และก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ
“เมี้ยววววววว ~” (หอมมมมมม ~) เสียงร้องของเสี่ยวเป่าทำให้เฟยหลงหลุดออกจากภวังค์ และมองอย่างโล่งใจที่เฟยญ่าไม่ได้เจอเจ้าเหมียวตัวนี้
“หึ ! หิวแล้วไงตัวเล็ก” เฟยหลงพูดพร้อมเดินมานั่งที่ปลายเตียง โดยไม่ลืมวางจานอาหารที่เขานำขึ้นมาด้วย ก่อนจะอุ้มเจ้าเหมียวแล้วพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง
“ชื่ออะไรดี ?”
“ม้าววววว !” (เสี่ยวเป่า !)
