บทที่ 14 ตอนที่ 5.3 การปะทะของท้องทะเลกับลมหนาว

เหมันต์ Part

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไปจนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ผมก็ยังเฝ้าติดตามพฤติกรรมของมัน แต่สัญชาตญาณของผู้ล่าบ่งบอกถึงความไม่เหมือนเดิมบางอย่าง นั่นก็คือตอนนี้เป้าหมายหลักของผมมันคงจะรู้ตัวแล้วว่ามีสายตาผมจับจ้องอยู่

แต่ที่น่าแปลกใจอีกอย่างนั่นคือบอดี้การ์ดข้างตัวมันกลับไม่มีทีท่าป้องกันอะไรสักนิด ราวกับว่าแผลบนหน้าของผู้เป็นนายในค่ำคืนที่ซุกตัวนอนบนเตียงอุ่น ๆ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอย่างนั้นแหละ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีคุกคามน้องชายผมถึงได้วางใจและเลิกตามมันเพราะตัวเองก็ต้องเริ่มทำงานกับเจ้านายอย่างจริงจังสักที

“พร้อมทำงานแล้วใช่ไหมว่าแต่ธุระมึงล่ะเรียบร้อยหมดหรือยัง”

“ครับนาย” เช้าวันที่ 1 มีนาคมผมก็มารายงานตัวกับเจ้านายแต่เช้า คำถามแรกของเจ้านายถึงจะไม่ได้แสดงข้อมูลว่าเจ้านายรู้อะไรบ้างแต่ผมมั่นใจว่าเรื่องที่ผมทำอยู่คงเข้าถึงหูเจ้านายไม่มากก็น้อย ตัวเองถึงได้เลี่ยงคำตอบด้วยการตอบเพียงสั้น ๆ คำตอบของผมคงสั้นเกินไปเจ้านายถึงได้มีทีท่าขุ่นเคืองใส่แต่แป๊บเดียวก็กลับกลายเป็นท่าทีสงบนิ่งเหมือนเคย

“โอเคงั้นเช้านี้กูจะเข้าบริษัทก่อน” ท่วงท่าสง่างามสุขุมของชายในชุดสูทสีดำเดินนำผมออกไปหน้าบ้าน โดยมีรถเก๋งสามคันจอดเรียงรายรอการไปของเจ้านาย

ตรู๊ด ๆ ๆ “จะโทรมาอะไรกันนักกันหนาเช้านี้โทรมาสองรอบแล้วไหม เออ ๆ รู้หรอกน่ะมันมาทำงานแล้วนั่งอยู่ด้วยเนี่ยจะคุยด้วยไหมล่ะ อะโอ้พ่อกูจะคุยด้วย” ประโยคบอกเล่าของผู้เป็นนายทำให้ผมอดแปลกใจไม่ใช่น้อย พ่อเจ้านายมีอะไรจะคุยกับผมวะหรืออยากรู้จักคนที่จะมาเป็นบอดี้การ์ดให้ลูกชายหรือเปล่า

“สวัสดีครับ”

“กูเองเป็นไงทำงานวันแรกใช่ไหมถ้ามีอะไรต้องปรับเปลี่ยนก็เอาตามที่มึงเห็นสมควรเลย” แล้วเสียงทุ้มจากปลายสายก็ทำให้ถึงบางอ้อว่าที่แท้พ่อของเจ้านายก็คือท่านสันต์นี่เอง

“ครับท่าน” ท่านสันต์บ่นถึงเจ้านายผมอีกสองสามคำก่อนจะวางสายไป สมุดบันทึกเล่มเล็กถึงถูกผมควักออกมาไล่หาตารางงานของเดือนนี้ ชื่อบอดี้การ์ดทุกคนถูกจัดเวรไว้อย่างเป็นระเบียบโดยทุกคนจะมีวันหยุดอาทิตย์ละสองวัน ในทุก ๆ วันจะมีสามทีมทีมละสิบคนทำงานวันละแปดชั่วโมงสลับกันไป จะมีก็เพียงผมคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ได้ถูกจดลงในตารางเวรว่าจะให้อยู่ช่วงไหน

“ตารางที่มึงอ่านอยู่ไม่มีงานของมึงอยู่ในนั้นหรอกโอ้ งานหลักของมึงก็คือเกาะติดกูเป็นเห็บฉลามตามคำสั่งของพ่อกูไง แม่งพูดแล้วหงุดหงิดชะมัดทำอย่างกับกูเป็นเด็กสามขวบ” วลีท้าย ๆ น่าจะเป็นการบ่นกับตัวเองมากกว่าผมกับคนขับถึงเลือกจะไม่สนใจในสิ่งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์สนใจ ภายในรถทั้งคันจึงมีแต่ความเงียบกริบจนถึงตึกสูงขนาดใหญ่

“สวัสดีค่ะท่านประธานนี่รายการที่ท่านประธานต้องทำในวันนี้ค่ะ” แค่ก้าวลงจากรถก็มีผู้หญิงวัยน่าจะไม่เกินสามสิบปียื่นแฟ้มสีดำมาให้ เจ้านายทำแค่เปิดดูผ่าน ๆ แล้วคืนให้เธอรองเท้าเงาวับเดินดุ่มเข้าบริษัทโดยมีผมและบอดี้การ์ดร่วมสิบชีวิตเดินตามหลังไปติด ๆ

แต่พอก้าวถึงหน้าประตูกระจกสีใสผมก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่อมยิ้มให้กับภาพของชายหญิงหลายคน ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงทั้งนั้น ที่สำคัญผู้คนเหล่านั้นกำลังยืนตั้งแถวต้อนรับเจ้านายทั้งที่สีหน้าบางคนมีความหวาดหวั่นให้เห็นอย่างชัดเจน

“สวัสดีครับ/ค่ะท่านประธาน”

“อืม” ทุกชีวิตก้มหัวทักทายในขณะที่นายของผมแค่ตอบรับคำเดียวแล้วเดินผ่านไปเฉย ๆ แต่หูผมดันได้ยินเสียงกระซิบกระซาบถึงการปลดใครบางคนออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ถ้างั้นนั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนมีสีหน้าไม่ดีสินะ

“เมื่อกี้มึงเห็นความผิดปกติอะไรบ้างไหมโอ้”

“คุณผู้ชายท่านที่สองจากฝั่งขวามือมีท่าทางเหมือนคนวิตกกังวลจนเกินไปขัดกับสายตาที่มีแต่ความมั่นใจในตัวเอง อีกอย่างทั้งที่แอร์เย็นเฉียบแต่เหงื่อออกเยอะแบบนั้นน่าจะกังวลอะไรสักอย่างครับ” ก็เป็นอย่างที่ผมรายงานไป เพราะถึงแม้ว่าบุรุษท่านนั้นจะแสดงท่าทางหวาดหวั่นแต่แวบหนึ่งเมื่อนายเดินผ่านไปและผมเป็นคนที่สองที่ตามนายไปติด ๆ จังหวะนั้นหางตาผมเหลือบไปเห็นชายคนนั้นกลับมีสายตามั่นอกมั่นใจในตัวเองช่างตรงข้ามกับท่าทางเหลือเกิน

“หึหึ หูไวตาไวสมกับเป็นผู้กองหน่วยจู่โจมพิเศษนี่หว่า” ลิฟต์ผู้บริหารที่สามารถขึ้นตรงไปยังชั้นของเจ้านายถูกยึดครองโดยเจ้านายและผู้ติดตามถ้าจะมีแปลกหน้ามาก็คือผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นเลขาสาวคนนั้นคนเดียว และเพราะว่าผมอยู่ในฐานะบอดี้การ์ดของชายผู้นี้ทุกคนที่อยู่รอบข้างเจ้านายถึงต้องถูกสำรวจไม่เว้นแม้กระทั่งเธอ

ติ๊ง! “สวัสดีครับท่านประธาน”

“เออ ๆ สวัสดีสมยศนี่ไอ้โอ้เป็นผู้คุมของกูเอง ขอกาแฟสองแก้วนะพิมพ์ใจโอ้เข้ามาสิ” รปภ.หน้าลิฟต์รีบทำความเคารพเจ้านายแต่ตำแหน่งผมที่เจ้านายแนะนำไปคงเป็นเรื่องน่าแปลกใจไม่ใช่น้อย เพราะรปภ.คนนั้นเอาแต่เกาหัวแกรก ๆ

พอละความสนใจจากรปภ.สายตาผมก็กวาดมองพื้นที่บริเวณนี้ช้า ๆ ประตูบานใหญ่สองบานอยู่ในตำแหน่งเยื้อง ๆ กัน อีกมุมไม่ไกลจากลิฟต์มีโซฟารับแขกขนาดใหญ่ตั้งไว้สองตัว เยื้องไปด้านหลังเป็นฉากรูปภาพพระอาทิตย์ยามเช้ากั้นไว้ โดยมีเครื่องหมายห้องน้ำวางตั้งติดกับฉากสีเย็นตา

หน้าห้องฝั่งขวาคือโต๊ะทำงานของเลขาไกลออกไปอีกคือฉากภาพพระอาทิตย์ยามเย็นกางกั้นพื้นที่ไว้ คาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นครัวเล็ก ๆ ล่ะมั้ง ทั้งชั้นของตึกนี้บ่งบอกได้ดีว่าเป็นพื้นที่ของเจ้านายผมทั้งนั้น ประตูบานขวาถูกผลักออกโดยผู้มีอำนาจสูงสุด พอประตูถูกปิดโดยผมเจ้าของห้องก็เดินดุ่ม ๆ ไปทิ้งตัวนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟามือไม้ง่วนอยู่กับการจิ้มโทรศัพท์ยกใหญ่

“มึงดูให้กูหน่อยสิโอ้” ไม่มีคำอธิบายอะไรให้ผมเข้าใจว่าควรดูภาพของคุณโปรดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปทำไมแต่ผมก็ดูตามคำสั่งนายอยู่ดี

“มึงว่าลูกกูมันรักเด็กคนนี้ไหม” 

คำถามนี้ทำเอาผมมึนไปเหมือนกัน คือไม่ใช่ว่าผมจะไม่รู้จักความรักของผู้ชายกับผู้ชายนะ ถึงผมจะกินอยู่กับป่ามากกว่าใช้ชีวิตในเมืองแต่ผมก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกเหมือนกัน แต่ว่าเคสแรกที่พบเจอด้วยตัวเองจะเป็นลูกชายคนนี้ของเจ้านายงั้นเหรอเพราะดูยังไงคุณโปรดก็ไม่มีวี่แววบ่งบอกถึงรสนิยมด้านนี้สักนิด

“คงไม่ได้รักมั้งครับแต่น่าจะเอ็นดูมากกว่า”

“งั้นเหรอวะแต่กูเครียดจริง ๆ กูกลัวว่าสักวันไอ้เสือจะไปทำร้ายใจใครโดยไม่ตั้งใจเอา คนเราถ้าไม่คิดจะรักเขาก็ไม่ควรใจดีจนกลายเป็นให้ความหวังเขานี่หว่า เฮ้อลูกชายตัวน้อยของกูจะเดินทางผิดพลาดรึเปล่าเนี่ย” ทั้งน้ำเสียงทั้งท่าทีของเจ้านายที่ผมเห็นมาตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงเมื่อสักพักกลับเปลี่ยนแปลงจนผมตั้งรับไม่ทัน เพราะเจ้านายที่อยู่ต่อหน้าตอนนี้คือผู้ชายที่ไม่มีความมั่นใจอะไรเลยติดจะเพ้อ ๆ ด้วยซ้ำ

ก๊อก ๆ “เชิญ” แต่พอเลขาเอากาแฟกับของว่างมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละ เจ้านายก็กลับกลายเป็นผู้ชายสุขุมนิ่งเงียบเหมือนเดิม

“อีกครึ่งชั่วโมงจะประชุมบอร์ดนะคะท่านประธาน” คำทิ้งท้ายของเลขาก่อนจะออกไปเป็นเหตุให้เจ้านายละทิ้งเรื่องของลูกชายแล้วคว้าเอาแฟ้มบนโต๊ะมาเปิดดูอย่างจดจ่อ เมื่อเห็นว่าเจ้านายต้องการเวลาส่วนตัวผมถึงค่อย ๆ ปลีกตัวออกมาอย่างเงียบเชียบ

“สวัสดีค่ะเมื่อกี้ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยพิมพ์ใจค่ะเป็นเลขาของท่านประธานแล้วคุณเอ่อ”

“สวัสดีครับผมเป็นบอดี้การ์ดของนายน่ะครับ”

“แล้วคุณบอดี้การ์ดชื่อบอดี้การ์ดเหรอคะ คิก ๆ ๆ ” คำถามของเธอไม่ได้นำมาซึ่งเสียงหัวเราะแต่เธอผู้เดียว เพราะไอ้ธรที่ยืนอยู่หน้าห้องก็หัวเราะออกมาเหมือนกัน

“ลูกพี่ไม่ควรปล่อยให้สุภาพสตรีทวงถามชื่อนะครับ ฮ่า ๆ ๆ ลูกพี่ผมชื่อเหมันต์หรือคุณพิมพ์จะเรียกอย่างสนิทปากว่าพี่โอ้ก็ได้ครับ” 

ตรู๊ด ๆ ๆ การแนะนำตัวถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์ของผมเอง ชื่อหน้าจอเป็นเหตุให้ผมต้องเสียมารยาทปลีกตัวออกมาจากการสนทนาสองขาเดินดุ่มเข้าห้องน้ำทันที

“สวัสดีครับคุณโปรด”

“สวัสดีครับพี่อยู่กับคุณอรรคเหรอคุยได้ไหม” ถึงจะไม่มีน้ำเสียงร้อนรนอะไรแต่ถ้าคุณโปรดโทรมาแบบนี้ผมมั่นใจว่าต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับไอ้โอแน่

“คุยได้ครับตอนนี้นายทำงานอยู่ครับ”

“เมื่อคืนมีคนไปค้นห้องไอ้โอเห็นไอ้ชินบอกว่ารื้อกระจายเลยผมถามเจ้าของหอพักแล้วเขาไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ดูกล้องวงจรปิดผมว่าเป็นฝีมือเด็กของโจทย์ไอ้โอว่ะ เดี๋ยวผมส่งไฟล์กล้องวงจรปิดไปให้ที่เหลือพี่จัดการต่อเองนะ” คำบอกเล่าของลูกชายเจ้านายทำให้คิ้วตัวเองขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

นี่ผมเพิ่งวางใจว่าลูกเสธอ๊อดจะวางมือเรื่องไอ้โอแล้วถึงไม่ได้สนใจมันอีก อารมณ์โกรธแค้นที่กำลังปะทุอยู่ตอนนี้ต้องถูกผมเก็บกดเอาไว้ก่อน ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา ผมจะผลีผลามออกไปควานหาศัตรูแล้วละทิ้งหน้าที่ตัวเองได้ยังไง แต่ภาพเคลื่อนไหวและคลิปจากคุณโปรดก็มีอิทธิพลต่อผมเช่นกัน ยิ่งเห็นสายตาหวาดระแวงของน้องชายผมยิ่งอาฆาตมาดร้ายลูกชายของคนมีสีคนนั้นมากขึ้นอีก

ตรู๊ด ๆ ๆ แต่เบอร์โทรคุ้นตาจากการอ่านประวัติมันก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของผม ปลายนิ้วตัวเองจึงกดรับอย่างไม่ลังเลใจสักนิด

“สวัสดีเหมันต์จำกูได้ไหมไอ้หนู หึหึ”

“กฎข้อแรกมึงต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าอะไรที่กูเตือนไปรอบแรกแล้วจะไม่มีการเตือนซ้ำเป็นครั้งที่สอง กฎข้อสองถ้ามึงไม่เข้าใจก็กลับไปอ่านกฎข้อแรกใหม่อีกครั้งเพราะตอนนี้กูคิดว่ามึงไม่เข้าใจในกฎของกูล่ะมั้ง” 

อารมณ์โกรธเคืองถูกเก็บกดเอาไว้แล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งที่สุด

“โทษทีว่ะบังเอิญว่ากูเป็นคนประเภทชอบแหกกฎซะด้วยสิ อีกอย่างน้ำหน้าอย่างมึงไม่มีสิทธิ์มาตั้งกฎกับกู อยากเอาคืนให้น้องมึงเมื่อไหร่ก็มาได้ตามสะดวกนะสาบานว่ารอบนี้มึงจะไม่ได้เดินลอยหน้าลอยตาออกไปง่าย ๆ แน่”

“อย่าเพิ่งพองขนนักเลยแล้วเจอกัน หึหึ” ตรู๊ดดด โทรศัพท์ถูกตัดสายโดยฝั่งผม สายตาตัวเองจ้องมองกระจกของอ่างล้างหน้า ก็เห็นเพียงว่ามุมปากของชายผิวเข้มในชุดสูทสีดำกระตุกยิ้มขึ้นมาดูแล้วช่างค้านกับสายตาอาฆาตยิ่งนัก เลือดนักสู้ในกายมันพลุ่งพล่านกระเหี้ยนกระหือรืออยากไปปะทะตามคำเชิญชวนเมื่อกี้เหลือเกิน และมั่นใจว่าเหตุการณ์ประจันหน้าของผมกับมันจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้แน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป