บทที่ 5 คำขอที่ลำบากใจ 2
“ไม่ได้คะ คนนี้มีแขกจองแล้ว”
“เฮ้ย นี่พูดไม่รู้เรื่องเหรอ ฉันยอมจ่ายเพิ่มให้ก็ได้” เขาอารมณ์ฉุนขึ้นมาทันทีที่ถูกปฏิเสธ
“พี่กานต์” พิยะตาเสียงสั่น เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากมือหนาแต่เขาก็ดึงรั้งร่างเธอเข้าไปใกล้กว่าเดิม แถมก้มสูดหายใจใกล้ๆ เรือนผมสีดำขลับ
“น่ารักจริงๆ” หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบอย่างรังเกียจ
“เข้าไปนั่งดื่มเบียร์เย็นๆ กับพี่ข้างในดีกว่านะจ๊ะคนสวย”
“ไม่ค่ะ...ปล่อยหนูเถอะนะคะ”
“ไม่เอาน่า อย่าเล่นตัวไปหน่อย สวยๆ ขาวๆ ขนาดนี้ ปล่อยไปพี่ก็เสียดายแย่สิจ๊ะ” หนุ่มใหญ่ดึงรั้งแขนหญิงสาวจนเธอเอียงไปแนบหน้าอกกว้าง คนตัวเล็กย่นจมูกเหม็นกลิ่นน้ำหอมที่เขาชโลมไว้ทั่วตัวราวกับอาบแทนน้ำ อีกทั้งน้ำมันใส่ผมรุ่นโบราณที่ส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอี่ยนชวนขนลุก หญิงสาวใช้ฝามือดึงตัวเขาออกห่างจากเธอ
“อย่าค่ะ หนูขอร้อง”
“นี่หนูจะลองดีกับพี่ใช่มั้ย” เขาหงุดหงิดที่หญิงสาวปฏิเสธไม่มีเยื่อใย
“เปล่าค่ะ ตะ แต่หนู” แขนแข็งๆ รั้งร่างบางเข้าไปกอดหมายจะซุกไซร้สูดดม แต่หญิงสาวก็ดิ้นรนต่อสู้สุดแรง
“ปล่อยหนูนะ”
“เสี่ยขาปล่อยน้องเค้าเถอะนะคะเสี่ย”
“เอ๊ะนังนี่ชอบแส่จริงๆ ออกไป” ชายตัณหากลับตะหวาดใส่กานต์อย่างไม่พอใจ เขาโมโหจนเกือบจะเงื้อมมือฟาดใส่เธอ
“อย่าทำพี่กานต์นะ” เสียงใส่ตะโกนห้ามด้วยความตกใจ พิยะตาอยากจะดิ้นรนมากกว่านี้แต่กลัวว่าแขกคนอื่นจะตระหนกตกใจอาจจะพลอยทำให้เดินออกจากร้านไปเลยก็ได้
“ปล่อยผู้หญิงซะ” เสียงทุ้มๆ ดังขึ้น ทุกสายตาหันกลับไปมองต้นเสียงทันที
“แกเป็นใคร”
“ผู้หญิงคนนี้ของฉัน...ปล่อยเธอซะ” ด้านหลังของคนที่มาช่วยเหลือมีชายร่างกำยำอีกสองคน เขาเดินออกมาจากความมืด เสื้อสูดสีดำที่สวมใส่ปกปิดอะไรบางอย่างใต้อุ้งมือ ลูกค้าหนุ่มใหญ่เหลือบมองเล็กน้อยก็จะลนลาน
“อืม กะ ก็ได้ วันนี้ไม่ได้วันหน้าคงไม่พลาด” เขารีบเดินเข้าไปในบาร์ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้นอบน้อม เธอสังเกตจากการแต่งกายและวัยของคนที่ช่วยเหลือแล้วไม่น่าจะเป็นคนธรรมดาที่มาเที่ยวหาความสำราญใจ เขายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในร้านเช่นกัน
“ใครคะพี่กานต์”
“อะ เอ่อ พี่ไม่รู้ แต่พิตต้าเข้าไปข้างในเถอะเดี๋ยวแขกคนอื่นจะเรียกอีก” พิยะตามองตามร่างสูงเด่นนั้น เขาเป็นใครกันเสียงทุ้มที่ฟังแล้วจะต้องยอมปราชัยกับท่าทางที่สุขุมยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ คนระดับนี้ทำไมมาในที่เล็กๆ คับแคบ อย่างที่นี่
เพียงไม่กี่นาทีหลังจากชายลึกลับในความคิดของเธอเดินหายเข้าไปในบาร์ สาวเสิร์ฟในก็ออกมาเรียกให้หญิงสาวเข้าไปข้างในตามคำสั่งของดนุพรเจ้าของบาร์และอาของเธอ
“อาโด่งเรียกพิตต้าเหรอคะ” เสียงหวานถามคนที่นั่งอยู่บนโซฟา
“นั่งก่อนสิ...นี่คุณธีร์ เจ้าของบริษัทส่งออกเสื้อผ้าอันดับต้นๆ ของเอเชีย” พิยะตาเงยหน้ามองคนที่อาแนะนำ หญิงสาวต้องชะงักเล็กน้อย ชายคนที่ช่วยเหลือเธอเมื่อครู่รู้จักกับดนุพรและยังมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“เข้ามานั่งใกล้ๆ ฉันสิ” เสียงเชื้อเชิญของคนอาวุโสทำให้ร่างบางสั่นเทา เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
“ไปซิจ๊ะพิตต้า” หญิงสาวค้อมตัวผ่านหน้าอา ก่อนจะค่อยๆ ลดตัวนั่งข้างๆ ชายภูมิฐาน
“อืม ยิ่งดูก็ยิ่งสวยสมวัยนะ ไม่น่ามาอยู่ในที่แบบนี้เลย”
“ค่ะ โด่งไม่รู้จะทำยังไง มีหลานอยู่แค่คนเดียว ไม่มีใครเลี้ยงดูค่ะ”
“คุณก็เก่งนี่ เลี้ยงหลานในบาร์นี้มาตั้ง 19 ปี”
“ก็พิตต้าเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก โด่งได้แต่อาศัยเด็กในร้านช่วยกันเลี้ยงค่ะ พิตต้าแกเลี้ยงง่ายไม่งอแง”
“ชื่อพิตต้าเหรอ” ธีร์หันมาถามหญิงสาว ที่นั่งสั่นหวั่นเกรงเขา
“ค่ะ...อาโด่งตั้งให้”
“อืม งั้นฉันก็เรียกหนูว่า พิตต้านี่ล่ะนะ ฟังดูกันเองดี”
“ค่ะท่าน”
“เอาเป็นว่าผมตกลงตามคำขอร้องของคุณนะโด่ง”
“อุ๊ย ขอบพระคุณค่ะคุณธีร์ ยังไงโด่งจะทำตามข้อตกลงทุกอย่างเลยค่ะ คุณธีร์ไม่ต้องกังวล” ชายกลางคนกระชับสูทก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ผมคงต้องกลับก่อน มาที่แบบนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองแกไปอีกหลายปีเลย”
“ไม่นะคะ คุณธีร์ยังดูหนุ่มอยู่เลยค่ะ ถ้าไม่บอกว่า 45 แล้วโด่งเดาไว้แค่ 30 เองนะคะ” ดนุพรยังคงพูดจาฉอเลาะ โดยที่ไม่สนใจว่าใบหน้าหวานของสาวจะมีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นกี่ตัว
“เอาล่ะ ไปเลยแล้วกัน เดี๋ยวจะติดใจจนไม่อยากไปไหน”
“เดี๋ยวโด่งเดินไปส่งค่ะ” ร่างสะโอดสะองของสาวประเภทสองที่ผ่านการศัลยกรรมมากว่าสิบครั้งจนสวยงามกว่าผู้หญิงแท้หลายคน เดินนำหน้าลูกค้าวีไอพีออกไป
“ไม่ต้องลำบากเดินออกมาก็ได้” ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขามองคนเบื้องหน้าแล้วก็ยิ้มให้
“โด่งเกรงใจคุณธีร์จังเลยค่ะ รบกวนเงินทองตั้งมากมาย”
“ไม่เอาน่าเรามันก็คนกันเอง...อย่าลืมสิ” ดนุพรฝืนยิ้มตอบทั้งที่ในใจกังวลไม่น้อย คนกันเองของชายหนุ่มที่ว่ามันทำให้หัวใจเธอเจ็บแปลบ
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“อืม ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ มีอะไรก็รีบบอกผมไม่ต้องเกรงใจ” ดนุพรยกมือไหว้ก่อนจะหลีกทางให้เขาออก ชายหนุ่มเข้าไปนั่งในรถหรูแล้ว แต่เขาก็ยังหันมองคนที่มาส่งราวกับไม่อยากให้ภาพของหล่อนเลือนหายไป ดนุพรพยายามฝืนหยิบให้เขาทั้งทีหล่อนอยากจะรีบหลบเข้าไปในร้านเต็มที ไม่ใช่เพราะรังเกียจอะไร แต่หัวใจที่กำลังทรยศของหล่อนนั้นมันเต็มระส่ำระส่ายร้อนรุ่ม หลังจากที่คนน่าสงสัยจากไปแล้ว พิยะตาก็รีบเร่งตั้งคำถามที่ตนเองสงสัยและอยากรู้เป็นชุดใส่ดนุพร
“อาโด่งค่ะ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร มีความสัมพันธ์ยังไงกับอาคะ ทำไมต้องทำตัวสนิทสนมกันขนาดนั้นด้วยคะ”
“ว๊าย ยัยพิตต้า ถามมากมายขนาดนี้ อาจะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ”
“ทุกคำถามค่ะอา เค้าเป็นใครคะ แล้วทำไมอาต้องให้พิตต้าไปทำความรู้จักด้วยคะ”
“โอเคๆ คุณธีร์เค้าเป็นมหาเศรษฐีใหญ่ ยังหนุ่มหล่อแถมโสดด้วย”
“อาโด่ง” หญิงสาวเรียกเรียกสูงเพราะดนุพรตอบไม่ตรงตามที่เธอต้องการ
“คือว่า เค้าเป็นเจ้าหนี้ของอา”
“เจ้าหนี้” เสียงที่ดังต่อจากพิยะตาก็คือบรรดาสาวดริ๊งค์ทั้งหลายที่บังเอิญเข้ามาได้ยิน จนทั้งสองคนต้องหันไปมองอย่างตกใจ
“เค้ามาช่วยอาปลดหนี้จากเสี่ยพงษ์ แล้วมันก็เลยกำหนดใช้หนี้แล้ว...อาไม่รู้จะทำยังไงก็เลย”
“อาขายพิตต้าให้เค้าเหรอคะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก อาก็แค่ให้พิตต้าไปอยู่ในความอุปการะของเค้าช่วยคราว”
“ยังไงคะอา พิตต้าไม่เข้าใจ”
“พิตต้าต้องไปอยู่กับเค้า แล้วก็ทำทุกอย่างตามที่เค้าต้องการ อ่อ แต่อาไม่ได้หมายถึงมีอะไรกับเค้านะอันนั้นมันนอกเหนือข้อตกลง” ทุกสายตามองดนุพรสลับกับพิยะตา ที่ตอนนี้ตาคู่กลมฉายแววสั่นไหวจากน้ำใสที่คลอเอ่อจนจะล้น หญิงสาวกลัวว่าความคิดของเธอจะเป็นจริง เธอไม่อยากเป็นผู้หยิงขัดดอกให้ใคร
“อาไม่อยากให้พิตต้าอยู่ที่นี่มันอันตราย เลยขอร้องให้คุณธีร์ช่วยรับหลานของอาไปเลี้ยงดู ซึ่งเค้าเต็มใจอย่างมาก อย่างกังวลเลยคุณธีร์เค้าใจดี”
“ทำไมคะ ทำไมพิตต้าอยู่ที่นี่ไม่ได้ หนูอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กอาก็รู้ มันจะอันตรายแค่ไหนกันคะ”
“บาร์ของเรากำลังจะเปลี่ยนเจ้าของ...อาติดหนี้เค้าไว้เยอะ”
“จะปิดร้านเหรอเจ๊”
“ไม่หรอก แต่คุณธีร์เค้าคงปรับปรุงให้มันดีกว่านี้ ส่วนฉันก็คงจะต้องหางานอื่นทำ”
“แล้วพวกเราล่ะเจ๊”
“ไม่ต้องห่วง ทุกคนยังทำงานที่นี่ได้ ฉันตกลงกับคุณธีร์แล้ว...เหลือแค่หลานสาวคนเดียวที่ฉันยังไม่หมดห่วง ฉันก็เลยต้องฝากฝังให้เค้าช่วยดูแลให้รอดพ้นจากพวกตัณหากลับ”
“แล้วอาโด่งจะไปไหน ทำไมไม่ให้พิตต้าไปด้วย ฮือๆ”
“ชีวิตที่เร่ร่อน ถ้าพาหนูไปด้วยมันคงจะอันตรายมาก อย่ากลัวเลยพิตต้าอารับรองว่าไปอยู่กับคุณธีร์แล้วหนูจะปลอดภัย อาจะได้ไม่ต้องกังวลด้วย”
