บทที่ 1 เริ่มแผนการ 1
เรื่องนี้อยู่ในชุด ดวงใจคนพาล
ประกอบด้วย
1.ทัณฑ์พิพากษาบอสร้าย (ร้ายแบบสุดๆ) (ขุนพล & ศรัณยา)
2.ฤทัยลวง (ร้ายเจ้าเล่ห์) (กวินกิตต์ & พรปวีณ์)
3.บ่วงรักบอสร้าย (ร้ายและปากสุนัข) (โกเมศ & เครือวับย์)
4.กรงรักสามีแสนร้าย (ร้าย เลว โหด) (อติวิชญ์ & กันตา)
5. เกิดใหม่ ฉันไม่ขอเป็นทาสบำเรอคุณ (ใจร้ายมาก ปากแข็ง) (ภาคิน&ไอรดา)
บทนำ...
“เจ็บ...พี่ขุน ญ่าเจ็บ...พอค่ะ หยุดเถอะค่ะ ได้โปรด” เธออ้อนวอนพลางสะอื้นฮัก
“หลินเจ็บกว่านี้ร้อยเท่า เธอต้องรับรู้ความรู้สึก ของคนที่ถูกย่ำยีโดยคนที่ตัวเองไว้ใจ เธอต้องเจ็บกว่าหลินร้อยเท่าพันเท่า”
ขุนพลคำราม เสียงลมหายใจหอบพร่าของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขาจ้องมองน้ำตาของเธอด้วยสายตาว่างเปล่า มือหนาบีบคั้นร่างกายเธอจนขึ้นรอยเขียวช้ำ ทุกจังหวะที่เขาสอดประสานคือการตอกย้ำความผิดที่เธอได้ทำลงไป
ศรัณยาได้แต่กรีดร้อง และร้องขอความเมตตาจนเสียงแหบแห้ง แต่ขุนพลไม่หยุด จนกว่าไฟแค้นในใจจะเบาบางลงบ้าง แม้เขาจะรู้ดีว่า ต่อให้ทำกับเธอแรงแค่ไหน ไพลินก็ไม่มีวันฟื้นกลับคืนมาอยู่ดี
กลิ่นอโรมาและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานของ ติยะ วรรณาวัฒน์ ไม่ได้ทำให้จิตใจของศรัณยาสงบลงได้เลย หญิงสาวนั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม มองใบหน้าคมเข้มฉายแววเจ้าเล่ห์น่ากลัว
“จำไว้นะญ่า ว่าเธอไปทำงานกับมันด้วยเหตุผลอะไร ย้ำบอกตัวเองด้วยล่ะ อย่าให้ฉันต้องเตือนบ่อยๆ” เสียงทุ้มต่ำของติยะทำลายความเงียบ เขาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ ก่อนเลื่อนมันมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว “แค่เอาข้อมูลที่ฉันอยากได้ มาให้ฉัน แค่นี้เธอก็จะได้พี่สาวของเธอคืนไป รวมทั้งหนี้สินของพ่อเธอด้วย มันจะกลายเป็นศูนย์ทันที”
นัยน์ตาสั่นระริกของศรัณยาจ้องมองซองเอกสาร มือเรียวบางที่วางอยู่บนตัก บีบเข้าหากันแน่น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การขโมยข้อมูลธรรมดา มันคือการเอาชนะขุนพล โดยมีวรนุช พี่สาวผู้น่าสงสารและหนี้สินสุรเดชเป็นเดิมพัน โดยเฉพาะคนแรกที่ เธออยากให้หลุดพ้นจากความอัปยศ
“แต่พี่ขุนเป็นคนระวังตัวมากนะคะ” เธอแย้งเสียงแผ่วเบา “ถ้าเขารู้เข้า...”
“ไม่มีใครรู้ ถ้าเธอทำตามแผนที่ฉันวางไว้” ติยะลุกขึ้นยืน เดินมานั่งมุมโต๊ะข้างร่างเล็ก โน้มตัวลงมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขา ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเหมือนกำลังถูกบีบคอ “ฉันถึงได้ให้เธอไปเป็นเลขามันไง ตำแหน่งนี้แหละเหมาะสมที่สุดกับการล้วงความลับ เธอก็แค่ทำตัวเป็นเลขาผู้ซื่อสัตย์ ตักตวงความไว้ใจจากมันมาให้ได้ แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี เราวินวินทั้งคู่”
“คุณจะมั่นใจได้ยังไงล่ะว่า ฉันทำได้”
“มั่นใจสิ เพราะถ้าฉันไม่มั่นใจ ฉันไม่ให้เธอทำงานนี้แน่นอน” ติยะเป็นต่อเธอหลายขุม “เพราะฉันรู้ไงว่า ยังไงเธอก็ต้องทำให้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จ พี่สาวเธอได้ไปเจอยมบาลแน่ บ้านเธอถูกยึด ดีไม่ดีพ่อแม่เธอฆ่าตัวตายไปอีกคน ฉะนั้นเธอต้องทำให้ได้ ท่องไว้ว่า เพื่อพ่อแม่และพี่สาวเธอ”
ศรัณยาสูดลมหายใจเข้าลึก เอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบซองเอกสารนั้นมาถือไว้ สัมผัสของกระดาษสากๆ ให้ความรู้สึกหนักอึ้งราวกับก้อนหินนับร้อยตัน เธอหลับตาลงนึกถึงใบหน้าพี่สาว หนี้สินและบ้านที่กำลังจะถูกยึด
“ฉันจะทำค่ะ”
“ดีมาก” ติยะยิ้มอย่างผู้ชนะ “เธอรอคำสั่งของฉันล่ะกัน และเตรียมตัวเป็นเลขาของไอ้ขุน ล้วงความลับที่ฉันอยากได้ มาให้ฉัน ถ้าวันไหนเธอทำสำเร็จ วันนั้นแหละที่ครอบครัวเธอ จะได้สูดกลิ่นแห่งอิสรภาพ วันนั้นมาถึง เธอจะรู้ว่า กลิ่นนี้มันหอมแค่ไหน”
หญิงสาวลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องทำงาน โดยหารู้ไม่ว่าก้าวแรกที่เธอเหยียบพ้นประตู คือจุดเริ่มต้นของการดิ่งลงสู่เหวลึกไร้ก้นบึ้ง และเดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่อิสรภาพของครอบครัว แต่คือทั้งชีวิตและหัวใจของเธอกำลังจะถูกแผดเผาจนมอดไหม้ จากเปลวไฟแห่งความแค้นที่เธอจำไปจนวันตาย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ศรัณยายืนมองดูตัวเองในกระจก พรางถอนหายใจพรืดยาว วันนี้เธอต้องทำเรื่องที่ไม่คิดอยากทำ แต่เมื่อนึกถึงวรนุช พี่สาวอันเป็นที่รัก ที่ต้องตกอยู่ในอุ้งมือมารชั่วช้าอย่างติยะ ตบตีพี่สาวเธอก่อนมีความสัมพันธ์ หัวใจและร่างกายวรนุชชอกช้ำมาก เธออยากให้ผู้เป็นพี่หลุดพ้นจากความเลวร้ายนี้ และต้องการให้ครอบครัวพ้นจากหนี้สินรุงรัง โดยมีเจ้าหนี้คือติยะ ศรัณยาจึงตกปากรับคำทำงานนี้
ติยะวางแผนไว้อย่างดี เขาทำให้นวลพรรณ เลขาคนเก่าของขุนพล อยู่ในสภาพทำงานไม่ได้ เพื่อให้ศรัณยาเข้าไปทำงานแทนที่ ด้วยการสร้างอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่สนใจว่า เรื่องที่ตนทำอาจทำให้นวลพรรณถึงแก่ชีวิต เขาสนใจเพียงแค่ว่า เขี่ยเธอให้พ้นทาง ซึ่งเขาทำได้สำเร็จ เมื่อตำแหน่งงานว่าง ขุนพลย่อมเปิดรับสมัครพนักงาน
เมื่อหลายวันก่อนคือวันเริ่มแผนจัดการนวลพรรณให้พ้นหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามที่ติยะคิดไว้ทุกประการ เย็นนี้คือวันที่ศรัณยาเริ่มงานในส่วนของตน ต่อให้ไม่อยากทำ สถานการณ์บังคับให้ต้องทำ
วันนี้คือวันเริ่มแผนสอง รถแท็กซี่นำพาศรัณยามายังจุดหมาย นั่นคือผับวาเนซ่า ผับหรูที่ขุนพลกับกลุ่มเพื่อนมักมาร่วมสังสรรค์ เธอไม่เคยมาผับแห่งนี้มาก่อน แต่คนที่มาบ่อยคือติยะ เขาถึงเดาได้ว่า ขุนพลมักนั่งอยู่โต๊ะไหน โซนอะไร ศรัณยาคิดว่า ทำตามแผนติยะ มันดูจงใจเกินไป คนที่ไม่ได้เจอกันหลายปี การบังเอิญเจอคือดีที่สุด เธอเลือกนั่งอยู่โซนลอบบี้ ใกล้กับประตูเข้าตัวผับชั้นใน รอเวลาขุนพลมาสมทบกับเพื่อนสนิทอีกสามคน ศรัณยานั่งรอราวครึ่งชั่วโมง ร่างสูงใหญ่ของขุนพล ก้าวเข้ามาในผับ เธอรีบลุกทำทีเดินไปประตูบานนั้น
