บทที่ 2 ตอนที่ 1.2 แปซิฟิก ธนเกียรติโกศล
แปซิฟิก Part
“แกหายหัวไปไหนเป็นอาทิตย์หา!” หนึ่งอาทิตย์ถัดมาผมถึงยอมโผล่หน้ามาบ้านพ่อตั้งแต่เช้ามืด ที่มาตั้งแต่ไก่โห่แบบนี้ไม่ใช่เพราะตื่นเช้านะแต่เป็นเพราะยังไม่ได้นอนต่างหาก
“ก็อยู่แถวนี้ตามประสาผมนั่นแหละป๋าก็รู้ว่าผมคงไปไหนไกล ๆ ไม่ได้หรอกผมไม่มีน้ำยาขนาดนั้น”
“แกไม่ต้องทำมาเป็นพูดจาประชดประชันหรอกทะเล แล้วนี่เมามาอีกแล้วใช่ไหมแกอายุยี่สิบกว่าแล้วนะเรียนจบมาตั้งนานแล้วเมื่อไหร่จะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักที!” แววตาขุ่นมัวของข้าราชการยศสูงตรงหน้าทำเอาผมต้องเรียกสติกลับมาแล้วกอดอกพิจารณาพ่ออย่างจริงจังอีกครั้ง ไปกินรังแตนที่ไหนมาวะทำไมหน้าดำหน้าแดงแต่เช้าเนี่ย
“อารมณ์เสียอะไรอีกล่ะป๋าอย่าบอกนะว่าไอ้ลูกเมียเก็บนั่นทำอะไรให้ป๋าไม่พอใจแล้วมาใส่อารมณ์ที่ผมน่ะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงผมคงต้องตามล้วงเรื่องที่มันทำให้ป๋าโกรธเพื่อไปคุยกับมันตรง ๆ แล้วล่ะ”
“แกไม่ต้องมาทำเป็นรู้มากหน่อยเลยทะเลเอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนเถอะส่วนเรื่องคนอื่นไม่ใช่หน้าที่ของแก” ชุดทหารเต็มยศตรงหน้าไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเกรงขามแต่อย่างใดนั่นอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างอยู่ก็เป็นได้ รอยยิ้มจึงถูกจุดขึ้นมุมปากสายตาสบกับพ่ออย่างไม่นึกกลัวเกรงสักนิด
“แต่คนอื่นที่ป๋าพูดนั่นมันเป็นน้องผมถึงจะเป็นน้องที่ผมไม่อยากมีก็เถอะ อีกอย่างที่สำคัญก็คือคนที่ป๋าใช้มาต่อรองกับมันดันเป็นคนที่ผมแคร์มากอีกคนซะด้วยสิ ผมขอล่ะนะไม่ว่าไอ้น้ำมันจะทำตัวเหี้ยหรือดีอะไรก็ตามขอแค่ป๋าอย่ามาระรานขอบฟ้าก็พอ เพราะตอนนี้ขอบฟ้าไม่ใช่แฟนไอ้ควายน้ำแล้วแต่น้องเป็นคนพิเศษของผมโอเคนะครับ”
“ทะเล! อย่าบอกนะว่าแกจะเจริญรอยตามน้องชั่ว ๆ ของแกอีกคน จำใส่หัวจนขึ้นใจของแกไว้เลยว่าบ้านนี้ต้องไม่มีลูกหลานที่เป็นคนผิดเพศเด็ดขาด!” พอสายตาเลื่อนไปเห็นฝ่ามือทั้งสองข้างของพ่อกำแน่น เนื้อตัวสั่นเทาดวงตาปูดโปนหน้าดำแดงจนน่ากลัวว่าพ่อจะความดันขึ้นเสียก่อนตัวเองถึงได้คลายทีท่ากวนตีนลงไปบ้าง แต่ปากก็ยังไม่วายจะเติมเชื้อไฟในใจของพ่อให้ลุกโชนขึ้นมาอีกนิด
“ทำไมป๋าต้องคิดว่าผมจะเจริญรอยตามไอ้น้ำล่ะ การที่เราเดินตามรอยเท้าของคนอื่นเขาเท่ากับว่าเป็นการดูถูกความสามารถของตัวเองไม่ใช่เหรอ แต่สมมุติว่าสักวันถ้าผมเกิดมีเมียเป็นผู้ชายเหมือนที่ไอ้น้ำมีจริง ๆ วันนั้นคงเป็นเพราะว่าผมทำตามใจตัวเองไม่ใช่การเดินตามรอยเท้าใคร เหนือสิ่งอื่นใดผมคงอยากทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับใจของป๋าต้องการ แต่เป็นสิ่งที่แม่ปรารถนาล่ะมั้งเพราะแม่คงถูกใจถ้าเห็นผมขัดใจป๋า หึหึ
“ผมไปนอนก่อนนะครับคุยไปคุยมาเดี๋ยวความดันป๋าขึ้นทะลุปรอท ผมจะกลายเป็นลูกอกตัญญูไปอีกคนซะก่อน” สองเท้าของตัวเองรีบเร่งวิ่งซอยเท้าขึ้นไปตามบันไดวนเพื่อตรงดิ่งเข้าห้องนอน โดยไม่สนใจเสียงตวาดจากประมุขของบ้านที่ตะคอกดังลั่นไปทั่ว
เอาเถอะน่ะถึงยังไงพ่อก็มีเงินกับลูกน้องเยอะแยะถ้าเจ็บป่วยก็แค่เข้าโรงพยาบาลเท่านั้น ส่วนเวรกรรมจะตกมาที่ผมหรือเปล่านั่นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวรกรรมได้ทำหน้าที่ของมันต่อไป
ตั้งแต่นั้นมาพ่อก็ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับผมอีกเหมือนที่ผมเองก็ไม่ได้สนใจจะเข้าหาเพื่อปรับความเข้าใจอะไรกับพ่อ ผมแค่ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวัน ๆ จากหนึ่งวันเป็นหนึ่งอาทิตย์เป็นหนึ่งเดือนเคลื่อนเวลาข้ามปีมาอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมของอีกปีผมก็ยังคงใช้ชีวิตวัยยี่สิบปลาย ๆ เหมือนเดิมนั่นคือกินขี้ปี้เยี่ยวไปวัน ๆ วันไหนอารมณ์คึกหน่อยก็ไปป่วนไอ้น้ำให้ตัวเองสบายใจขึ้น
แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือเมื่อขอบฟ้าแฟนเก่าของไอ้น้ำขึ้นมหาวิทยาลัยปีสองจนตอนนี้น้องเรียนอยู่ปีสามแล้วผมก็ไม่พลาดที่จะเอาตัวเองเข้าไปวอแวกับน้องด้วยความคิดถึง เรื่องขอบฟ้ามันเป็นความคิดถึงจริง ๆ คิดถึงด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยไม่มีความมุ่งร้ายใด ๆ แอบแฝงแม้แต่น้อย
“ขอบฟ้าว่างเมื่อไหร่เฮียจะรีบไปรับมาดินเนอร์นะ”
“อย่ามาพูดเลยฟ้ารู้หรอกว่าเฮียซุกเด็กไว้หลายคนน่ะ ไอ้ฟ้าคนนี้มันก็เป็นได้แค่ตัวสำรองคนหนึ่งล่ะว้า” คำพูดประชดประชันจากปลายสายทำให้ผมอดหัวเราะไม่ได้ แต่พอประตูห้องน้ำถูกเปิดโดยผู้หญิงผมยาวตัวเล็กคนคุ้นเคยสายตาตัวเองถึงเลื่อนไปกดดันให้เธอละทิ้งเสื้อคลุมสีขาวที่สวมใส่อยู่
แม้จะไม่พูดออกไปแต่ใยบัวก็อยู่กับผมมานานกว่าผู้หญิงทุกคน มันนานพอที่จะรู้ใจว่าผมต้องการอะไรเสื้อคลุมสีขาวถึงค่อย ๆ ร่วงหล่นลงไปกองอยู่บนพื้น ท่ามกลางแสงไฟสีนวลของไฟดวงเล็กยิ่งขับผิวขาวละออที่กำลังเดินนวยนาดเข้ามาให้ดูน่าโถมตัวเข้าหามากขึ้น
“ไว้เฮียโทรไปหาใหม่นะครับดูแลตัวเองด้วยล่ะเฮียเป็นห่วง”
“เฮ้อ จะผสมพันธุ์อีกล่ะสิท่าเชิญตามสบายค้าบไว้คุยกันนะเฮีย” ตรู๊ดด ขอบฟ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ผมไม่กล้าตัดสายน้องทิ้งเกือบทุกครั้งที่คุยกันผมถึงต้องรอให้น้องเป็นฝ่ายวางสายไปก่อน แต่พอสัญญาณถูกตัดสายไปโทรศัพท์ก็ถูกผมโยนทิ้งไว้ข้างเตียง สองแขนหันมาเปิดอ้ารับเอาร่างนุ่มนิ่มของหญิงสาววัยยี่สิบเข้ามาคลอเคลียในอ้อมแขน และก็เป็นใยบัวเพียงคนเดียวอีกนั่นแหละที่ผมไม่ค่อยใช้อารมณ์หยาบกร้านรุกรานเธอมากเท่าไหร่ เซ็กซ์ในแต่ละครั้งของเราถึงค่อยเป็นค่อยไปอย่างไม่เร่งรีบ
“อ่าา อึก อื้ออ” แต่ถึงจะไม่รีบร้อนยังไงก็ไม่ได้แปลว่าผมจะทะนุถนอมเธอจนปล่อยให้เนิ่นนานไปนี่นา ปลายนิ้วตัวเองถึงได้ทำการสอดใส่เข้าไปหาช่องคลอดอุ่น ๆ ในขณะที่ริมฝีปากพรมจูบอยู่กับยอดดอกบัวเต่งตึงทั้งสองเต้า ปลายลิ้นปาดเลียว่องไวสอดคล้องกับเสียงครวญครางของหญิงสาว
ติ๊ง ๆ ๆ แต่แล้วเสียงจากโทรศัพท์เครื่องที่ผมมั่นใจว่าเป็นของใยบัวก็ดังขึ้นมา เป็นเหตุให้ตัวเองหยุดทั้งปลายลิ้นและปลายนิ้วดวงตาเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียงอย่างแปลกใจ เที่ยงคืนแบบนี้ใครวะ?
หมับ! “เฮียทะเล อืมม ต่อเถอะค่ะ” มือผมที่ค้างคาอยู่กับเนินนางของใยบัวถูกเธอจับไว้แล้วชักนำให้ปลายนิ้วทำการเคลื่อนไหวต่อไป ด้วยความที่ผมไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษนอกจากสิ่งที่ทำค้างไว้ทั้งมือและลิ้นถึงได้สานต่อในสิ่งที่ค้างคาอยู่
ปึก ๆ ๆ!! “อ๊ะ อ้า อ๊า” พอสอดใส่ลูกชายเข้าหาโพรงอุ่นได้ผมก็ไม่รอช้าจะกระหน่ำเรี่ยวแรงเข้าหาร่างบอบบางที่ไหวโยนอยู่ใต้ตัว ผมยาวของใยบัวแผ่สยายอยู่บนหมอนสีขาวเห็นแล้วอารมณ์ดิบยิ่งพลุ่งพล่านจนต้องจับเธอพลิกกายให้คุกเข่าโก้งโค้ง ก้นมนยกย้ายเย้ายวนให้ผมกระแทกตัวเข้าออกถี่รัวไม่ยั้ง
พั่บ ๆ ๆ ๆ!!! “กรี๊ดด อ๊าาา” เสียงกรีดร้องดังขึ้นลั่นห้องก่อนที่ร่างของใยบัวจะทรุดนอนคว่ำหน้าบนเตียง แต่ในเมื่อผมยังไม่เสร็จสองมือตัวเองจึงเหนี่ยวรั้งก้นกลมให้ชูชันขึ้นมา ก่อนที่จะเลื่อนสองมือเอื้อมไปจับไหล่เล็กบีบไว้แน่นแล้วกระแทกตัวเต็มที่
พั่บ ๆ ๆ!! “ซี้ดด อ้าา” นาทีที่รู้ว่าน้ำคาวตัวเองจะหลั่งไหลออกมาผมก็ยิ่งบดเบียดตัวตนเข้าหาคนที่ถอยตัวหนี
ป๊อก! “แฮก ๆ ๆ เหนื่อยว่ะ” เสียงถอดถอนลูกชายดังมาพร้อมกับน้ำสีขาวขุ่นไหลเยิ้มตามซอกขาของใยบัว ร่างบอบบางทรุดตัวนอนคว่ำหายใจหอบถี่ไม่ต่างกับผม
“อย่าลืมกินยาคุมด้วยล่ะ” นี่คือประโยคสุดท้ายที่ผมเอ่ยกับใยบัวก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ พอกลับออกมาคนที่ผมสั่งความไว้ก็หลับไปเสียแล้วแต่ยังดีที่หัวเตียงยังมีแผงยาคุมถูกแกะให้ได้เห็น
และนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมทำกับใยบัวแค่คนเดียวนั่นก็คือ ไม่ว่าผมจะนอนกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาแค่ไหนแต่คนเดียวที่ผมไม่เคยใส่ถุงยางด้วยก็คือใยบัว มันไม่ใช่ความรู้สึกพิเศษอะไรมากมายเพียงแต่ผมแค่ต้องการให้ใจตัวเองได้มีใครสักคนที่มีอะไรกันได้อย่างสนิทใจ ต่อให้จะเป็นแค่ความสนิทใจอย่างฉาบฉวยก็ไม่เป็นไร สักวันหนึ่งผมคงได้เจอคนที่ตัวเองปักหัวใจไว้กับเขาตลอดชีวิตบ้างแหละ
“คุณทะเลครับคือว่า เอ่อ” แก้วไวน์ในมือถูกวางไว้บนพื้นขอบสระว่ายน้ำสายตามองฝ่าแว่นกันแดดสีดำสนิทไปจับจ้องอยู่ที่ท่าทีกระอักกระอ่วนใจของไอ้เรด ในมือของมันกำโทรศัพท์ตัวเองแน่นจนความแปลกใจวิ่งเข้ามาทักทาย ผมถึงได้เปลี่ยนความตั้งใจที่จะว่ายน้ำอีกรอบมาเป็นเดินขึ้นไปนอนเหยียดกายบนเตียงนอนริมสระว่ายน้ำแทน
“มีอะไรก็พูดมากูขี้เกียจเดาท่าทางของมึงไปเอง” แก้วที่วางไว้ริมสระเมื่อกี้ถูกชายในชุดสูทสีดำอีกคนหยิบมาเติมไวน์แล้วยื่นให้ผม แต่ถึงกระนั้นไอ้เรดก็ยังไม่ปริปากพูดอะไรจนผมต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
“นี่คือข้อมูลคร่าว ๆ ที่คุณทะเลต้องการครับ ส่วนรายละเอียดอีกไม่เกินสามวันจะถึงมือครับ” โทรศัพท์ของบอดี้การ์ดคนสนิทถูกยื่นมาให้ เมื่อสายตาตัวเองได้เห็นภาพบนหน้าจอโทรศัพท์สาบานได้ว่าหัวใจของผมไม่ได้เจ็บปวดเพราะรู้สึกสูญเสียหรือเสียใจแต่อย่างใด ความรู้สึกเดียวที่ผมมีตอนนี้ก็คือความโกรธเกลียดขยะแขยงในสิ่งที่ตาเห็น
ปลายนิ้วเลื่อนดูแต่ละภาพของใยบัวเด็กสาวที่เป็นหนึ่งในผู้หญิงของผม ทุกรูปเต็มไปด้วยรอยยิ้มและสายตาเปี่ยมไปด้วยความสุขของเธอที่จับจ้องมองเด็กหนุ่มคนหนึ่งอย่างลุ่มหลง สองนิ้วตัวเองถึงได้แตะหน้าจอโทรศัพท์ขยายดูภาพชายหนุ่มคนนั้น ความรู้สึกชิงชังเคียดแค้นคล้ายดังว่าตัวเองถูกทรยศหักหลังเพราะเด็กหนุ่มหน้าตาโง่ ๆ คนหนึ่งโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างจัง แม่งหักหน้ากูชัด ๆ!
“ข้อมูลเบื้องต้นผู้ชายคนนี้ชื่อโอเรียนอยู่คณะวิศวะปีสองมหาลัยเดียวกันกับคุณใยบัวครับ” เคร้ง! และแล้วโทรศัพท์ของไอ้เรดก็ถูกปาลงกับพื้นอย่างแรงตามอารมณ์เกรี้ยวกราดของผมจนได้
“ไปขุดเรื่องมันมาให้หมดกูไม่ชอบให้ใครมาลักกินขโมยกินของกู แล้วจะยังได้เชิดหน้าชูตาสูดลมหายใจอย่างสบายอกสบายใจบนโลกใบเดียวกับกู”
“ครับคุณทะเล” ไอ้เรดก้มหน้ารับคำก่อนจะถอยไปจัดการในสิ่งที่ผมสั่งให้มันจัดการเมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่แล้ว ไวน์ราคาแพงถูกยกกระดกหมดแก้วทั้งที่สายตายังเหม่อมองไปบนท้องฟ้า มองด้วยใจคำนึงถึงคำถามที่ว่าโลกนี้ไม่มีความซื่อสัตย์สำหรับใครจริง ๆ ใช่ไหม หรือสิ่งที่ผมต้องการไขว่คว้ามันมีอยู่จริงเพียงแต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผมจะได้ครอบครอง
