บทที่ 12 ตอนที่ 5.1 การปะทะของท้องทะเลกับลมหนาว
เหมันต์ Part
“นี่ครับพี่โอ้ข้อมูลที่พี่ให้ผมหาน่ะ”
“ขอบใจมาก” หนึ่งอาทิตย์ต่อมาข้อมูลเชิงลึกของนายแปซิฟิก ธนเกียรติโกศล ก็อยู่ในมือให้ผมได้อ่านทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ รูปภาพหลายรูปรวมถึงกิจวัตรประจำวันของมันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมนึกขันอย่างเสียไม่ได้ ไอ้นี่มันลูกคุณหนูของแท้เลยว่ะอายุปาเข้าไปยี่สิบเก้าปีแล้วแต่วัน ๆ ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างนอกจากกินเที่ยวมั่วผู้หญิง หือ? แล้วนี่..
“นี่ผู้หญิงหรือผู้ชายวะ”
“อ๋อพี่ก็สงสัยเหมือนผมใช่ไหมล่ะถ้าไม่สืบมาก่อนผมฟันธงเลยว่าผู้หญิงแน่แต่นี่เป็นผู้ชายครับพี่โอ้ ที่สำคัญคือผู้ชายคนนี้ดันเป็นแฟนเก่าของลูกชายคนเล็กเสธอ๊อดด้วยสิ” ความแปลกใจจางหายไปเพราะจำได้ว่าข้อมูลที่คุณโปรดให้มาก็มีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวพันกับเป้าหมายของผมอยู่ไม่ใช่น้อย
ยิ่งรู้ลึกในพฤติกรรมของมันผมก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจคนไม่เอาถ่านคนนี้มากกว่าเดิม ทั้งกร่างไปทั่วมั่วไปหมดเห็นน้องชายคนละแม่เป็นกระสอบทราย กว่าจะเรียนจบได้ต้องใช้บารมีพ่อเปิดทางแถมยังชอบระรานคนอื่นไปทั่วอีก นี่อย่าบอกนะว่ามันคิดจะเคลมแฟนเก่าของน้องตัวเองน่ะเพราะถ้าอย่างนั้นคงเลวครบสูตรจริง ๆ
“อาทิตย์นี้มันยังตามไอ้โออยู่ไหม”
“ตามอยู่ครับพี่นี่ไงสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานเลย” รูปภาพของรถเก๋งคันหนึ่งที่จอดเฝ้าอยู่หน้าหอพักไอ้โอรวมถึงทุกที่ที่ไอ้โอไปเรียกความรู้สึกขุ่นเคืองใจขึ้นมาอีกนิด
“โอเคกูจัดการเองนี่จะเจ็ดโมงเช้าแล้วมึงรีบไปบ้านนายเถอะ”
“งั้นเอาไว้เจอกันที่บ้านนายนะพี่ บอกตรง ๆ ว่าผมดีใจที่พี่โอ้มาอยู่กับนาย เพราะหลังจากเหตุการณ์นั้นผมก็ไม่อยากเปิดใจรับเพื่อนใหม่เข้ามาเลยว่ะผมกลัวว่าตัวเองจะเสียเพื่อนไปอีก แต่พอได้เจอพี่ผมรู้ตัวเลยว่าความกลัวของผมมันเล็กน้อยแค่นั้น ขอโทษอีกครั้งนะพี่ที่วันนั้นผมไม่ได้อยู่ในภารกิจด้วย” ไอ้ไผ่คืออดีตหน่วยจู่โจมที่มีท่านสันต์เป็นผู้บังคับบัญชา
วันนั้นที่จริงต้องมีไอ้ไผ่อยู่ร่วมในทีมด้วยกันแต่มันดันเป็นไข้เลือดออกจนต้องนอนซมอยู่โรงพยาบาลหลายคืน และนั่นก็คือความโชคดีของมัน ความโชคดีที่เจ้าตัวเอาแต่ร้องไห้พร่ำบอกแต่ว่าไม่ต้องการความโชคดีเหล่านี้เลยสักนิด จากนั้นมันถึงลาออกจากราชการจนผมมาพบมันอีกทีที่บ้านเจ้านายนั่นแหละ
“ทุกคนต้องเดินไปข้างหน้าแต่เราจะไม่ทิ้งความสูญเสียของใครไว้ข้างหลัง เพราะงั้นมึงเตรียมตัวไว้ตลอดเวลาได้เลยถ้าโชคเป็นของเราเมื่อไหร่เราจะเด็ดหัวมันทันที” ไอ้ไผ่พยักหน้ารับอย่างแข็งขันก่อนที่มันจะขอตัวไปเข้าเวรคุ้มกันเจ้านาย ข้อมูลของไอ้ทะเลน้ำเค็มถึงได้อยู่ในความสนใจผมอีกครั้ง อีกไม่กี่วันได้เจอกันแน่ไอ้น้ำเค็ม!
ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ล่วงเลยผ่านวันวาเลนไทน์มาสองวัน งานหลักของผมที่ทำทุกวันก็คือการเฝ้าติดตามคู่กรณีของน้องชายเงียบ ๆ ทุกการกระทำทุกอิริยาบถของมันอยู่ในสายตาตลอดจนผมจดจำได้ถึงกิจวัตรประจำวันของมันจนขึ้นใจแต่แล้วสิ่งที่ทำให้ความโกรธพุ่งพรวดขึ้นมาคงเป็นเพราะเหตุการณ์ตรงหน้านี่แหละ
รอยยิ้มเยาะเสียงหัวเราะสะใจของมันยามที่เห็นว่าไอ้โอถูกมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวจนล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่หน้ามหาวิทยาลัยคงเป็นที่ถูกใจมันหนักหนา ก็แน่ล่ะเพราะว่านั่นเป็นฝีมือมันนี่นา วินัยชายชาติทหารถึงต้องถูกผมหยิบยกขึ้นมาข่มใจตัวเองเอาไว้ไม่ให้ผลีผลามวิ่งไปกระชากคอมันมาจัดการเสียก่อน
จากสิบโมงเช้าก้าวเข้าสู่เวลาเกือบเที่ยงคืน ทุกที่ที่มันไปจนถึงที่สุดท้ายคือคลับหรูหราคลับหนึ่งก็ยังมีสายตาผมเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ แต่พอเห็นเป้าหมายซวนเซลุกขึ้นเดินออกจากคลับไปโดยมีผู้ติดตามเป็นโขยงผมก็รีบย่ำเท้าตามติดไปทันที
รถกระบะของผมแล่นฉิวนำหน้าขบวนรถไอ้ซ่าไปจอดซุ่มอยู่ไม่ไกลจากที่จอดรถส่วนตัวของมันโดยได้รับความช่วยเหลือเรื่องการเข้าออกคอนโดและตัดกล้องวงจรปิดทุกตัวจากคุณโปรด
คีย์การ์ดเข้าคอนโดหรูจากการสมนาคุณของคุณโปรดถูกใช้งานราวกับว่าเป็นของตัวเอง ตัวเลขสีแดงหยุดอยู่กับชั้นห้าสิบสี่นับว่าเป็นความโชคดีที่ชั้นนี้มีเพียงสี่ห้อง สองในสี่คือชาวต่างชาติที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เมืองไทยและอีกห้องก็คือห้องของคุณโปรด
เมื่อหยุดยืนอยู่หน้าห้องตรงข้ามคุณโปรดแผ่นฟิล์มใสแปะทาบกับหน้าจอเล็ก ๆ เพื่อแกะเอารหัสเปิดห้อง เมื่อปรากฏลายนิ้วในตัวเลขที่มันตั้งเป็นรหัสเห็นแล้วอดหัวเราะไม่ได้คนดี ๆ ที่ไหนตั้งเลขแปดสี่ตัวเป็นรหัสวะ
แกรก! เมื่อประตูห้องเปิดออกแผ่วเบาผมก็แฝงตัวเข้าไปในห้องมืดสลัวอย่างเงียบเชียบ ความกว้างขวางของเพนท์เฮาส์ราคาแพงไม่ได้ทำให้ผมหลงทิศทางเท่าไหร่ก็ขนาดป่ากว้างใหญ่กว่านี้ผมยังไม่มีปัญหาสักครั้ง
ครืดด ประตูกระจกห้องน้ำถูกเลื่อนออกอย่างระมัดระวังให้เกิดเสียงน้อยที่สุดแล้วพาตัวเองไปแฝงตัวอยู่ในนั้น ตัวเลขเวลาเปลี่ยนไปพร้อมกับการเฝ้ารอของผมไม่มีความร้อนรนหรือไม่มีความเบื่อหน่ายในการรอเป้าหมายสักนิด นี่คงเป็นผลพวงจากการอยู่หน่วยจู่โจมพิเศษของผมล่ะมั้ง เพราะชีวิตในชุดเครื่องแบบทหารสอนให้ผมรู้จักอดทนและเฝ้ารอโอกาสที่จะตะครุบเหยื่อให้อยู่หมัดในจังหวะเดียว ท้ายที่สุดแล้วการเฝ้ารอของผมก็สิ้นสุดลงเมื่อเห็นแสงไฟลอดมาจากช่องประตู
“พวกมึงพากันไปนอนพักผ่อนเถอะเรดคืนนี้กูไม่ไปไหนแล้วล่ะเมาฉิบหาย” มีเสียงตอบรับของบอดี้การ์ดรูปร่างสูงใหญ่ที่ผมเคยเห็นมันตามประกบติดเจ้านายแจ ก่อนที่ความเคลื่อนไหวในห้องนอนจะเงียบไป ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าของห้องจะเข้ามาทำความสะอาดร่างกายสักนิด ตรงกันข้ามเพราะแสงไฟที่ลอดผ่านช่องประตูเข้ามากลับถูกปิดให้มืดสนิทเหมือนเคย ผมคงต้องบันทึกความสกปรกให้เป็นอีกหนึ่งในคุณสมบัติของมันอีกหรือเปล่า
เมื่อแน่ใจว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวของอีกฟากประตูหลับสนิทแล้วผมถึงได้ขยับตัวก้าวขาไปเหยียบอยู่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งติดอยู่กับกระจกใส มันใสพอที่ผมจะเห็นแสงไฟเป็นดวงเล็ก ๆ จากข้างนอกได้ชัดเจนทีเดียว ตอนนี้ผมมาไกลเกินกว่าจะหยุดยั้งสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้แล้ว แม้จะรู้ดีว่าถ้าภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ชีวิตผมกับน้องคงจะไม่มีความสงบสุขเช่นเคยหรือถ้าเลวร้ายที่สุดผมอาจถูกปลิดชีวิตได้ทุกเมื่อ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังยืนยันในเจตนาเดิมนั่นก็คือการปกป้องน้องชายของผมให้หลุดพ้นจากมนุษย์ไร้แก่นสารคนนี้
อาวุธปืนถูกยกขึ้นมาใส่กระบอกเก็บเสียงพร้อมกับหันหลังให้แสงสีในเมือง แล้วเปิดประตูห้องน้ำเดินย่ำไปที่เตียงขนาดใหญ่ด้วยใจนิ่งสงบ ทันทีที่สายตาควานหาภาพใบหน้าของชายเจ้าของเตียงจนพบผมก็ทำแค่ยืนมองมันนิ่งๆ ซึมซับทุกอย่างที่รวมมาเป็นมันให้จดจำจนขึ้นใจ ที่นอนยวบไปตามน้ำหนักของผม เข่าทั้งสองข้างคุกคร่อมตัวมันไว้แล้วใช้ลำกล้องเก็บเสียงของปืนแตะไปกับหน้าผากมัน
“อือ อะไรวะกูจะนอน”
“แต่กูว่ามึงตื่นมาคุยกันดีกว่าไหมเพราะไม่งั้นมึงอาจจะได้นอนไปตลอดชีวิตก็ได้” อาจเป็นเพราะผมโน้มตัวไปกระซิบอยู่ข้างหูมัน หรืออาจเป็นเพราะแรงจากฝ่ามือกดให้ลำกล้องแนบอยู่กับหน้าผากมันแรงขึ้นถึงทำให้มันลืมตาขึ้นมาจากนิทราแสนหวาน
ดวงตาปรือปรอยในเงาสลัวนี้มีความตื่นตระหนกตกใจฉายออกมาให้ได้เห็น ปากมันเผยออ้าออกมาคงตั้งใจแหกปากลั่นห้องสินะปลายของลำกล้องเก็บเสียงถึงได้เลื่อนจากหน้าผากมาที่ปากอย่างรวดเร็ว เอาสิถ้ามันอวดเก่งขึ้นมาผมก็กล้าจะยัดลูกปืนใส่ปากมันเช่นกัน
