บทที่ 2 เริ่มแผนการ 2

ลมหายใจขุนพลสะดุดกึก ยามเห็นใบหน้าสตรีที่เดินมาทางตน เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้ดี เธอคือรุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัย ที่ครั้งหนึ่งศรัณยามักไปไหนมาไหน กับสองสาวอดีตเพื่อนสนิท ซึ่งบ่อยครั้งที่เธอมาคณะที่เขาเรียนอยู่ ได้พูดคุยกันหลายครั้ง ก่อนจะห่างกัน กลายเป็นคนรู้จัก เจอหน้าแค่ยิ้มให้ และไม่ได้พบหน้ากันอีก หลังจากเขาเรียนจบ

เหตุผลที่ขุนพลรู้สึกเช่นนี้ มาจากความสวยของศรัณยา โดดเด่นกว่าทุกครั้ง  ราวกับเป็นสาวโตเต็มวัย สวยงาม บานสะพรั่งไม่ต่างกับกุหลาบแย้มรับอรุณ ทั้งอ่อนหวานและทรงพลังในคราวเดียวกัน เสน่ห์พุ่งเข้าจู่โจมความรู้สึกของเขาแบบทันทีทันใด หัวใจเจ้ากรรมสั่นระรัว เมื่อเห็นภาพนี้ ศรัณยายิ้มให้ตน

ใช่ว่าขุนพลคนเดียวเกิดอาการใจสั่น ศรัณยาไม่ต่างกัน อาจมากกว่าเป็นเพราะ ขุนพลครองหัวใจตนมานานหลายปี หรือนับแต่เห็นหน้าเขาครั้งแรก ความที่ตอนนั้นขุนพลเป็นหนุ่มฮอต ฐานะทางบ้านเข้าขั้นมหาเศรษฐี ส่วนเธอชนชั้นกลาง ฐานะต่ำกว่ามาก อีกทั้งขุนพลมองแต่สตรีที่มีความสวยแบบเหลียวหลัง โปรไพล์ดี เขาจึงไม่แลมองตนในสถานะอื่น นอกจากพี่น้องร่วมมหาวิทยาลัย การเจอเขาครั้งนี้ ศรัณยาตื่นเต้นมาก

“พี่ขุน” เธอเห็นว่า ขุนพลมองตน หญิงสาวจึงทักก่อน “สวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะได้เจอพี่ขุนที่นี่ เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ จำญ่าได้หรือเปล่าเอ่ย”

“อ๋อ จำได้สิ” ขุนพลรู้สึกตัว เมื่อเธอทัก “ญ่าสวยขึ้นนะ”

“แสดงว่าแต่ก่อนไม่สวย”

“ก็ไม่เชิง อาจเพราะเราไม่ได้เจอกันหลายปีด้วยมั้ง เจอกันอีกเลยเห็นความเปลี่ยนแปลง” เขาหาข้อแก้ตัว “ญ่ามาเที่ยวเหรอ มากับใครล่ะ”

“ญ่าไม่ได้มาเที่ยวค่ะ ญ่านัดเพื่อนไว้ค่ะ เพื่อนญ่าเป็นผู้ช่วยเลขาษริษัท แล้วที่นั่นเปิดรับสมัครเลขาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อค่ะ ที่นัดเจอที่นี่เพราะเพื่อนจะมาเที่ยวกับแฟนค่ะ แต่คุยไปคุยมา ญ่ารู้ว่าผู้จัดการคนนี้ชีกอ เลขาอยู่ไม่ทนสักคน ญ่าเลยบายค่ะ อดได้งานเลย” ศรัณยาทำตามแผน “คงต้องหางานที่อื่นค่ะ”

“แหม บังเอิญจัง พี่กำลังหาเลขาคนใหม่อยู่พอดี ญ่ามาทำงานกับพี่มั้ย”

“จริงหรือคะ” เธอยิ้มดีใจ ด้วยรอยยิ้มบนดวงหน้าหวาน ชักทำให้เกิดอาการสปาร์คหัวใจขุนพลขึ้นมาทันใด “แล้วเลขาคนก่อนทำไมลาออกล่ะคะ อย่าบอกนะคะว่าพี่ขุนไปเจ้าชู้ใส่เธอน่ะค่ะ”

“พี่ไม่ใช่คนเจ้าชู้นะ พี่คบเป็นคนๆ ไป พี่นวลเกิดอุบัติเหตุน่ะ ทั้งขาหักแขนหัก อาจต้องทำกายภาพอีกสักระยะด้วย พี่เลยให้พี่นวลเบรกเรื่องงานไว้ก่อน ไปรักษาตัวให้หาย แล้วถ้าอยากกลับมาทำงานอีก พี่จะให้กลับมาทำงานตามเดิม” คำตอบนี้ศรัณยารู้ แต่ก็ต้องถามเพื่อให้สมจริง

“ถ้าเผื่อพี่นวลกลับมาทำงาน ญ่าไม่โดนไล่ออกหรือคะ ญ่าไม่อยากหางานใหม่บ่อยๆ ค่ะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง คนอย่างพี่หาทางออกได้สบายๆ ว่าไง ตกลงไปทำงานกับพี่มั้ย”

“ทำสิคะ บริษัทของพี่ขุนใหญ่โตขนาดนั้น มีหรือคะที่ญ่าไม่อยากร่วมงาน เป็นบุญของญ่าด้วยซ้ำไปค่ะ” ใจหนึ่งดีใจกับการได้ทำงานกับขุนพล และแผนสำเร็จไปอีกขั้น ทว่าอีกใจรู้สึกผิดมาก กับการปั้นเรื่องเท็จ “ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของญ่าค่ะ ที่ไม่ต้องสมัครงาน แต่ได้งานแบบสุดอึ้ง”

“นี่เป็นครั้งแรกของพี่เหมือนกัน ที่รับเลขารวดเร็วปานจรวด โดยไม่ผ่านขั้นตอนของบริษัท ใช้ใจตัดสินล้วนๆ” เขาบอกเธอบ้าง “ส่วนเรื่องเงินเดือน พี่ให้สามหมื่นห้านะ พอใจมั้ย”

“โห ยิ่งกว่าพอใจอีกค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่ขุน”

“พี่ว่า พี่เลี้ยงฉลองที่ญ่าได้งานใหม่ดีมั้ย วันนี้ไอ้อัฐ ไอ้เคนและไอ้สกายมาด้วย เราก็รู้จักกันหมด”

“ค่ะพี่ขุน” ศรัณยายิ้มหวานให้ขุนพล ก่อนสองหนุ่มสาวจะพากันเดินเข้าไปในส่วนผับ สมทบกับเพื่อนสนิทขุนพลอีกสามคน ถือว่าเป็นการเปิดตัวเลขาคนใหม่ของขุนพลไปในที

สี่เดือนต่อมา

หน้าห้องทำงานของรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ และมีโรงงานผลิตท่อเหล็กที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ รวมถึงกิจการอีกหลายอย่างในมือ ศรัณยาทำงานขะมักเขม้นมาก เนื่องจากงานนี้ต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้ แม้รีบเร่งเธอกลับทำงานอย่างรอบคอบ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด การเซ็นสัญญาร่วมทุนครั้งใหญ่คงล่ม ซึ่งเธออาจถูกตำหนิได้

“สวัสดีค่ะพี่ญ่า” ศรัณยาเงยหน้ามองคนทัก เธอยิ้มให้ไพลิน คู่หมั้นเจ้านาย แม้หัวใจเจ็บทุกครั้งที่เจอไพลิน ยอมรับว่าอิจฉาที่อีกฝ่ายได้หัวใจขุนพลไปครอง เรื่องนี้ศรัณยารู้ในวันทำทีไปเจอขุนพลที่ผับ หญิงสาวเก็บซ่อนความรู้สึกไว้เต็มกำลัง ใบหน้าระบายยิ้ม ทว่าหัวใจชอกช้ำมาก ซ้ำร้ายหัวใจเจ้ากรรมกลับไม่ถอนใจจากขุนพล ยังรักมั่นมิเสื่อมคลาย

“สวัสดีค่ะน้องหลิน”

“หลินซื้อขนมมาฝากพี่ญ่าด้วยค่ะ พี่ขุนบอกว่า ครั้งก่อนพี่ญ่าบอกว่าอร่อย” ไพลินวางถุงเบเกอรี่เจ้าโปรด ที่เธอมักไปอุดหนุนบ่อยๆ ลงบนโต๊ะ

“ขอบคุณมากค่ะ”

“เดี๋ยวหลินค่อยเข้าไปหาพี่ขุน ขอเอาเค้กไปใส่จานให้พี่ขุนก่อน พี่ขุนจะได้กินง่ายๆ”

“พี่ไปทำให้ดีกว่าค่ะ จะได้ไปเตรียมเครื่องดื่มให้พี่ขุนกับน้องหลินด้วยค่ะ”

“งั้นฝากด้วยนะคะพี่ญ่า” ศรัณยายิ้มให้สาวนิสัยดี ก่อนถือถุงขนมไปจัดใส่จาน และนำมาให้ทั้งสองในห้องทำงาน

ขุนพลมองเลขาหน้าหวานเดินถือถาดของว่าง มาวางบนโต๊ะรับแขก เวลาเดียวกันอรรณพกับอติวิชญ์สองเพื่อนสนิทขุนพลเดินเข้ามา ศรัณยายกมือไว้ทั้งสอง เดินออกจากห้องเพื่อไปนำเครื่องดื่มมารับรอง

“สวัสดีค่ะพี่อัฐ พี่สกาย” ไพลินยกมือไหว้เพื่อนขุนพล

“สวัสดีครับคนสวย” อติวิชญ์ทักกลับ “วันนี้พี่กะว่าจะมาชวนไอ้ขุนไปเที่ยวซะหน่อย พี่คงอดแล้วล่ะ มันคงมีนัดกับหลิน”

“เราไม่ได้นัดกันไปไหนคะ หลินแค่เอาขนมมาให้พี่ขุนค่ะ ก็จะกลับแล้ว เพราะหลินมีนัดกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” ไพลินสาวสวยลูกสาวคนเล็กของนายแพทย์สุรพลกับวาสนา ตอบด้วยรอยยิ้ม

“ทำไมไม่โทรมานัดก่อนล่ะ เผื่อฉันนัดกับหลินไว้จะได้ไม่เสียเที่ยว”

“ไม่เสียเที่ยวหรอก แกไม่ว่าง ฉันก็ชวนญ่าไปแทน” อรรณพตอบ มองหน้าขุนพลที่มองกลับ สองเพื่อนรักรู้สายตาซึ่งกันและกันดี เพียงแค่ไม่พูดออกมา “ว่าแต่ วันนี้ญ่าว่างใช่มั้ย”

ศรัณยาทำหน้างง อาจเพราะเธอเพิ่งเข้ามาในห้อง ไม่รู้เรื่องที่คุยกัน

“เราคุยกันน่ะว่า ถ้าไอ้ขุนไม่ว่างไปเที่ยวผับกับฉันสองคน ไอ้อัฐจะชวนญ่าไปเที่ยวผับน่ะ อัฐเลยถามญ่าไงว่า ญ่าว่างใช่มั้ย”

ศรัญยายิ้มหวานให้สองหนุ่ม

“ญ่าไม่ว่างค่ะ ญ่าต้องทำงานให้เสร็จ พรุ่งนี้มีการเซ็นสัญญาร่วมทุนค่ะ เอกสารเป็นภาษาอังกฤษด้วย ญ่าเลยต้องตรวจทานหลายๆ รอบค่ะ ให้มั่นใจว่าถูกต้องเรียบร้อย” เธอบอกเหตุผลของการปฏิเสธ ขุนพลหยิบตักเค้กกิน ใบหน้ายิ้มนิดๆ กับคำตอบน่าฟัง

“โห เลขาแกนี่ทำงานดีมากๆ ดีแบบนี้อยากได้ไปเป็นเลขาฉันซะแล้วสิ” อรรณพแกล้งพูด “ขอญ่าไปเป็นเลขาฉันสักเดือนได้ป่ะวะไอ้ขุน”

“ไม่ได้โว้ย เลขาทำงานเก่งๆ แบบนี้หายาก อีกอย่างฉันไว้ใจญ่ามากด้วย ไม่ให้ใครง่ายๆ แน่” ขุนพลปฏิเสธทันที ศรัณยาถึงกับสะอึก นิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ฝืนความรู้สึกกับคำว่า ฉันไว้ใจญ่ามาก ยิ่งเขาพูดประโยคนี้มากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป