บทที่ 5 ดึงสติ1
เธอพูดออกไปอย่างไม่รู้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เธอพยายามมองหาอะไรก็ได้ที่อาจจะสามารถนำมาเป็นอาวุธให้เธอในตอนนี้
คอนโดแห่งนี้ที่เธออยู่ค่อนข้างจะมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก อีกทั้งชั้นที่เธออยู่ค่อนข้างจะสูง เรียกได้ว่าเกือบสูงสุดของยอดคอนโดเลยทีเดียว และก็อยู่ที่นี่มานานมากๆไม่เคยมีใครสามารถรุกล้ำเข้ามาได้ แต่...
แต่... โผล่มาจากน้ำในอ่างนี่
มันออกจะเหนือความคาดหมายเกินไป
เธอไม่เคยเตรียมใจหรือเตรียมตัวว่าจะต้องมีอาวุธเอาไว้สำหรับในกรณีอย่างนี้
"ได้โปรด..."
น้ำเสียงราบเรียบทุ้มต่ำดึงสติที่กำลังจะแตกกระเจิงของหลินหลินให้หยุดชะงัก
ชายหนุ่มปริศนายังคงเอ่ยต่อ "บอกกล่าวแก่ข้า...ที่นี่ที่ใด"
ชายหนุ่มผู้นั้นเพียงปรายตามองมาทางหลินหลินแค่แว่บเดียวก็เข้ามาประชิดร่างของเธอ
ทำเอาหลินหลินถึงกับตกใจตาโตตัวเกร็งแข็งค้างแหกปากไม่ทัน "น่ะ นาย นาย"
หลินหลินพูดได้แค่นั้น
เดินมาดีๆก็ได้ เธอคิดในใจ
"ข้าไม่คิดจะทำร้ายเจ้า..." เขายังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มราบเรียบเมื่อก้มมองใบหน้าของหลินหลินในระยะประชิด
หญิงสาวสังเกตได้ชัดเจนว่าเขาทั้งตกใจทั้งตื่นเต้น แต่เขาเก็บอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยมาดของผู้ชายที่หลินหลินคิดได้คำเดียวว่า น่าทึ่ง!
เขายังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงน่าฟัง "ข้ามิได้มีเจตนาล่วงเกินเจ้า...โปรดอภัย..."
"เกิดอะไรขึ้น ท่านเป็นตัวอะไร เป็นผีหรืออะไร" หลินหลินรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีพยายามสนทนากับผู้ชายแปลกประหลาดที่สุดในชีวิตด้วยภาษาจีนโบราณแม้จะผิดๆถูกๆ
มือข้างหนึ่งของเธอยังคงเกาะบานประตูเอาไว้แน่น ส่วนอีกข้างก็กุมไว้ที่ชุดคลุมจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ในขณะที่ใบหน้างดงามของเธอยังคงเงยขึ้นมองเขาในระยะประชิด ดวงตากลมโตของหลินหลินยังคงจ้องมองใบหน้าของเขาเขม็ง
มันเป็นไปได้สูงที่เขาอาจจะเป็นผี เธอค่อนข้างเชื่อเรื่องเล้นลับอยู่บ้างแม้จะไม่มาก
แต่เหตุการณ์เกินคาดฝันในวันนี้
ทำเอาเธอสร่างเมาขนาดนี้
ไม่เชื่อไม่ได้แล้ว....
แต่ว่า...
ตอนที่ร่างกายของเธอกับของเขาสัมผัสกัน
เธอรู้สึกได้ว่าตัวของผู้ชายคนนี้มีอุณหภูมิเหมือนคนปกติทั่วไป
ถ้าเป็นผีควรจะตัวเย็นรึเปล่า เหมือนที่เคยดูในหนัง
ใช่มั้ย
หรือไม่ใช่
ถ้าเขาไม่ใช่ผี
แล้วเขาเป็นตัวอะไร
หลินหลินคุยกับตัวเองอยู่อย่างนั้นตามประสาคนที่ไม่ค่อยมีใครให้คุยด้วย
ไม่ค่อยจะมีใครอยากอยู่หรือว่าสนทนากับคนอย่างเธอ
และเธอเองก็ไม่อยากคุยกับใครเหมือนกัน
หยิ่งสุดๆก็ว่าได้
"เจ้า...ยังไม่ตอบคำถามของข้า" เสียงของชายหนุ่มแปลกตายังคงเอ่ยต่อและมันก็สามารถดึงสติที่กำลังปั่นป่วนของหลินหลินให้กลับมา
หญิงสาวทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคอ พยายามไม่ให้ตัวเองสติแตกไปมากกว่านี้
ชีวิตที่คล้ายจะบ้าอยู่แล้ว
ให้มันบ้าไปให้ถึงขีดสุดไปเลย
มีผีมาให้คุยด้วยถึงที่
เอาเข้าไปหลินหลิน
"ที่นี่…บ้านของ…ของฉัน" หญิงสาวกลั้นใจตอบไปลองคุยกับผีดู "ทะ ท่าน มาทำอะไร ที่ ที่นี่" ตะกุกตะกักเหลือเกิน
ชายหนุ่มปริศนาไม่ได้ตอบคำใดๆ
เขาน่าจะงงๆกับประโยคที่ฟังไม่ได้ศัพท์ของเธอ
เขาแค่เพียงก้มหน้ามองเธอแว่บนึงด้วยมาดน่าหวาดหวั่นสั่นสะพรึง ก่อนจะพาร่างสูงโปร่งกำยำเดินอย่างเชื่องช้าแบบผู้ทรงอำนาจผ่านตัวเธอออกไปยังห้องด้านนอกของห้องน้ำ
เขาเดินเอามือไพล่หลังด้วยท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับผู้มียศศักดิ์ชั้นสูงตามระเบียบของผู้ชายจีนโบราณตรงลักษณะตามที่หลินหลินได้ศึกษาตอนร่วมเล่นหนังฟอร์มยักษ์แป๊ะ รู้สึกดีขึ้นมานิดนึงที่ตอนนั้นตัดสินใจร่วมแสดงหนังเรื่องนั้น
อย่างน้อยก็ช่วยให้ตอนนี้ดูไม่โง่เท่าไหร่
แล้วท่าทางของเขาที่กำลังเดินทอดน่องอยู่ในห้องของเธอขณะนี้ล่ะ ดูๆไปแล้ว
เขาน่าจะเป็นเจ้าที่มากกว่าผีนะ
ดูดีเกินกว่าจะเป็นผีนะนั่น
ชายหนุ่มที่หลินหลินแอบมองอย่างหวั่นๆอยู่นั้น
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจในตัวของเธอแต่อย่างใด
เพราะว่าในตอนนี้ เขากำลังสนใจภายในบ้านและทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว
ถึงแม้ว่าภายในแววตาของเขาจะยังงุนงงสับสนและตระหนกตกใจผสมผสานความรู้สึกแปลกตาแปลกใจแบบหลากหลายอารมณ์ แต่ทว่า...ท่วงท่าของเขากลับดูสงบนิ่งเรียบเฉยควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี
หลินหลินเองก็เก็บอาการของตัวเองเอาไว้อย่างสุดชีวิตเหมือนกัน
ด้วยเพราะว่านิสัยชั่วร้ายของเธอที่กระทำมาโดยตลอดในชีวิต มักจะเจอเรื่องที่ต้องเก็บข่มอารมณ์เพื่อแสดงออกในแบบที่พร้อมเสมอในการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ตัวเองตกเป็นรอง
ถึงแม้ว่ามันจะดูไม่ใช่กับสถานการณ์ตอนนี้ที่ได้เจอได้คุยกับเจ้าที่ก็ตาม
แต่เธอก็ต้องพยายามมีสติเอาไว้
เดี๋ยวเขาพุ่งตัวมาหักคอเอา
ไม่ได้ไม่ได้
ยังเสียดายความสวยในชาตินี้อยู่ ยังไม่อยากตาย
