บทที่ 3 ซ่อนหัวใจ 1

“ญ่าขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” เธอฝืนยิ้ม หมุนตัวเดินออกจากห้อง ทันทีที่ศรัณยาหันหลังให้ทั้งสี่ รอยยิ้มหุบลง ดวงหน้าหมองเศร้าทันที

“พี่ญ่าสวยนะคะ โดยเฉพาะเวลายิ้ม” ไพลินชื่นชมจากใจ

“ใช่พี่เห็นด้วย ใครได้เป็นแฟน หลงตายแน่” อรรณพพูดต่อ “หรือว่าพี่จะจีบญ่าดีล่ะ นายว่าดีมั้ยไอ้ขุน”

“ก็แล้วแต่นายสิ อยากจีบก็จีบ ฉันไม่ได้เดือนร้อนนี่ ขออย่างเดียวล่ะกัน อย่าชวนญ่าไปไหนจนเสียงานก็พอ”

“แหม เจ้านายอนุญาตแบบนี้ ฉันคงต้องลงมือจีบญ่าซะแล้ว” อรรณพพูดยิ้มๆ

อติวิชญ์เห็นความไม่พอใจในแววตาขุนพล เขาจึงเปลี่ยนเรื่องพูดคุย ไม่ต้องการให้ขุนพลระเบิดความรู้สึกแท้จริงออกมา และเกรงใจความรู้สึกไพลิน คู่หมั้นนิสัยดีของขุนพล ซึ่งอรรณพหยุดกวนประสาทเจ้าของสถานที่ ให้ความร่วมมืออติวิชญ์ คุยเรื่องอื่น

ผับเลอบลองค์

กวินกิตต์มาสมทบกับกลุ่มเพื่อนในเวลาเกือบหนึ่งทุ่มครึ่ง มาถึงเพื่อนทั้งสามคน ขุนพล อติวิชญ์และอรรณพนั่งดื่มไปหลายแก้วพอนั่งลงปุ๊บ เขาถามขุนพลเรื่องงานประมูล

“อีกห้าวันถึงวันประมูลแล้ว ฉันว่านายชนะอีกตามเคย”

“ฉันก็คิดเหมือนไอ้เคน คนยื่นซองประมูลไม่มีใครสู้นายได้สักคน รวมทั้งไอ้ยะด้วย” อรรณพเห็นด้วย

“โอ๊ย!...ไอ้ยะจะสู้อะไรใครได้วะ มันดีแต่เกาะบารมีพ่อมัน ถ้ามันทำอะไรเอง ไม่มีทางได้งานอะไรสักงาน งานนี้ก็เหมือนกัน ได้ข่าวมาว่า พ่อมันไม่ช่วยนะ พ่อมันอยากให้มันเก่งด้วยตัวเอง ได้ถือว่ามันมีความสามารถ แต่ถ้าไม่ได้ พ่อมันคงติวเข้มไอ้ยะต่อไป หรือไม่ก็ให้พี่ยุทธดูแลกิจการคนเดียว” อติวิชญ์รู้ธาตุแท้ติยะหรือยะ อดีตเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย คู่อริตลอดกาลของขุนพล ที่ผิดใจกันเรื่องผู้หญิง

“จริง หน้าอย่างมันไม่มีวันทำอะไรสำเร็จได้ด้วยตัวเอง พ่อมันก็คงเอือมเหมือนกันแหละ แต่ให้โอกาสเพราะมันคือลูก” กวินกิตต์รู้เรื่องนี้เช่นกัน

“ฉันไม่เคยกลัวมันนะ งานนี้ก็เหมือนกัน ฉันมั่นใจว่าฉันชนะแน่นอน” ขุนพลมั่นใจมาก สายข่าวของเขารายงานว่า ติยะไม่ได้สนใจงานนี้สักเท่าไหร่ ทำงานราวกับอยากให้มันจบงานไป

“จริงหรือเปล่าที่พ่อนายบอกว่า ถ้างานนี้จบ จะหาฤกษ์แต่งงานให้นายกับหลิน” กวินกิตต์วกมาเรื่องนี้ ขุนพลยังไม่ตอบ เขาดื่มเหล้าทีเดียวหมดแก้ว

“อืม” ตอบสั้นๆ ในลำคอ

“หน้าตานายเหมือนไม่อยากแต่งงานนะ” ขุนพลมองหน้าคนถามคือกวินกิตต์ “นายไม่บอกคุณพ่อคุณแม่ไปตรงๆ ล่ะว่า ไม่ได้รักหลิน ไม่อยากแต่งงานกับหลิน แต่ที่ตกปากรับคำเพราะเห็นแก่คุณพ่อกับคุณแม่ นายทำแบบนี้ถ้าแต่งงานไปแล้วหลินรู้ว่า นายไม่อยากได้หลินเป็นเมีย หลินจะเสียใจเอานะ”

“รักใครชอบใครก็บอกไปเลยสิวะ ปากหนักทำไม ยิ่งทำร้ายหลินด้วย” อติวิชญ์เหมือนรู้ใจขุนพล แต่ไม่พูดตรงๆ “อย่างฉันน่ะ ฉันไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก ไม่อยากได้เป็นเมียเด็ดขาด ถูกบังคับให้แต่งงาน สู้อยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตดีกว่า อีกอย่างสมัยนี้มันหมดยุคคลุมถุงชนแล้วด้วย”

“หลินเป็นคนดีมาก ดีและน่ารักจนฉันพูดไม่ออก บางทีฉันก็คิดนะว่า แต่งงานกันไปฉันคงรักหลินได้เอง” ขุนพลหนักใจ แต่สุดท้ายเขาเลือกแต่งงานกับไพลิน อีกทั้งงานหมั้นระหว่างตนกับไพลิน เกิดขึ้นก่อนเจอศรัณยาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ หากตนเจอศรัณยาก่อน บางทีงานหมั้นอาจไม่เกิดขึ้น

“ถ้านายคิดว่ารักหลินได้ นายคงรักไปนานแล้วล่ะ หมั้นกันมาเกือบห้าเดือนแล้วนี่ ไหนจะรู้จักหลินก่อนหน้านี้อีกล่ะ มันก็ต้องมีเอนเอียงบ้างแหละ แต่กับอีกคนนายกลับชอบง่ายๆ ภายในคืนเดียว ฉันเลยมั่นใจว่า นายไม่มีวันรักหลิน” กวินกิตต์ อรรณพและอติวิชญ์รู้ดีว่า ใจขุนพลอยู่ที่ใด “แต่งงานไป ใช่ว่านายทำร้ายหลินคนเดียวนะ ตัวนายเองก็จะทรมานใจด้วย คิดๆ ดีนะไอ้ขุน เพราะแต่งงานไปแล้ว นายก็ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของหลิน เพราะหลินรักนายมาก”

“นี่แหละที่ฉันตัดสินใจแต่งงานกับหลิน ฉันไม่กล้าทำร้ายจิตใจหลิน เธอเป็นคนดีมากๆ ฉันก็ต้องยอมรับในเรื่องที่ตัดสินใจ” ขุนพลพูดจบ ดื่มเหล้าไปอีกหนึ่งแก้ว สีหน้าหนักใจ ทว่าใจไม่ได้กระหวัดถึงไพลิน แต่ไปอยู่กับอีกคน

“ไม่รู้ตอนนี้ญ่ากลับบ้านหรือยัง ทำงานหนักขนาดนี้ กลับบ้านเองเหนื่อยแย่ ฉันโทรไปหาญ่าดีกว่า” อรรณพพูดราวกับสื่ออะไรบางอย่างให้ขุนพลรู้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป