บทที่ 7 ไพลิน 1

งานเลี้ยงของเหล่านักธุรกิจหลายแขนง ถูกจัดในโรงแรมหรูย่านสี่แยกราชประสงค์ แขกที่มาร่วมงานไม่ต่ำกว่าสามร้อยคน ตามฐานะทางสังคมและเชิงธุรกิจของเจ้าของงาน ขุนพลเดินเข้ามาในงานพร้อมไพลิน คู่หมั้นสาวแสนสวย ผู้เพียบพร้อมในทุกด้าน เหมาะสมกับขุนพลมาก

คนที่มาพร้อมขุนพลอีกคนคือศรัณยา เธอเดินตามหลังสองหนุ่มสาว ที่ขนานนามว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ด้วยความชอกช้ำ มองลำแขนใหญ่โอบเอวไพลิน ใจยิ่งหมองเศร้า ตามประสาคนแอบรักเขามานานหลายปี พูดได้ว่า เกิดความรู้สึกนี้ขณะเรียนร่วมมหาวิทยาลัยกับเขา ความที่เธอไม่ใช่คนระดับเดียวกันกับขุนพล อีกทั้งเลิกคบนลินีกับเบญญาวี เธอจึงไม่ได้ออกสังคมชั้นสูง จึงไม่ได้พบปะกับขุนพลบ่อยนัก

ศรัณยารู้เต็มอกว่า ความรักครั้งนี้ไม่มีวันสมหวัง ขุนพลไม่มีวันก้มมองหรือสนใจเธอแน่นอน ไม่มีวันขยับตำแหน่งที่สูงกว่า เลขา เธอจึงเป็นคนแอบรักที่ดี อยู่เงียบๆ ในที่ของตน

ไม่เพียงแค่ศรัณยามองสองหนุ่มสาว ติยะที่มาร่วมงานครั้งนี้มองไพลินเช่นกัน สายตาที่มองเปี่ยมด้วยความเสน่หา เพราะไพลินสวยงามจับใจมาก ผิวพรรณดีตามชาติตระกูล ก่อนเบนสายตามองศรัณยา เขากระตุกยิ้ม ล้วงหยิบโทรศัพท์หาใครบางคน พูดกันไม่กี่ประโยค ต่างคนต่างวางสาย ติยะละความสนใจจากไพลิน ทักทายแขกที่มาร่วมงาน

เวลาผ่านไปสี่สิบห้านาที ศรัณยาขอตัวเข้าห้องน้ำ หลังจากเธอทำธุระเสร็จ เสียงข้อความทางไลน์เด้งขึ้นมา เธอหยิบมือถือมาเปิดอ่าน สีหน้าแววตาหญิงสาวอาบความตกใจ เมื่อรู้ว่า ติยะมางานนี้ด้วย และตอนนี้ต้องการพบเธอ โดยเขารออยู่ที่ห้อง 2714 ศรัณยาไม่มีเวลาตัดสินใจว่า ไปดีหรือไม่ เพราะเธอไม่มีทางเลือก

“คุณมีเรื่องอะไร ถึงให้ฉันมาหาที่นี่ สั่งผ่านข้อความไม่ได้หรือไง” ศรัณยารีบถาม “ฉันไม่มีเวลาคุยกับคุณนานนะ พี่ขุนมางานนี้ด้วย เดี๋ยวพี่ขุนจะสงสัย”

“ถ้าสั่งทางข้อความได้ ฉันจะให้เธอมาที่นี่ทำไม ถามโง่ๆ”

“แล้วมีอะไรคะ”

“ฉันแค่อยากให้เธอ แยกไอ้ขุนกับคู่หมั้นน่ะ ให้มันอยู่คนละที่ เพราะฉันต้องการคุยอะไรกับมันนิดหน่อย” ศรัณยาหรี่ตามองคนสั่ง ไม่วางใจเขาสักนิด “เธอไม่ต้องมีคำถาม หรือทำหน้าแบบนี้ ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ”

“คุยกับพี่ขุน ทั้งที่น้องหลินอยู่ด้วยก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย”

“เรื่องที่ฉันจะคุยด้วย ให้หลินรู้ไม่ได้หรอก ถ้ารู้ล่ะก็ งานแต่งล่มแน่” ศรัณยารู้ถึงสาเหตุที่ขุนพลกับติยะบาดหมางกัน เธอจึงเข้าใจว่า เหตุใดต้องพูดคุยกันโดยไม่มีไพลิน “เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง ไม่งั้นข้อตกลงระหว่างเราเป็นอันจบ เพราะเธอทำงานไม่ลุล่วงตามฉันต้องการ”

“คุณขู่ฉันแบบนี้ ฉันไม่ยอมได้ไงล่ะ”

“รู้ตัวก็ดี รีบไปทำงานที่ฉันสั่งได้แล้ว ฉันให้เวลาเธอสิบนาที นับแต่เธอกลับเข้าไปในงาน” ติยะสั่งเสียงเข้ม “ไป ไปได้แล้ว”

ศรัณยาลุกเดินออกจากห้องพัก สีหน้าระบายความกังวลสุดฤทธิ์ ขณะเดินไปที่ลิฟต์ เธอคิดหาวิธีแนบเนียน ในการแยกตัวขุนพลกับไพลิน

ศรัณยากลับเข้ามาในงาน หลังจากหายไปเกือบยี่สิบนาที พอเดินมาหาขุนพลกับไพลินที่นั่งอยู่โซนวีไอพี เธอขอโทษขอโพยขุนพลที่ไปห้องน้ำนาน เนื่องจากปวดท้องหนัก

“พี่ขุนคะ เมื่อกี้ญ่าเห็นคุณอเนกค่ะ นั่งอยู่ด้านนั้นค่ะ พี่ขุนไปทักคุณอเนกดีมั้ยคะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คุณอเนกมาหาพี่ขุนที่บริษัท แต่ไม่เจอเพราะไม่ได้นัดไว้ พี่ขุนได้แค่โทรไปขอโทษ วันนี้เจอตัว ไปทักเขาหน่อยดีกว่าค่ะ” โชคดีที่หญิงสาวหาข้ออ้างได้

“ไปสิ” ขุนพลตอบกลับทันใด “หลินไปกับพี่มั้ยครับ”

“พี่ขุนคะ ญ่าว่าอย่าพาน้องหลินไปเลยค่ะ โต๊ะที่คุณอเนกนั่งอยู่ มีแต่พวกเฒ่าหัวงู ถ้าเกิดพวกเขามองน้องหลินจนเกินงาม ญ่ากลัวว่าพี่ขุนจะคุมตัวเองไม่อยู่ค่ะ” ศรัณยาหาเหตุผลที่ขุนพลคงไม่ค้าน

“ถ้าเป็นตามที่พี่ญ่าว่ามา หลินนั่งรอตรงนี้ดีกว่าค่ะ หลินไม่ชอบสายตาแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”

“งั้นน้องหลินนั่งรอพี่ตรงนี้นะครับ พี่ไปไม่นาน”

“ค่ะพี่ขุน” ไพลินรับคำ มองคนรักที่เดินห่างโต๊ะไป ไม่นานเธอหยิบมือถือคุยกับเพื่อนสนิท ระหว่างรอขุนพลกลับมาที่โต๊ะ

คล้อยหลังขุนพลกับศรัณยาลุกไปไม่นาน พนักงานโรงแรมเดินถือถาดเครื่องดื่ม มาหยุดใกล้ไพลิน เขาวาวแก้วน้ำส้มตรงหน้าหญิงสาวนิสัยดี

“คุณขุนพลสั่งให้คุณครับ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ไพลินไม่เอะใจ หญิงสาวใสซื่อเกินไป และไม่คิดว่ามีใครคิดร้ายกับตน เธอจึงยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มไปสี่ห้าอึก ก่อนวางมันลงตามเดิม จากนั้นสนใจมือถือต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป