บทที่ 19 ร้ายกว่าหลินหลินก็หยางหยางนี่แหล่ะ 3

แต่จะว่าไป เขาคงเลือกเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมั้ง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคู่แข่งแค่ยัยนภัทร์อะไรนั่นคนเดียวหรอก

หลินหลินคิดในใจอย่างหลงตัวเอง ขณะขับรถเลี้ยวเข้าไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเพื่อให้ทันเข้าเรียนตอนบ่ายโมง

วันนี้มีเรียนวิชาที่หลินหลินคิดว่ามันยากมากๆแถมยังต้องทำรายงานกันเป็นกลุ่มๆ อีก

หลินหลินจึงตัดสินใจเข้าหาคนที่ท่าทางเรียนเก่งที่สุดในชั้นเรียนแล้วหลอกล่อด้วยอาหารมื้อค่ำกับหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟค ที่อยู่ในสังกัดเดียวกันกับเธอ 

และมันก็ได้ผล 

เพื่อนเธอคนนี้ยอมทำรายงานให้เธอแต่โดยดี

แม้เธอจะยังไม่รู้ว่าจะเลือกใครให้เป็นหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟคมาให้เพื่อนคนนี้ก็ตามที เดี๋ยวเอาไว้ค่อยเลือกจากผู้ชายใน สต๊อกของเธอก็แล้วกัน  

เวลาเรียนที่ต้องนั่งเรียนในห้องเรียนนั้นหลินหลินไม่ค่อยจะมีปัญหา เพราะว่าเธอมักจะทำมันได้ดีอยู่เสมอ 

เพียงแต่ว่า ถ้าหากจะต้องทำรายงานเป็นกลุ่มๆแล้วต้องให้มายุ่งวุ่นวายกันที่บ้านของเธอหรือจะต้องให้เธอคอยวิ่งตามไปที่นั่นที่นี่กับบรรดาสมาชิกในกลุ่มนั้น เธอไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไหร่

มันจึงไม่แปลกที่วิชามนุษยสัมพันธ์ของเธอจึงเป็นวิชาที่เธอเรียนได้คะแนนน้อยที่สุดมาโดยตลอด 

เวลาต่อมา...เมื่อเรียนเสร็จแล้วหลินหลินก็ตรงไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพื่อไปร่วมงานอีเว้นท์เครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่นต่อเลย 

ภายในห้องแต่งตัวเธอเห็นดาราวัยรุ่นอีกคนหนึ่งที่จะได้ร่วมอีเว้นท์กับเธอในวันนี้ เธอเพียงทักทายตามมารยาทก่อนจะนั่งให้ช่างแต่งหน้าทำผม

เพียงไม่นานทีมงานก็นำชุดที่จะต้องใส่ขึ้นบนเวทีในวันนี้เข้ามา

มีชุดสีแดงหนึ่งชุดกับชุดสีส้มอีกหนึ่งชุด

ทีมงานให้เธอกับอีกคนหนึ่งเลือกชุด

และแน่นอนเธอต้องจะต้องได้เลือกก่อน แต่...

แต่ยัยดาราอีกคนหนึ่งนั้นดันตะโกนออกมาว่าจะเอาชุดสีแดงในขณะที่หลินหลินกำลังคิดอยากจะใส่ชุดสีแดงเหมือนกัน  

ศึกการแย่งชุดจึงเกิดขึ้น…

ช่วยไม่ได้!

เรื่องนี้ต้องโทษทางทีมงานที่ให้ดาราเป็นฝ่ายเลือกชุดด้วยตัวเอง

และสุดท้ายความชุลมุนที่ทวีความรุนแรงด้วยความบ้าคลั่งของหลินหลินที่ไร้ซึ่งขีดจำกัดจึงจบลงด้วยการที่หลินหลินได้ใส่ชุดสีแดงขึ้นเวทีนั่งเอง...

เวลาผ่านไปจนค่ำคืนแห่งราตรีของเมืองหลวงมาเยือนอยู่เป็นนาน

เมื่อหลินหลินกลับมาถึงคอนโดเธอจึงรีบเข้าไปอาบน้ำเพื่อจะได้รีบมามาร์กหน้า เพราะว่าวันนี้ทั้งวันเธอต้องแต่งหน้าเช็ดหน้าอยู่หลายรอบจึงต้องรีบบำรุงโดยเร็ว 

หลินหลินทำการมาร์กหน้าเอาไว้โดยไม่สนใจสายตาคมดุของใครบางคนที่กำลังนั่งตัวโตอยู่ตรงโซฟา  

สงสัยจะโมโหหิว! หลินหลินคิดในใจขณะหรี่ตามอง หยางหยางของเธอที่นั่งงามสง่าอย่างผู้สูงศักดิ์เหนือคำบรรยายอยู่ตรงโซฟา

"รอแป๊บนะ" หลินหลินเอ่ยออกไปทางหยางหยางก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพูดผิด  

"ข้าหมายถึง รอสักครู่เจ้าค่ะ" เธอพูดใหม่อีกครั้งขณะดึงแผ่นมาร์กหน้าออก ก่อนจะเดินเข้าไปทางห้องครัว  

เธอเองก็หิวเหมือนกันจึงคิดว่าหยางหยางก็คงหิวด้วย

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อหยางหยางที่หลินหลินถือวิสาสะเรียกอยู่ตลอดเวลาเพียงปรายสายตาคมเฉี่ยวมองตามหลังร่างระหงของหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าไปทำอะไรบางอย่างในครัว นอกจากจะเป็นปีศาจราคะแล้วยังเป็นปีศาจราตรีอีกด้วย! 

ชายหนุ่มคิดในใจขณะมองกลับไปทางนาฬิกาที่หลินหลินเคยบอกวิธีดูเวลาเอาไว้ก่อนหน้า 

เข็มสั้นของนาฬิกาตอนนี้ชี้อยู่ระหว่างเลขสิบเอ็ดเกือบถึงเลขสิบสอง 

ถ้าเป็นเวลาของยามค่ำคืนในยุคสมัยของเขามันคือเวลายามจื่อนั่นเอง

ใยกลับบ้านเอาป่านนี้

หลี่หงจินหยางถามนางอยู่ในใจ

เวลาผ่านไปอีกซักพัก...

เพียงไม่นานข้าวต้มพร้อมเสิร์ฟก็ส่งกลิ่นหอมฉุยออกมาจากในห้องครัวตามด้วยเสียงใสๆของหลินหลินเอ่ยเรียก  

"หยางหยาง มาๆ กินข้าวต้มกัน" เธอต้องเอาใจใส่หยาง หยางของเธอเอาไว้ให้มากๆ เพราะเธอมักจะสร้างศัตรูเอาไว้ไม่เว้นแต่ละวัน

วันนี้มีเพิ่มอีกสองคน

แถมวันนี้เธอรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามเธอตอนอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าอีกด้วย 

ดังนั้นแล้วเธอต้องมีบอดี้การ์ด!

บอดี้การ์ดสุดเท่ห์ที่ไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างในราคาที่แพงหูฉี่แต่อย่างใด หึหึ!

หลี่หงจินหยางได้ยินคำเรียกขานจากสตรีนางนี้ เขาจึงพาร่างสูงโปร่งงามสง่าของเขาเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยมาดเรียบนิ่งน่ายำเกรงพร้อมสายตาคมเข้มน่าหวาดหวั่นดั่งเช่นปกติ

หลินหลินเพียงปรายตามองตามเขาอย่างหมายมาดต้องการอะไรบางอย่าง

ชายหนุ่มยอมกินข้าวต้มแต่โดยดี เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาพอจะกินได้คล่องคอ 

ยามนี้เขาคิดถึงบรรดาบ่าวไพร่ประจำโรงครัวในวังของเขาเสียจริง 

หลินหลินยังคงเหม่อมองหลี่หงจินหยางที่กำลังกินข้าวต้มอยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงกันข้ามกับเธอด้วยสายตาคาดหวังจนชายหนุ่มรู้สึกได้

"เจ้ามีอะไร" ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหน้าตาเย็นชา

"เปล๊า" หลินหลินเสียงสูงแก้ตัวหน้าตาย

แม้คำพูดของหลินหลินนั้นหลี่หงจินหยางจะไม่เข้าใจความหมาย แต่น้ำเสียงที่ดีดสูงขึ้นปานนั้นทำเอาชายหนุ่มเข้าใจความนัยได้ไม่ยาก เขาจึงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "ว่ามา"

ทั้งสีหน้าและแววตาอีกทั้งน้ำเสียงอย่างนั้นของหยาง หยางทำเอาหลินหลินถึงกับชะงักงันเล็กน้อย 

เขาไม่เหมือนใครเลยจริงๆ หลินหลินคิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป