บทที่ 6 ติยะ 2

“รถติดค่ะ เลยมาช้า”

“ไหนล่ะของที่ฉันต้องการ” ติยะไม่รอช้า

“แล้วฉันจะมั่นใจได้ไงว่า คุณทำตามสัญญา” เธอถามดักทาง

“ฉันเบื่อพี่สาวเธอจะแย่แล้ว มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ฉันจะส่งคืนกบให้เธอ แต่จะว่าไป เธอไม่มีสิทธิ์ถามฉันนะ ฉันบอกว่ายังไงก็ตามนั้นแหละ” ติยะย่อมเหนือกว่า “เอาของที่ฉันต้องการมาได้แล้ว”

“นี่ค่ะ” ไม่มีทางเลือกจริงๆ ศรัณยาหยิบแฟรชไดร์ฟยื่นให้อีกฝ่าย ที่ยื่นมือไปรับด้วยรอยยิ้มร้าย

“แน่ใจนะว่ามันเป็นไฟนอลน่ะ”

“แน่ใจค่ะ พี่ขุนเพิ่งสั่งให้ฉันทำมันเมื่อเช้านี้”

“ดีมาก” เขาไม่ได้คิดเอาสิ่งนี้กลับบ้าน เขาเปิดโน้ตบุ๊กเสียบเฟรชไดร์ฟกับตัวเครื่อง จากนั้นเปิดดูข้อมูล และถ่ายโอนข้อมูลนี้ลงเครื่อง ส่งเข้าเมล์ตัวเองเพื่อความมั่นใจว่า มันจะไม่หายไปไหน แล้วเสร็จดึงเฟรชไดร์ฟส่งคืนให้ศรัณยา “เธอทำงานดีมาก แล้วฉันจะตบรางวัลให้เธอ”

“ฉันไม่ต้องการรางวัลจากคุณ สิ่งที่ฉันต้องการคือ อิสรภาพของครอบครัวฉัน ตามที่เราตกลงกันไว้”

“เรื่องที่เธอต้องการ มันจะเกิดขึ้นในวันมะรืนนี้ หลังจากที่ฉันรู้ว่า ฉันชนะการประมูล” ติยะลุกขึ้นยืนเมื่อพูดจบ นอกจากติดหนวดเคราปลอม เขาหยิบหมวกแก็ปสวมศีรษะ ใส่แว่นตาใส กลายเป็นคนละลุค ไม่มีใครจำได้แน่นอน ก่อนเดินออกจากบ้านหลังนี้ทันที

ศรัณยาน้ำตาไหลกับการกระทำของตน แม้เธอทำงานกับขุนพลมาแค่สี่เดือน ทว่าเขาไว้ใจ เชื่อใจตนมาก อาจเพราะเคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเธอใช้ข้อนี้ให้เกิดประโยชน์ นำข้อมูลลับมาให้ติยะ คู่อริตัวฉกาจของขุนพล ทว่าเธอกลับใช้เท้าบดขยี้ความไว้ใจจนไม่เหลือชิ้นดี

ศรัณยากังวลไม่น้อยว่า หากขุนพลรู้ความจริง ตนจะได้รับโทษอย่างไร แต่ไม่ว่าโทษนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใด ศรัณยายอมรับมัน ขอแค่พี่สาวหลุดพ้นจากน้ำมือคนชั่ว ไม่เห็นคุณค่า และพันธนาการทางหนี้สิ้นจบลง

เย็นวันต่อมา

วันนี้ตลอดทั้งวัน ศรัณยาไม่มีสมาธิทำงานสักเท่าไหร่ เหม่อลอยบ่อยครั้ง พิมพ์งานผิดๆ ถูกๆ จนต้องแก้ไข ก่อนส่งงานให้ขุนพลเซ็น เธอวางมันลงบนโต๊ะ ตั้งใจหมุนตัวกลับออกไปทำงาน

“เดี๋ยวญ่า” ใจสาวเต้นแรงมาก กลัวเหลือเกินว่า ขุนพลรู้ว่าตนนำข้อมูลลับของบริษัทไปให้คู่แข่ง

“มีอะไรคะพี่ขุน” เธอทำใจดีสู้ความผิด

“เย็นนี้พี่จะไปงานเลี้ยงนะ หลินไปด้วย พี่อยากให้ญ่าไปด้วย เพราะคนในงานมีคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทหลายคน เราอาจคุยกันเรื่องงาน ญ่าจะได้จดรายละเอียดที่พี่คุย”

“ค่ะ ได้ค่ะ”

“อีกสิบนาที เราไปกันนะ พี่ต้องไปรับหลินที่บ้านก่อน จากนั้นค่อยเลยไปงาน”

“ค่ะ” ศรัณยาเดินออกจากห้องด้วยใจไม่อยู่กับตัว บางสิ่งบางอย่างบอกเธอว่า การไปงานเลี้ยงเย็นนี้ จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ซึ่งเธอไม่เข้าใจว่า รู้สึกเช่นนี้ได้อย่างไร

ทางด้านติยะ เมื่อได้ข้อมูลการประมูลงานของขุนพล เขายิ้มกริ่มกับความสำเร็จที่ไม่ต้องไขว้คว้า มันจะลอยมาตรงหน้าตน ในวันประกาศว่า ใครคือผู้ชนะ แล้ววันนั้นขุนพลต้องกระอักกับความพ่ายแพ้แน่นอน

“ถ้าพ่อรู้ว่า มึงใช้วิธีนี้ รับรองมึงหูชาแน่”

ภุชงค์เพื่อนสนิทติยะ ที่รู้แผนดีทั้งหมด เพราะเขาเป็นคนคิดแผนให้

“กูไม่กลัวหรอก พอถึงตอนนั้น พ่อด่ากูก็เท่านั้นแหละ ทำอะไรไม่ได้ เพราะกูได้งานแล้ว”

“ก็จริง”

“แต่กูไม่หยุดเอาคืนไอ้ขุนแค่นี้แน่ มันต้องเจ็บไปจนวันตาย” น้ำเสียงติยะเหี้ยมเกรียม

“มึงคิดทำอะไร”

“คู่หมั้นมันสวยนะ สวยมาก กูชักอยากได้มานอนกอด ถ่ายคลิปตอนกูอยู่บนเตียงกับคู่หมั้นมัน แล้วส่งให้มันดู มันคงกระอักจนอกแตกตายแน่”

“กูว่าแค่นี้ก็พอมั้ง คู่หมั้นมันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะ มึงจะสร้างตราบาปให้เธอทำไม” ภุชงค์กล่าวเตือนด้วยความหวังดี “แค้นใครก็ลงที่คนนั้นสิวะ คนอื่นอย่าไปยุ่ง เพราะยิ่งยุ่ง บางทีมึงอาจคุมเกมไม่ได้ มันจะยิ่งแย่นะ”

“กูอยากทำ กูเกลียดมัน กูแค้นมันด้วย เพราะมันทำให้แมวต้องตาย” เอ่ยถึงอดีตคนรัก ความแค้นพุ่งทะยาน “กูจะทำให้มันเจ็บปวด มากกว่ากูร้อยเท่า”

“เรื่องแมวน่ะ มึงก็รู้นี่นาว่า ไม่ได้เป็นความผิดของไอ้ขุนทั้งหมด มึงก็มีส่วนผิดด้วย”

“แต่มันผิดมากกว่ากู” ติยะไม่ยอมรับเสียทีเดียว ว่าต้นเหตุของเรื่องราว มีตนเป็นจุดเริ่มต้น

“แล้วมึงจะทำยังไง” ภุชงค์คร้านโต้เถียง “ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ที่มึงจะทำตามความตั้งใจ”

“ไม่ยากหรอก กูมีตัวช่วย”

“ใคร”

“ญ่าไง ไหนๆ ก็หลอกใช้งานญ่าแล้ว หลอกอีกสักครั้งก็คงไม่เป็นไร” ติยะกระตุกยิ้มกับแผนการที่ตัวเองคิดไว้ และมั่นใจว่า สำเร็จสวยงามตามตั้งใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป