บทที่ 4 ซ่อนหัวใจ 2
“มึงมีเบอร์ญ่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมกูไม่รู้” ขุนพลเริ่มขึ้นเสียงใส่เพื่อนจอมกวน
“กูมีสองเดือนแล้วมั้ง กูขอญ่าไว้เองแหละ เผื่อโทรตามตัวมึงไมได้ กูจะได้โทรหาญ่า” ตอบไปโทรหาศรัณยาไป ก่อนพูดสายไม่กี่ประโยค “โห ญ่ายังทำงานอยู่เลย ฉันกะว่าจะไปรับญ่าสักหน่อย กลับบ้านดึกๆ อันตราย”
“ไม่ต้อง เลขากู กูพากลับบ้านเองได้” ขุนพลรีบพูด
“อะไรวะ พูดแค่นี้ทำไมต้องโมโหด้วย หรือว่า...โธ่โว้ยไอ้ปากแข็ง” อรรณพหน้ายิ้ม “มึงอย่าหวงก้าง มึงจะแต่งงานแล้วนะ หมดสิทธิ์โว้ย”
“เตะปากมึงดีมั้ย กวนตีนกูอยู่ได้” ขุนพลเสียงเข้ม ประกาศต่อหน้าเพื่อน “ถึงกูแต่งงาน มึงก็ไม่ต้องมายุ่งกับเลขากู”
“แล้วมึงจะไปไหน” กวินกิตต์ถามขุนพลที่ลุกขึ้นยืน
“ไปรับญ่าน่ะสิ”
“เหอะ ไอ้ปากแข็ง” อรรณพอดพูดไม่ได้ “มึงรีบไปเลยไป เห็นหน้าแล้วหงุดหงิด...ขัดใจ”
ขุนพลไม่สนใจคำพูดเพื่อน ตอนนี้หัวใจพุ่งไปอยู่กับศรัณยา เลขาหน้าหวานที่ไม่อยากเชื่อตัวเองว่า แอบพอใจศรัณยา รุ่นน้องร่วมมหาลัย ตอนนั้นเฉยๆ กับเธอ แต่พอมาตอนที่เธอเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขา เมื่อสี่เดือนก่อน ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
สามทุ่มสิบนาที
ศรัณยาพ่นลมหายใจโล่งอก หลังจากตรวจสัญญาครั้งสุดท้ายเสร็จ มั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอน เธอเริ่มเก็บโต๊ะเพื่อเตรียมตัว กลับบ้าน ขณะทำงานท้องเธอร้องประท้วงจากความหิว จึงตั้งใจว่าจะไปกินบะหมี่เกี๊ยวข้างบริษัทก่อนกลับบ้าน หญิงสาวเอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าสะพาย
“ญ่า” เสียงเรียกดึงความสนใจศรัณยา เธอหันไปมองต้นเสียง
“พี่ขุนลืมอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้มาตอนนี้”
“ไม่ได้ลืมอะไร แค่มารับญ่าน่ะ ตอนอยู่ในผับ ไอ้อัฐโทรหาญ่า แล้วบอกว่าญ่ายังไม่กลับ” เขาตอบ “พี่ไม่อยากให้พวกมันพูดว่า พี่เป็นเจ้านายใจร้าย ใช้งานญ่าหนักจนกลับบ้านดึกดื่น พี่เลยมารับญ่าน่ะ”
ศรัณยายิ้ม ใจลึกๆ ดีใจที่ขุนพลเป็นห่วงตน ทว่าอีกใจหมองเศร้า เพราะการเข้ามาทำงานกับเขา มีบางอย่างซ่อนเร้น
“เกรงใจพี่ขุนค่ะ ญ่านั่งแท็กซี่กลับเองได้ค่ะ”
“พี่มาอยู่ตรงหน้าญ่าแล้ว คิดเหรอว่า พี่จะปล่อยให้ญ่ากลับแท็กซี่”
“ญ่าหิวด้วยค่ะ กะว่าจะกินบะหมี่เกี๊ยวข้างบริษัทก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน”
“งั้นพี่กินด้วย ตอนเย็นยังไม่ได้กินข้าวเลย ถูกมันสองตัวลากไปผับ เรากินเสร็จพี่ไปส่งบ้านนะ” ขุนพลไล่ต้อนเลขาสาว “ไปกันเถอะ พี่หิวมากๆ เลย”
“พี่ขุนกินอาหารข้างทางได้หรือคะ”
“เอ้า พี่ก็คนนะ ทำไมถึงคิดว่า พี่กินอาหารข้างทางไม่ได้”
“คนรวยๆ มักไม่ค่อยกินไงคะ”
“ตอนอยู่มหาลัย พี่ไปกินอาหารร้านป้าจุ๋มบ่อยๆ แล้วทำไมตอนนี้พี่จะกินไม่ได้ล่ะ พี่ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างนะ ญ่าก็น่าจะรู้นี่” ขุนพลมีคำตอบให้ทุกคำถาม “ไปกันเถอะ ญ่าหิวไม่ใช่เหรอ พี่ก็หิวเหมือนกัน หิวมากเดี๋ยวกินอย่างอื่นแทนบะหมี่เกี๊ยว”
ขุนพลแฝงความหมาย ที่เลขาสาวไม่คาดคิดแน่นอนว่า อย่างอื่นคืออะไร
ศรัณยาคงค้านเจ้านายไม่ได้ เธอลุกขึ้นเดินออกจากบริษัทไปพร้อมกับขุนพล และทำตามที่ว่าไว้คือ กินบะหมี่เกี๊ยว เพิ่มเติมคือไม่ได้กินคนเดียวตามตั้งใจ มีบอสหนุ่มรูปงามชวนใจสั่น นั่งร่วมโต๊ะด้วย
