บทที่ 9 วันวิปโยค 1
สายวันต่อมา
ตัวแทนจากหลายบริษัท ทยอยนำซองประมูลมาให้กับเจ้าหน้าที่ งานครั้งนี้มีบริษัทยื่นประมูลเจ็ดแห่ง โดดเด่นที่สุดและคิดว่า มีโอกาสชนะคือ บริษัทของขุนพล ซึ่งวันนี้ขุนพลมาด้วยตัวเอง และนั่นทำให้เขาเผชิญหน้ากับติยะ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“สวัสดีขุน” ติยะเข้ามาทักด้วยท่าทางสุดกวน “เลขามึงสวยดีนี่ ขอได้ป่ะ”
“มึงอย่ายุ่งกับญ่า แล้วญ่าไม่ใช่สิ่งของที่มึงจะของ่ายๆ” ขุนพลออกแนวหวง นำร่างมาบังกายศรัณยา ราวกับว่า ไม่อยากให้ติยะมอง
“กูไม่เอาหรอกเลขามึงนะ เพราะกูได้อย่างอื่นแล้ว สด สวยกว่าด้วย” ขุนพลชักสีหน้าสงสัย กับคำพูดแปร่งหู คล้ายมีลับลมคมใน
“มึงพูดอะไรของมึง”
“ไม่รู้สิ พูดไปเรื่อย” ติยะกวนกลับ “กูไปก่อนนะ เจอกันตอนผลออก”
ติยะเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ต่างกับขุนพล ใจเขาผิดแปลกพิกล อธิบายไม่ถูกว่า ใจเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่เพียงแค่ขุนพล ที่ติดใจคำพูดติยะ ศรัณยารู้ความเลว ความชั่วของติยะดี รับรู้ได้ว่า ติยะมีแผนชั่วที่อาจลงมือแล้ว หรือยังไม่ลงมือ ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้ ส่งผลให้เธอเริ่มใจหวาดหวั่นว่า หากงานสำเร็จตามติยะต้องการ อีกฝ่ายจะรักษาสัญญาตามข้อตกลงหรือไม่
11.05 น.
สายน้ำจากฝักบัวไหลต่อเนื่อง กระทบกับร่างแน่งน้อยสวมชุดราตรียาว ชุดเดิมที่ไพลินใส่เมื่อวานนี้ เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้ตัวโยน ความเสียใจถาโถมจิตใจดวงน้อยแสนอ่อนไหว มือเล็กถูไปตามเนื้อตัวจนแดงเถือก เธอปล่อยเสียงโหดังลั่น เมื่อสมองย้อนนึกถึง ช่วงเช้าที่ลืมตาตื่น
มันยิ่งกว่าฝันร้าย ไพลินรู้สึกราวกับว่า ตนถูกผลักลงไปในนรก ขุมลึกที่สุด ไม่อาจดึงตัวเองขึ้นมาได้ เป็นความทรงจำแสนเลวร้าย มันติดอยู่ในสมอง ลึกเข้าสู่ห้วงความทรงจำ ปักหลักแน่นหนามาก
“ว่าไงจ้ะเมียจ๋า เมื่อคืนเราสนุกกันมากเลยนะ ดูเนื้อตัวเมียสิ ผัวดูดเป็นจ้ำตั้งหลายรอย โดยเฉพาะตรงนมสองเต้า ผัวนี่ดูดมันไปเลย” ไพลินช็อก กับสภาพตัวเอง ก้มมองไปใจเต้นแรงไป ยิ่งเห็นรอยดังกล่าว ประสาทเธอสั่นหนักมาก น้ำตาแห่งความเสียใจหลั่งไหลเป็นสาย ราวกับถูกเทใส่ตัว
เธอถูกใครไม่รู้ข่มขืน...มันย่ำยีโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ไม่จริง...ฮือ” ไพลินอยากคิดว่า มันเป็นเรื่องโกหก ทว่าหลักฐานที่อีกฝ่ายยื่นให้ดู เรียกอาการช็อคเพิ่มหลายระดับ
“นี่ไง ฉันถ่ายคลิปไว้ด้วยนะ สนุกสุดๆ ไปเลย ฉันเอาเธอตั้งสองรอบ แตกในด้วยนะ” ติยะพูดหน้าระรื่น “ฉันกะว่า ฉันจะส่งให้ไอ้ขุนดู ฉันจะบอกมันด้วยนะว่า คู่หมั้นมันนะ สดซิงและสวยมาก ฉันอดใจไม่ไหว เอาไปสองรอบ”
“กรี๊ด!” ไพลินไม่มีคำเอ่ย นอกจากส่งเสียงกรีดร้อง ร้าวราน เจ็บปวดใจเหลือเกิน เสียใจและขยะแขยงตัวเองเป็นที่สุด
“หยุดแหกปากเดี๋ยวนี้ รำคาญ” ติยะตวาด ทว่าไพลินไม่หยุด “เออ อยากร้องก็ร้องป กูไม่สนใจมึงหรอก กูเอามึงแล้ว และจำไว้ด้วยว่า ถ้ามึงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ โดยเฉพาะไอ้ขุน กูเรียกมึงมาเอา มึงก็ต้องมา ถ้ามึงขัดคำสั่งกูแม้แต่ครั้งเดียว ครอบครัวมึงกับไอ้ขุน ได้อายแทรกแผ่นดินหนีแน่”
ติยะลุกเดินออกจากห้องเมื่อพูดจบ ไพลินร้องไห้แล้วร้องไห้อีก เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ไม่รู้ด้วยว่าชายคนนั้นเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ เขาคงรู้จักครอบครัวเธอกับขุนพล หญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้า แบกร่างกายและหัวใจเจ็บช้ำกลับบ้าน มาถึงบ้านสิ่งแรกที่ทำคือ ชะล้างความสกปรกจากน้ำมือชายแปลกหน้า
“ฮือ...พี่ขุน...หลินสกปรก ฮือ...ฮือ” คำพูดติยะวนเวียนในหัว ไพลินรับตัวเองไม่ได้แน่นอน หากตนต้องเป็นนางบำเรอชายคนนั้น กลับกันหากไม่ทำ ทุกคนคงรู้ความจริงอันน่าอัปยศอดสู
ไพลิน หญิงสาวผู้มีจิตใจอ่อนโยนและบริสุทธิ์ เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดร้ายหรือเอ่ยปากบริภาษใคร ทว่าวันนี้กลับต้องเผชิญกับพายุโหมกระหน่ำ ทำลายยับยั้งจนเกินกว่าใจจะรับไหว ทุกความรู้สึกถาโถมเข้ามามันเลวร้าย เสียจนเธอไม่อาจทนแบกรับได้อีก ไม่แม้เพียงเสี้ยวนาทีเดียว
เมื่อมองไปทางใดก็เจอเพียงทางตัน หญิงสาวจึงตัดสินใจเลือกหนทางสุดท้าย ที่จะพาตัวเองหลีกหนีไปจากโลกอันโหดร้ายใบนี้ โลกที่ไม่มีพื้นที่เหลือให้เธอมีลมหายใจอยู่อย่างภาคภูมิ และมีความสุข
