บทที่ 7 ทาส! จับอะไรน่ะ ! 1/2
ทาส ! จับอะไรน่ะ ! 1/2
ตระกูลเฟย
“กลับมาได้สักที !!”
ทันทีที่ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาภายในบริเวณคฤหาสน์ ก็มีเสียงอันก้าวร้าวดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ
“เหอะ !! กูพูดกับมึงเนี่ยทำไม ไม่ตอบหา !” ชายหนุ่มร่างอ้วนท่วมกำหมัดแน่นอย่างอดกลั้นที่ไม่พุ่งเข้าไปต่อยคนข้างหน้า หึ นิสัยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ชอบกดหัวคนอื่นทั้งที่ตัวเองโง่บรม
“คะครับอาเหวิน !” เขาแกล้งทักทายอีกฝ่ายด้วยใบหน้าหวาดกลัวและตัวสั่นอย่างทุกที
“หายไปไหนมาตั้งหลายวัน ! แล้วดูเนื้อตัวสิ สกปรกชะมัด โคตรเหม็น ไป ๆ แกไปอาบน้ำแล้วลงมา อาแกมีเรื่องจะคุยด้วย”
ซูเหวิน เห็นท่าที่ของอีกฝ่ายที่หวาดกลัว เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาที่กดหัวอีกฝ่ายได้ก็เลยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงและแสดงความเป็นห่วงเป็นใยออกมา
ซูเหวิน เป็นน้องชายของซูมี่ ซึ่งเป็นภรรยาของอารองของเขา ที่เข้ามาอยู่ในบ้านของตระกูลเฟยเป็นกาฝากและชอบวางอำนาจบาตรใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของตระกูลเฟย หึ ! น่าสมเพช
“คะครับ” ชายหนุ่มพูดจบก่อนเดินแยกขึ้นห้องไปด้วยความอ่อนล้าทั้งกายและใจ แสร้งทำตัวเป็นลูกไก่ในกำมือของพวกมัน
ทันทีที่บริเวณที่เขาเดินไม่มีใครเขาก็แสดงสีหน้าแววตาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ออกมา มือที่กำแน่นก็คลายออก ความรู้สึกเจ็บที่ใจยังคงหน่วงอยู่เสมอที่เห็นหน้าพวกมัน
ปัง !
เสียงปิดประตูดังขึ้นแต่คงไม่มีใครได้ยินหรือใส่ใจ เพราะห้องนี้อยู่ฝั่งลึกสุดของคฤหาสน์ จริง ๆ ห้องนี้เคยเป็นห้องรับแขกมาก่อน แต่ตั้งแต่ที่พ่อแม่ของชายหนุ่มตายไปก็เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในคฤหาสน์ครั้งใหญ่ คนรับใช้คนเก่าคนแก่ต่างถูกไล่ออก นำคนใหม่ของพวกคนตระกูลซูกับตระกูลหวัง เข้ามาแทน ทำให้ชีวิตของชายหนุ่มที่เหลือเพียงคนเดียวถูกกดขี่ กลั่นแกล้งต่าง ๆ นานาของคนพวกนี้
เฟยหลง นั่นคือชื่อของเขา การกลับมาครั้งนี้จะต้องแก้แค้นและนำของคุณปู่ฝากไว้คืนมาให้ได้
“เหมียว ~” (หิวอีกแล้ว !)
เสี่ยวเป่าร้องเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา เพราะก่อนที่จะเข้ามาเฟยหลงก็ได้ย้ายเสี่ยวเป่าใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ โดยแง้มไม่รูดปิดซิปให้สนิท เพื่อที่จะให้เจ้าแมวน้อยมีอากาศหายใจ และเขาได้บอกกับเจ้าเหมียวว่าให้อยู่เงียบ ๆ ไม่งั้นจะถูกโยนออกไปโดยที่เขาไม่สามารถช่วยได้ ทำให้เสี่ยวเป่ารับรู้ อีกทั้งตอนที่เข้ามาก็ได้ยินเสียงโวยวายอย่างน่ารำคาญ เขาจึงปิดปากเงียบไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไป เสี่ยวเป่าฉลาดนะทาสเห็นไหม เลี้ยงง่าย ~
เฟยหลงรีบเปิดกระเป๋าเป้ให้กว้างออก ก่อนแววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนมากขึ้นเมื่อสบนัยน์ตาของแมวน้อยที่มองมาที่เขาด้วยกลมตาโต ๆ
“เดี๋ยวพวกเราเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน เสร็จแล้วฉันจะเอาอาหารมาให้” ว่าจบเฟยหลงก็อุ้มเจ้าแมวน้อยออกมาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำหรูหราระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของคฤหาสน์แห่งนี้ ห้องจริง ๆ ของเฟยหลงนั้นกว้างขวางกว่านี้มากและห้องน้ำขนาดพอ ๆ กับห้องที่อยู่ขณะนี้ แต่ตอนนี้ห้องของเขาตกเป็นของลูกชายของคุณลุงรองไปเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
เสียงเปิดน้ำอุ่นดังขึ้นภายในห้องน้ำ ทำให้เสี่ยวเป่ามองอย่างตาโต ‘น้ำล่ะ ! อาบน้ำ !’ เสี่ยวเป่าดิ้นไปมาในอ้อมอกของเฟยหลง เฟยหลงเห็นดังนั้นเลยปล่อยมือคลายออก เขาคิดว่าลูกแมวจะตื่นตกใจกลัวน้ำ
ทันทีที่เฟยหลงปล่อยมือออกเสี่ยวเป่าก็รีบพุ่งเข้าไปในอ่างน้ำเลย พร้อมกับกระโดดเข้าอ่างอาบน้ำเหยียบย่ำกระโดดไปมาอย่างสนุกสนานภายในอ่างที่น้ำกำลังค่อย ๆ ไหลเข้ามา
เฟยหลงเห็นก็รู้สึกอุ่นวาบภายในใจ ก่อนที่จะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาในรอบหลายปี
“ม้าว ~” (มาอาบน้ำกัน !)
เสี่ยวเป่าตะเกียกตะกายจะปีนขึ้นพร้อมร้องเรียกให้อีกฝ่ายมาอาบน้ำด้วยกัน เขาเห็นน้ำก็รู้สึกลืมความหิวแล้ว กลิ่นขยะติดขนเขาเหม็นไปหมด อีกฝ่ายก็ด้วย แถมยังนอนแช่น้ำไปครึ่งตัวอีกและที่สำคัญบาดเจ็บมาด้วย เสี่ยวเป่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บมา อดทนน่าดูเลยนะ
เฟยหลงได้ยินเสียงร้องของแมวแข่งกับเสียงน้ำก็รับรู้ได้ว่าแมวตัวนี้ต้องการให้เขาอาบน้ำด้วย เขาก็รีบถอดเสื้อผ้าด้วยความยากลำบาก ไขมันหนา ๆ กระเพื่อมจนเขารู้สึกขัดใจตัวเองในการขยับแต่ละที เขาคงต้องค่อยออกกำลังกายลดความอ้วน ไม่งั้นเคลื่อนไหวลำบากแน่ ๆ เมื่อถึงเวลานั้น
ฟุบ !
เสียงโยนเสื้อผ้าลงตะกร้าอย่างพอดิบพอดี ก่อนที่มืออ้วนจะหยิบแชมพูแล้วเดินไปนั่งตรงขอบอ่างน้ำ
จ๋อม จ๋อม
เสียงน้ำกระเพื่อมจากการกระโดดของแมวน้อยตีขาว่ายไปมาโผล่ให้เห็นบริเวณแค่ใบหน้าที่ขนลู่เปียกแนบลำตัวจากขนที่ฟูๆ ตอนนี้ดูเหมือนลูกหนูตัวน้อย ๆ มากกว่าแมวเสียแล้ว จนเฟยหลงอดเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำไม่ได้
“แง้ว !” (มาแล้ว !)
