บทที่ 7 ตอนที่ 3.2 ความซื่อสัตย์ไม่มีอยู่จริง
แปซิฟิก Part
“เฮียทะเลสัญญากับฟ้าได้ปะไม่ว่าไอ้ซื่อบื้อโอจะพลาดไปกับเด็กเฮียถึงขั้นไหนก็ช่างแต่เฮียจะไม่ถึงกับฆ่าแกงมัน ฟ้าก็บอกแล้วว่าไอ้ซื่อบื้อนั่นมันไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอก วัน ๆ มันทำเป็นแค่ไถบุหรี่รุ่นน้องหลอกให้เพื่อนสนิททำงานแทนแค่นั้นอะ” ตั้งแต่ต้นเดือนที่ขอบฟ้ามาเจรจาเรื่องไอ้แมวขโมยจนอีกสองวันจะ 20 กันยายนแล้ว น้องก็ยังคงพูดเป่าหูผมได้ทุกวันพอ ๆ กับที่ไอ้ลูกเมียเก็บนั่นโดนตีนผมเกือบวันเว้นวันเหมือนกัน
“ถามจริงเถอะเป็นห่วงอะไรมันนักหนาล่ะ ไหนเราบอกสิ่งที่เราคิดให้เฮียฟังหน่อยซิ” ใบหน้าสวยงามเกินกว่าจะเป็นผู้ชายโน้มมานอนหนุนตักผมเหมือนที่ชอบทำ เวลายามเย็นของสระว่ายน้ำส่วนตัวบนดาดฟ้าซึ่งใช้ได้เฉพาะเจ้าของชั้นห้าสิบสี่คือสถานที่ที่ผมชอบมากที่สุด มันดูเงียบสงบจนบางครั้งอาจดูเงียบเหงาไปบ้างแต่แสงสีข้างล่างคือสิ่งยืนยันว่าโลกของผมมันไม่ได้ว่างเปล่าผมสามารถใช้ชีวิตบนความรู้สึกผิดของใครคนหนึ่งได้อีกนาน
“ไอ้โอมันเป็นคนไม่มีความคิดอะไรซับซ้อนเลยนะเฮีย มันคิดอะไรก็พูดคิดอะไรก็ทำและคิดแค่ในสิ่งที่ตามันได้เห็นหูมันได้ฟังแค่นั้น ฟ้าเห็นมันแล้วนึกถึงตัวเองตอนนั้นน่ะ” แววตาที่เงยมามองสบตากับผมมีแต่ความเจ็บปวดจากเรื่องครั้งหลัง นั่นทำให้ฝ่ามือตัวเองยกขึ้นมาลูบแก้มใสของคนนัยน์ตาหมองเศร้าเบา ๆ
“เอาเป็นว่าเฮียจะไม่เอาถึงตายก็แล้วกันว่าแต่ถ้าสงสารมันทำไมไม่บอกมันไปตรง ๆ ล่ะ”
“เฮ้อ ฟ้าก็อยากจะทำอย่างนั้นอยู่หรอกนะแต่ฟ้ารู้ว่าเรื่องบางเรื่องต้องยอมให้มันเจอกับตัวเองบ้าง มันถึงจะได้รู้จักระมัดระวังตัวและไม่ให้ใจใครง่ายเกินไป เพราะถ้าตอนนี้ฟ้าบอกมันไปมันกับเด็กของเฮียอาจจะสิ้นเยื่อขาดใยก็จริง แต่ฟ้าไม่ได้อยู่ข้างมันไปตลอดชีวิตถ้าวันหนึ่งที่มันเจอกับเหตุการณ์นี้อีกและใครคนนั้นไม่ใช่เฮียมันอาจจะตายไม่รู้ตัวก็ได้ ฟ้าอยากให้มันค่อย ๆ โตค่อย ๆ เรียนรู้จักความผิดหวังความผิดพลาดสักวันเมื่อเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้มันจะได้เอาตัวเองรอดได้
“เฮียเองก็สอนฟ้ามาแบบนี้ไม่ใช่เหรอเพราะงั้นเฮียต้องทำตามสัญญานะว่าจะแค่สั่งสอนมันเบาะ ๆ ก็พอถึงยังไงมันก็ยังไม่ได้จิ้มเด็กเฮียหรอกน่ะ อย่าบอกนะว่าเฮียมีใจให้ใยบัวจริง ๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นฟ้าจะรีบไปจิกหัวไอ้โอแล้วลากมันมาขอขมาเฮียเดี๋ยวนี้เลย เฮ้ย! ” ตูมม! เจ้าของผมยาวสลวยที่ถูไถอยู่กับตักผมถึงกับลุกพรวดพราดมานั่งขัดสมาธิจ้องผมตาโต เห็นแล้วน่ารักน่ามันเขี้ยวจนถึงกับผลักคนสวยให้ตกลงไปในสระว่ายน้ำโดยมีตัวเองกระโดดตามลงไปคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
“ไอ้เฮียทะเลทำไมทำแบบนี้วะนี่ถ้าฟ้าพกโทรศัพท์จะเป็นยังไงหา! ”
หมับ! “จุ๊บ ไม่เป็นไงเฮียก็แค่ซื้อให้ใหม่แค่นั้นเอง พูดถึงโทรศัพท์เรดมึงเอาโทรศัพท์มานี่ทีซิ” ไม่ใช่แค่พูดแต่แขนขวาที่กอดเอวขอบฟ้าเอาไว้รั้งให้น้องขยับมาเกาะขอบสระกับผม เวลาไม่ถึงอึดใจเมื่อโทรศัพท์อยู่ในมือผมก็ไม่รั้งรออะไรทั้งนั้น ใบหน้าสวยพร่างพรมด้วยหยดน้ำถูกแก้มผมแนบลงกับหน้าน้อง มือขวาถือโทรศัพท์ยกมาถ่ายภาพแล้วไม่รอให้เสียเวลารูปภาพถูกส่งไปยังไลน์ที่ตัวเองมักจะส่งไปอยู่บ่อยครั้ง
เพียะ! “เฮียนี่ยังไงนะตกลงว่าที่อยากให้ฟ้ามาอยู่ด้วยเป็นเพราะเฮียจะแกล้งเขาใช่ไหม เหอะ ไหนบอกว่าไม่สนใจลูกเมียเก็บยังไงล่ะอิโถ่ที่แท้ก็แค่พี่ชายอยากเล่นกับน้องชายแหละว้า” ต้นแขนผมถูกตีจนขึ้นสีแดงแถมยังถูกเหน็บแนมด้วยคนหน้าสวย จนรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาถึงได้รั้งเอวคนพูดมากเข้ามาแนบชิดแล้วฝังจมูกกดลงบนแก้มใสแรง ๆ
“ถ้าพูดมากอีกจะโดนอีกข้าง”
“ขอโทษครับคุณทะเลคุณบัวโทรมาครับ” ขณะที่คนในอ้อมแขนผมมีสีหน้าท่าทางอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาแต่ผมกลับไม่อยากได้ยินชื่อนี้สักนิด เพราะใครก็ตามที่คิดทรยศกันใครคนนั้นก็ไม่ควรได้อยู่ในความสนใจของใครอีกคนเหมือนกัน แต่เพราะเห็นแก่ท่าทางยุส่งของน้องสะใภ้ผมถึงได้รับโทรศัพท์อย่างเสียไม่ได้
“มีอะไรล่ะ”
“วันนี้เฮียจะมาไหมคะหนูมีเรื่องคุยด้วยค่ะ”
“คุยตรงนี้ก็ได้เพราะเฮียคงไม่ไปหาบัวอีกหลายวัน”
“....” การเงียบของปลายสายไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกร้อนใจเลยสักนิดตรงกันข้ามกลับรู้สึกใจเย็นลงมากกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะเหตุผลเดียวคือเป้าหมายของผมจะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้าต่างหาก
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเฮียวางสายก่อนนะ”
“เดี๋ยวค่ะหนูมีเรื่องอยากถามเฮีย ทุกวันนี้หนูยังอยู่ในฐานะเดิมใช่ไหมคะฐานะที่เป็นแค่ผู้หญิงในฮาเร็มของเฮียเท่านั้น”
“แล้วบัวหวังจะได้คำตอบยังไงจากเฮียล่ะในเมื่อบัวก็รู้คำตอบดีแก่ใจอยู่แล้วนี่” ริมฝีปากของขอบฟ้าขมุบขมิบพึมพำออกมาดูจากสายตาแล้วคงไม่พ้นด่าผมนี่แหละ
“ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ” ตรู๊ดด เพราะใยบัวคือผู้หญิงที่ผมใส่ใจมากกว่าคู่นอนทุกคนจนถึงขั้นเลี้ยงดูเธอ เพราะงั้นทำไมผมจะไม่รู้ว่าในน้ำเสียงของคำขอบคุณจากอีกฝ่ายมันมีความหมายอะไรมากกว่านั้นแอบแฝงอยู่และคงเกี่ยวข้องกับวันที่ 20 แน่ คราวนี้แหละกูจะดัดสันดานไอ้เด็กหน้าโง่ให้จมตีนไปเลย หึหึ
“นี่คงคิดเรื่องชั่วอยู่ล่ะสิสีหน้าถึงได้เลวมากอะเฮีย ฟ้าเตือนไว้ก่อนเลยนะว่าคนเราทุกคนไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ทุกคนมีพ่อแม่พี่น้องมีคนที่รักด้วยกันทั้งนั้น อย่างฟ้ากับไอ้เวย์ก็เหมือนกันถ้ามีใครมาทำให้มันเจ็บช้ำฟ้าคงไม่อยู่เฉยแน่ เพราะงั้นเวลาจะทำอะไรขอให้เฮียหยุดคิดสักนิดฟ้ากลัวว่าเวรกรรมจะมาเอาคืน และเวลาถูกเอาคืนมันน่ากลัวนะเฮียไม่เชื่อเฮียก็ถามน้องชายของเฮียดูสิ”
“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะต่อให้เวรกรรมติดจรวดยังไงมันหรือใครก็ไม่มีวันตามเฮียทันหรอก อีกอย่างเฮียไม่ได้เป็นควายเหมือนไอ้ลูกเมียเก็บนั่นด้วยเพราะงั้นอย่าเอามันมาเทียบกับเฮียเด็ดขาดโอเคนะ” คาดว่าขอบฟ้าคงไม่โอเคเพราะใบหน้าสวยนั้นง้ำงอลงพร้อมกับโหนตัวขึ้นจากสระ แม้จะทักท้วงยังไงอีกฝ่ายก็ไม่หันมานอกจากเดินดุ่ม ๆ ออกจากประตูสระว่ายน้ำไปผมถึงได้ว่ายไปอีกฝั่งหนึ่งของขอบสระ แสงสีจากดวงไฟหลายดวงข้างล่างรวมถึงตึกสูงหลายตึกคือสัญญาณบ่งบอกว่าหมดเวลาทำงานของพระอาทิตย์แล้วล่ะ
“คุณท่านโทรมาเมื่อกี้คุณทะเลจะโทรกลับไหมครับ”
“ไม่ต้องกูไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับป๋า เรดมึงว่าโลกนี้จะมีคนที่ซื่อสัตย์จริง ๆ บ้างไหมวะ” สายตาผมเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย คำถามที่ถามออกไปเป็นคำถามที่ผมไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะในความรู้สึกตอนนี้ผมแค่ต้องการใครสักคนพูดคุยด้วยเพื่อให้ผมได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่กับความเงียบเหงาแต่อย่างใด
“มีสิครับอาจจะไม่ได้มีให้สำหรับทุกคน แต่หลาย ๆ คนต้องมีความซื่อสัตย์ไม่ว่าจะในฐานะอะไรหรือกับใครสักคนแน่นอน” คำตอบนี้ยังคงเป็นคำตอบเดิม ๆ เหมือนหลายครั้งที่ผมเอ่ยถาม
“แล้วกูจะได้เจอคนที่ซื่อสัตย์กับกูไหมวะ มึงไม่ต้องตอบนะเพราะกูรู้ว่ามึงจะตอบอะไร หึหึ จะไม่รู้ได้ไงในเมื่อกูถามมึงมาหลายปีแล้วนี่นา”
“ผมจะตอบอีกครั้งครับ สักวันคุณทะเลจะมีคนที่ซื่อสัตย์กับคุณทะเลเหมือนที่คุณทะเลจะซื่อสัตย์กับเขาเพียงคนเดียว” คำตอบของคนสนิทไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาสักนิด ถึงได้ปล่อยให้ร่างกายจมดิ่งไปกับความเยือกเย็นของน้ำในสระ
“แกจำไว้นะว่าอย่าถามหาความซื่อสัตย์จากใคร ยิ่งแกเอาใจไปเรียกร้องหามันมากเท่าไหร่แต่ถ้าได้ครอบครองไว้แล้วมันไม่เหมือนดั่งใจคนที่จะใจสลายก็คือตัวแกเอง”
คำพูดของแม่ยังคงวนเวียนซ้ำ ๆ อยู่ในความทรงจำจนบางครั้งผมแทบจะหายใจไม่ออกกับคำสั่งสอนหลายอย่าง จนต้องตอกย้ำตัวเองซ้ำ ๆ ว่าถ้าชีวิตนี้ต้องมีชะตาเหมือนแม่กับพ่อผมก็ขอหันหลังให้กับชีวิตคู่ไปตลอดชีวิตดีกว่า
