บทที่ 4 คืนที่ฝนตก 2/2
คืนที่ฝนตก 2/2
หลังจากสำรวจและถูไถให้กลิ่นของตัวเองติดของต่าง ๆ หมดเรียบร้อย เขาก็รู้สึกหิวเลยเดินเข้าไปดมอาหารที่เพยเพยได้เทเตรียมให้ กลิ่นหอมโชยออกมาจากอาหารแมวจนเสี่ยวเป่าอดกลืนน้ำลายไม่ได้ แต่เขารู้สึกยังไม่กล้ากินเพราะเขายังไม่ได้ลองกินอาหารแมวเลย กินแต่อาหารของคน ความรู้สึกนึกคิดของเสี่ยวเป่ายังคงเป็นมนุษย์อยู่ ก็แน่ล่ะเพิ่งมาอยู่ในร่างแมวแค่วันสองวันเองนี่นา
เสี่ยวเป่าเจ้าแมวน้อยลังเลจ้องมองอาหารแมวตรงหน้าที่ส่งกลิ่น หอมยั่วยวนใจจนแมวน้อยอดใจไม่ไหว
“เมี้ยว!!” (ขอกินก่อนเถอะ!)
“ง่ำ ๆ” เสี่ยวเป่าก้มลงกินอย่างอดใจไม่ไหว ความหอม กรุบกรอบนี่แหละที่ต้องการ อื้ม ~ รสแซลมอน! แสนอร่อย ~
เจ้าแมวน้อยก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจแล้วว่า เคยเป็นมนุษย์มาก่อน
“แพล็บ! แพล็บ!” (อึก อึก) หลังกินเสร็จเสี่ยวเป่าก็ใช้ลิ้นเล็ก ๆ ของแมวตวัดเลียดื่มน้ำ อย่างกระหาย
“ม้าวววว ~”
พอดื่มน้ำเสร็จแล้ว เสี่ยวเป่าก็ยืดเส้นยืดสายก่อนจะเลียจัดขนทำความสะอาดของตัวเองอย่างเป็นระเบียบให้เงางามวับ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปสำรวจบริเวณรอบ ๆ ตามที่คิดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า แต่เจอเพยเพยกับอาตงเลยทำให้แผนผิดพลาดไปหน่อย ซึ่งนั่นก็ดีเพราะทำให้เขามีอาหารแสนอร่อยกิน แถมมีน้ำดื่มสะอาด ๆ อีกด้วย ที่สำคัญบ้านลังกระดาษตอนแรกเปลี่ยนเป็นลังแบบบ้านแมวแสนสวยที่แข็งแรงทนทานไปแล้ว ~
หัวเล็ก ๆ ของเจ้าแมวลอดออกมาตามช่องรั้วเหล็กที่กั้น นัยน์ตาของแมววาววับอย่างสนอกสนใจบริเวณรอบ ๆ ผู้คนเดินกันตามท้องถนนไปมาอย่างครึกครื้น ของขายมุมฝั่งตรงข้ามนั้นตั้งร้านอย่างเป็นระเบียบ นักศึกษาและผู้คนต่างมุงซื้ออาหารกันอย่างเร่งรีบ เสี่ยวเป่าอยากลองก้าวเท้าออกไปดู แต่ทว่า
“โฮ่ง! โฮ่ง!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงสุนัขเห่า ทันทีที่เห็นแมวก่อนจะวิ่งเข้ามากระโจนหาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะขย้ำลูกแมวให้จมเขี้ยว
แก๊ก! แก๊ก!
โชคดีที่สุนัขนั้นตัวใหญ่เลยเข้าช่องประตูรั้วเหล็กมาไม่ได้ และแต้มบุญของเสี่ยวเป่ายังมีอยู่ ประตูรั้วเหล็กนั้นถูกคล้องด้วยโซ่อย่างแน่นหนา! ถ้าจะเปิดก็มีแค่มนุษย์เท่านั้น!
เสี่ยวเป่าเห็นก็ตกใจจนขนตั้งวิ่งหนีเข้าไปข้างในอย่างหัวซุกหัวซุน พร้อมตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หัวใจเต้นตุ้บ ๆ อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน มิน่าล่ะ ตั้งแต่เขามายังไม่เคยเจอแมวเลยสักตัว เพราะเจ้าสุนัขนั่นแน่ ๆ
แปะ แปะ
จู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาโดยไม่มีลางบอกล่วงหน้า ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งตอนนี้เริ่มครึ้มทันที ลมก็กระโชกอย่างรุนแรงทำให้เศษกระดาษปลิวว่อนไปทั่ว บางห้องในตึกที่ตากผ้าไว้ก็รีบออกมาเก็บกันจ้าละหวั่น
ส่วนบ้านเล็ก ๆ ของเสี่ยวเป่าที่พวกเพยเพยได้จัดทำให้นั้นโยกไปโยกมาตามแรงลม เสี่ยวเป่ามุดเข้าไปในบ้านทันทีที่ฝนตกลงมา เขาได้แต่มองลมด้านนอกด้วยความหวาดกลัวและซุกดันตัวเองติดกับผนังให้แนบแน่นที่สุด บรรยากาศแบบนี้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด บรรยากาศ ขมุกขมัว
เปรี้ยง!!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น! ท้องฟ้าสว่างขาวโร่ก่อนจะตามด้วยเสียงฟ้าผ่าดังก้อง ทำให้เสี่ยวเป่ายิ่งตกใจกลัวขึ้นไปอีก
‘ฮือออ เป่ากลัวเสียงฟ้าร้องจัง พ่อครับแม่ครับ’ เสี่ยวเป่าตัวสั่นจนน้ำตาคลอพลางคิดถึงคนที่บ้าน ก่อนจะคล้อยหลับไปด้วยความกลัว
ซ่า!! ซ่า!!!
ฝนตกลงมาห่าใหญ่อากาศมืดมิดทันทีหน้าต่างหอพักปิดสนิท ภายในห้องเปิดไฟกันอยู่ทำให้มีความสว่างอยู่บ้าง บางคนที่ไม่อยู่ห้องทำให้ไม่ได้เก็บเสื้อผ้า ผ้าเลยเปียกและปลิวร่วงหล่นลงมาข้างล่าง
แกรก ครืดดดด ~
ผลัก!
เสียงเลื่อนประตูเหล็กออกดังแข็งกับเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
“ไอ้เหี้ย! โคตรพ่อโคตรแม่อย่างหนัก แดกช้างเข้าไปทั้งตัวเลยหรือไงวะ” เสียงสบถด่าดังขึ้นขณะทีเขาแบกอะไรบ้างอย่างมาที่หลัง
“มึงพูดเสียงดัง เดี๋ยวก็มีใครมาเจอหรอก!” เสียงคนที่กำลังเปิดประตูรั้วเหล็กพูดขึ้นอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายพูดตะโกนเสียงดัง
“มึงมาลองแบกแม่งดูไหมวะ”
“เข้าไป เดี๋ยวกูช่วย” พูดจบทั้งคู่ก็ช่วยยกบางสิ่งเข้าไปในโซนเก็บขยะ
เสียงเท้าเหยียบย่ำน้ำขยะที่เป็นแอ่งดังเฉอะแฉะ สายตาของทั้งคู่สอดส่องตามม่านตาที่ปกคลุมได้ด้วยหยาดน้ำจากฝนที่สาดเข้ามาจนมองไม่ค่อยเห็นทาง
“โยนทิ้งแม่งไว้แถว ๆ นี้แหละ กูหนัก จะได้กลับไปนอนนับเงิน” อีกฝ่ายตะโกนแข่งกับเสียงฝนบอกกับเพื่อนที่มาด้วยกัน
“ได้ กูจะได้เอาเงินไปเปย์สาว”
“อึบ/อึบ” ทั้งคู่ตกลงกันเสร็จ ก็ยกที่แบกอยู่ข้างหลังพร้อมกันและ
ปึก!
โยนทิ้งไว้ข้าง ๆ กองขยะ ก่อนที่ทั้งคู่จะหายใจเหนื่อยหอบจากการแบก และโยนบางอย่างทิ้งไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเดินออกไป โดยไม่ลืมปิดประตูตามเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นมากกว่าปกติ ท้องฟ้าสว่างโร่เผยให้เห็นบางสิ่งที่ชายสองคนนั้นเอามาทิ้งก็คือคนคนหนึ่ง
