บทที่ 1 ตอนที่ 1.1 แปซิฟิก ธนเกียรติโกศล
แปซิฟิก Part
“เพราะคุณพี่มันสำส่อนเอาไม่เลือกจนทำให้มีมารหัวขนโผล่ขึ้นมา เป็นไงล่ะสุดท้ายแล้วความมักมากในกามของคุณพี่ก็เป็นเรื่องเข้าจนได้ ตกลงจะทำยังไงกับสองแม่ลูกนั่นคะอย่าบอกนะว่าคุณพี่จะให้ฉันยอมรับมันทั้งคู่น่ะ”
“ผมไม่ได้ขอให้คุณยอมรับแค่ต่างคนต่างอยู่ก็พอ นี่ไม่ใช่คำขอหวังว่าจะเข้าใจนะ”
ถ้อยคำของผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนของผมยังคงฝังแน่นอยู่ในหัวสมองแม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม และหลายปีนี้ไม่ใช่มีเพียงเวลาที่มันหมุนผ่านไปเฉย ๆ แต่ทั้งชีวิตของผมและไอ้น้ำน้องชายคนละแม่ต่างฝ่ายต่างก็เกิดการสูญเสียเช่นกัน นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อกับไอ้น้ำเหินห่างจนไม่เหลืออะไร ถ้าจะมีก็คงไว้เพียงแค่เยื่อใยของสายเลือดนั่นทำให้พ่อยังคงเลี้ยงดูและบังคับให้มันเป็นไปตามทิศทางที่พ่อต้องการ ซึ่งบางเรื่องราวที่พ่อเข้าไปล้ำเส้นทางเดินของมันก็ทำให้ผมขุ่นเคืองใจมากพอสมควร
แตกต่างจากผม อาจจะเป็นเพราะผมอยู่ในตำแหน่งของลูกเมียในสมรสอยู่ในฐานะทายาทเพียงคนเดียวที่พ่อสามารถบอกกับใครต่อใครได้ และความเป็นนายแปซิฟิก ธนเกียรติโกศล ทำให้ผมสามารถเอาแต่ใจกับพ่อในทุก ๆ เรื่อง เพราะยิ่งผมไม่เดินตามรอยที่พ่อขีดเขียนมากเท่าไหร่ความกดดันทั้งหมดก็ยิ่งทับถมลงไปที่ไอ้น้องชายคนละแม่มากเท่านั้น
“คุณทะเลครับคุณท่านโทรมาถามว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านครับ”
“เว้ย! อะไรของป๋านักหนาวะกูอายุยี่สิบกว่าแล้วนะไม่ใช่เด็กม.ต้นที่ต้องตามกลับบ้านทุกคืนน่ะ เบื่อเว้ย!” เพล้ง! แก้วเหล้าในมือถูกผมปาทิ้งกับพื้นอย่างหงุดหงิดใจ เด็กเสิร์ฟหลายคนรวมถึงผู้หญิงที่นั่งออข้างผมอีกสามคนต่างก็พากันเงียบกริบเป็นแถว
หมับ! “มึงโทรไปบอกป๋าเลยนะไอ้เรดว่าคืนนี้กูไม่กลับกูจะไปนอนที่ห้อง” สตรีตัวบางร่างเล็กหน้าตาจัดว่าเปรี้ยวจนเข็ดฟันในชุดรัดรูปสีแดงสั้นถูกผมรั้งเอวให้มานั่งอยู่บนตัก ปากเอ่ยสั่งความกับคนสนิทไปหน้าก็ซุกซนดอมดมความเย้ายวนใจกับเนินอกสีขาวที่โผล่พ้นชุดเกาะอกไปด้วย
“อ่าา เฮียทะเลคะ” ฝ่ามือซุกซนของตัวเองล่วงล้ำสอดผ่านกระโปรงตัวสั้นแล้วรูดรั้งกางเกงชั้นในตัวน้อยออกมาโยนทิ้งบนพื้น โดยไม่สนใจว่าตรงนี้จะเป็นเลาจน์ชั้นสูงที่ยังมีบุคคลอื่นนั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ แถมยังมีคนของผมไหนจะเด็กเสิร์ฟอีกหลายคน
“อยากแล้วสิงั้นคงรอให้ถึงห้องไม่ไหวในรถก่อนเป็นไงโอเคไหม”
“อ่าา ค่ะ อ่าา” สายตาผมเหลือบไปมองผู้หญิงอีกสองคน พอเห็นท่าทีขวยเขินแบบเสแสร้งแกล้งทำผมถึงได้เอ่ยปากสั่งให้ไอ้เรดพาพวกเธอไปรอที่เพนท์เฮาส์ แล้วจูงมือผู้หญิงบนตักเดินลัดเลาะออกจากเลาจน์ไปยังลานจอดรถ
“เดี๋ยวเฮียตามไปนะครับ มึงดูแลคุณ ๆ ให้ดีนะเรด”
“ไอ้หน่อยจะเป็นคนไปส่งคุณผู้หญิงทั้งสองครับเชิญคุณผู้หญิงทางนี้ครับ” ไอ้เรดสตาร์ทรถทิ้งไว้ให้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคงตามประกบผมแจอีกตามเคย แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของผมทั้งนั้น นอกจากเปิดประตูหลังแล้วรั้งสตรีชุดแดงขึ้นมานั่งทับตัก
“ไม่รู้ว่าคืนนี้ใครจะทำให้เฮียเสร็จได้แต่เฮียให้โอกาสคุณก่อนเลยนะ” ขาสองข้างของผมเหยียดยาวอยู่กับเบาะหลังของรถเก๋งสายตาจับจ้องมองทุกการกระทำของเธอ ร่างบางแทรกตัวอยู่กลางหว่างขาผมทำให้ขาข้างหนึ่งต้องห้อยลงกับพื้น เพื่อเปิดทางให้มือนุ่มนิ่มเริ่มแกะเข็มขัดกับกระดุมกางเกง พอรูดซิปได้เธอก็ไม่รั้งรออะไรทั้งนั้นกางเกงในสีขาวของผมถึงถูกรุกรานด้วยฝ่ามือนุ่ม ๆ
บ๊วบบ “อ่าา” แค่ไอ้ลูกชายโผล่หัวออกมาเธอก็ไม่รอช้าจะก้มหน้าอ้าปากเข้าครอบครองลูกชายของผมอย่างหิวกระหาย ปลายลิ้นทั้งตวัดเลียทั้งดูดทั้งรูดอย่างช่ำชองจนต้องแอ่นลูกชายสวนกระแทกกับโพรงปากของเธออย่างสะใจ มือไม้ควานหาถุงยางอนามัยในกระเป๋าหลังอย่างทุลักทุเล อีกมือก็ยังง่วงอยู่กับการขยุ้มผมยาวกดให้ดูดดื่มลูกชายของผมในจังหวะที่ผมต้องการ
“ซี้ดด หยุดก่อน” ไม่ได้ออกปากแค่คำสั่งแต่มือที่จับหัวเธอไว้ยังรั้งการกระทำของเธอแล้วยื่นซองถุงยางอนามัยให้เธอไป ไม่ถึงอึดใจไอ้ลูกชายของผมก็ถูกจัดการให้พร้อมรบสองมือตัวเองคว้าเอวบางรั้งให้มานั่งคร่อมตักไว้
“อ้าา เฮียทะเลขา อ๊าา” พั่บ ๆ ๆ ๆ!!! แค่เจ้าลูกชายมุดเข้าไปอยู่ในถ้ำอุ่นผมก็จับเอวเธอให้ขย่มโยกอย่างไม่ยั้ง ชุดสีแดงยังคงเกาะติดอยู่บนตัวเธอเพียงแต่ว่ามันถูกรูดซิปแล้วรั้งให้ไปกองอยู่บนเอวของเธอที่กำลังขย่มใส่ผมอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงเต้าเต่งตึงตรงหน้าไหวโยกยั่วยวนให้ผมไปลิ้มลองมากแค่ไหน แต่ตัวเองเลือกจะใช้สองมือบีบเคล้นอย่างเมามันมากกว่าการใช้ริมฝีปากดูดดื่มในสิ่งที่ไม่อยากดูดดื่ม
ปึก ๆ ๆ!!!! แรงกระแทกถูกปรับเปลี่ยนให้รุนแรงขึ้นเมื่อตัวเองเป็นฝ่ายพลิกตัวจับเธอให้อยู่ด้านล่าง ขาของเธอถูกผมจับยกขึ้นมาพาดกับไหล่สองมือจับเอวบางไว้มั่นแล้วโถมกำลังทั้งหมดที่มีเข้าหาอย่างรุนแรง จนรู้สึกถึงการขยับเอี๊ยดอ๊าดของรถ
ก๊อก ๆ ๆ แต่แล้วกิจกรรมเมามันของผมกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะกระจกเสียก่อน จะไม่สนใจก็ไม่ได้เพราะรู้นิสัยไอ้เรดดีว่าถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญจริง ๆ มันจะไม่รบกวนผมเวลานี้เด็ดขาด
“มีอะไรวะ”
“คุณใยบัวเธออยากคุยด้วยครับ” ชื่อที่ไอ้เรดพูดออกมาเป็นเหตุให้ผมแปลกใจไม่ใช่น้อย นี่มันตีหนึ่งแล้วนี่หว่าทำไมใยบัวถึงอยากคุยกับผมตอนนี้วะ แต่พอหันไปตามสายตาไอ้เรดผมก็ถึงบางอ้อทันควันเพราะผู้หญิงรูปร่างบอบบางใบหน้าน่ารักเธอยืนอยู่ไม่ไกลจากรถเท่าไหร่ แม้จะเป็นเวลากลางคืนแต่ลานจอดรถสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ทำให้ผมเห็นเต็มสองตาว่าแววตาคู่นั้นของใยบัวมีแต่ความหม่นหมอง
ถึงจะไม่ได้รู้สึกรักใคร่ในตัวใยบัวเท่าไหร่เพราะเธออยู่ในฐานะแค่ผู้หญิงคนหนึ่งของผมเท่านั้น แต่ในบรรดาผู้หญิงของผมใยบัวก็เป็นเด็กที่ผมรู้สึกเอ็นดูที่สุดเช่นกัน ไอ้ลูกชายที่ยังแข็งขันถึงถูกผมถอดออกจากโพรงนุ่มมือรูดถุงยางทิ้งลงบนพื้นรถอย่างไม่ใส่ใจแล้วยัดลูกชายไว้ที่เดิม
หมับ! “เฮียจะหยุดจริง ๆ เหรอคะ”
“แป๊บหนึ่งนะเดี๋ยวมาต่ออีกที” คำตอบของผมคงทำให้ผู้หญิงคนนี้เคืองใจไม่เบาแววตาถึงแสดงความหงุดหงิดออกมาแต่เมื่อสบตากับผมท่าทีเธอกลับเปลี่ยนแปลงกลายเป็นอ่อนหวานลงทันควัน เห็นแบบนี้แล้วความสนใจอยากจับลูกชายยัดใส่ตัวเธอก็ลดฮวบฮาบลงไปทันควัน
“มึงเรียกแท็กซี่ให้เธอด้วยนะ อ้อเอาเงินนี่ให้ด้วย” แบงก์พันหลายใบถูกยัดใส่มือคนสนิทพร้อมคำสั่งที่ตัวเองคิดไว้ ก่อนจะเดินไปหาใยบัวเด็กสาวนักศึกษาปีหนึ่งที่ผมเลี้ยงดูมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
“ดึกดื่นแบบนี้ออกมาทำไมหรือมาเที่ยว?” คำว่ามาเที่ยวถูกถามไปงั้น ๆ เพราะดูจากเสื้อยืดกางเกงวอร์มรองเท้าแตะของเด็กสาวก็รู้ว่าคงตรงดิ่งมาจากคอนโดที่ผมซื้อไว้ให้เธอแน่นอน
“เพื่อนหนูเห็นเฮียที่นี่น่ะค่ะหนูกลัวว่าเฮียจะเมาเลยมารับ จะกลับหรือยังคะคืนนี้ไปค้างที่ห้องไหมเดี๋ยวหนูทำข้าวต้มร้อน ๆ ให้กินก่อนนอนจะได้”
“คืนนี้เฮียจะไปนอนห้องเฮียแล้วนี่มายังไงนั่งแท็กซี่มาเหรองั้นเดี๋ยวเฮียให้คนไปส่ง เล็กมึงไปส่งใยบัวทีซิ” แววตาของเด็กสาวสลดลงวูบหนึ่งแต่เมื่อเห็นว่าผู้หญิงในชุดสีแดงถูกไอ้เรดพาลงจากรถแล้วโบกแท็กซี่ให้ แววตาหม่นหมองคู่นั้นกลับฉายแววสดใสขึ้นมาอีกครั้งแล้วรีบผงกหัวยิ้มรับในการตัดสินใจของผม
“เดี๋ยวก่อนบัว บัวเป็นแค่หนึ่งในผู้หญิงของเฮียเป็นคนที่เฮียพร้อมจะให้ออกจากชีวิตเฮียได้ตลอดเวลายังจำได้ดีอยู่ใช่ไหม” เท้าที่กำลังเดินไปขึ้นรถอีกคันของคนสนิทผมหยุดชะงักไปแล้วยืนนิ่งอยู่กับที่
“หนูจำได้ค่ะ งั้นในวันหนึ่งที่หนูเจอคนที่รักหนูเห็นคุณค่าของหนูและพร้อมจะมีหนูคนเดียวจริง ๆ หนูก็จะขอออกจากชีวิตเฮียเหมือนกันถ้าถึงวันนั้นเฮียก็คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ” ไม่ใช่น้ำเสียงประชดประชันจนทำให้หงุดหงิด แต่ตราบใดที่เธอยังคงอยู่ในความดูแลของผมเธอก็ไม่สมควรเอ่ยปากต่อรองในเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?
“ถ้าบัวยังใช้เงินของเฮียเฮียก็คงยอมให้ตัวเองเป็นควายโดนสวมเขาไม่ได้หรอก ถึงบัวจะไม่ใช่เมียของเฮียก็เถอะแต่เฮียเกลียดเรื่องสำส่อนแบบนี้ถ้าอยากมั่วนักก็อย่ามาเป็นผู้หญิงของเฮีย” ไหล่บางสั่นสะท้านเบา ๆ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเห็นใจอะไรสักนิดเพราะจิตสำนึกของผมตั้งมั่นไว้เพียงแค่ว่า อะไรก็ตามที่เป็นของผมมันก็ต้องเป็นของผมคนเดียว ถ้าผมมีใจคิดจะแบ่งให้ใครเอาไปใช้นั่นค่อยว่ากันอีกที
“กลับบ้านเลยเรด”
“แล้วผู้หญิงที่รออยู่เพนท์เฮาส์ล่ะครับ” พอประตูรถปิดเป้าหมายของผมถูกปรับเปลี่ยนเป็นกลับบ้านแต่คำถามจากคนขับรถก็สร้างความรำคาญขึ้นมาอีกจนได้ เรื่องแค่นี้มึงคิดเองไม่ได้หรือไงวะ!
“มึงจะไปเอาผู้หญิงพวกนั้นก็ได้ตามสบายหรือจะไล่กลับก็เชิญเรื่องแค่นี้คิดเอาเองบ้างนะคิดสิคิด เว้ย! คืนนี้ทำไมมีแต่เรื่องน่ารำคาญวะ!” ปึก! เท้าขวาผมถีบยันเบาะหน้าอย่างแรงคำถามของใยบัวดังแว่วเข้ามาในหูอีกครั้ง
ที่ผมหงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้ไม่ใช่เพราะใส่ใจในความรู้สึกนึกคิดของเธอแต่ผมแค่เกลียดคำถามที่เธอถามมา ผมเกลียดคนที่มีพฤติกรรมสำส่อนมักมากจนขึ้นใจและรู้ดีว่าความเกลียดชังนี้มันฝังอยู่ในใจเพราะอะไร นั่นเป็นเพราะผู้ให้กำเนิดของผมก็มีการกระทำแบบนี้เช่นกัน คำสั่งสอนของแม่ที่พร่ำบอกให้ผมเกลียดชังอีกบ้านของพ่อตอกย้ำให้ผมขยะแขยงในการกระทำของพ่อ ทำให้ผมเลือกจะทำในสิ่งที่ตัวเองรังเกียจนั่นคือการสมสู่ไม่เลือกหน้าเช่นกัน
“กูเปลี่ยนใจแล้วไปบ้านเมียเก็บของป๋าดีกว่า” ไม่มีคำท้วงถามนอกจากรถถูกตีไฟเปลี่ยนเลนแล้ววนกลับไปอีกทิศทาง ทางที่จะทำให้ผมรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา ไม่ใช่เป็นเพราะว่าผมนึกพิศวาสน้องชายคนละแม่หรอกนะแต่เป็นเพราะว่าในเมื่อค่ำคืนนี้ผมหงุดหงิดจนต้องหาที่ระบาย ไอ้ควายน้ำลูกนอกสมรสของพ่อก็ควรเป็นที่ระบายให้ผมไม่ใช่เหรอ?
