บทที่ 6 ออกไปซะ
พาขวัญเดินออกจากห้องครัวด้วยใบหน้าที่หมองเศร้าลงทันตา ครั้นจะเดินเข้าไปคุยก็มีแต่คนมองเธอด้วยสายตารังเกียจ จนต้องตัดสินใจเดินขึ้นกลับไปที่ห้องอย่างเดิม
เสียงถอนหายใจดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง หญิงสาวเดินมาอยู่ที่หน้าต่างพลางส่งสายตามองไปที่สนามข้างล่าง คิดเรื่องต่างๆ มากมายจนหัวหมุน นี่ขนาดมาแค่วันแรกเธอยังไม่มีความสุขกับที่นี่เลยสักนิด ไม่รู้ว่าจะทนได้กี่วันกัน ?
หญิงสาวเดินมานั่งที่ปลายเตียงก่อนจะเอื้อมหยิบรูปของมารดาขึ้นมา มองด้วยความคิดถึง มองด้วยความผูกพัน
“แม่คะ จีนไม่มีความสุขเลย” น้ำเสียงหวานปนเศร้าเอ่ยออกมา มือเรียวลูบไปตามภาพในกรอบนั้นราวกับคนคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ตรงหน้าเธอ
ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น พาขวัญวางรูปไว้ที่เดิมก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตูพร้อมเปิดออก สายตาของสายแก้วจ้องมองเธออย่างไม่เป็นมิตรเช่นเดิม
“ได้เวลาทานอาหารมื้อเย็นแล้วค่ะ คุณผู้ชายเรียกค่ะ” น้ำเสียงของ สายแก้วดูพูดด้วยความไม่เต็มใจ เธอกำลังจะอ้าปากพูดขอบคุณเจ้าตัวก็เดินเชิดจากไปเสียแล้ว หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับเดินออกจากห้องมา ทั้งที่ใจยังคงสั่นกลัวกับเรื่องบางอย่าง
สองเท้าก้าวลงจากบันไดพลางมองสายแก้วและแมนที่กำลังแขวะกันอยู่หน้าบันไดด้านล่างก็อดที่จะยิ้มออกมาอย่างสนุกไม่ได้
“ไอ้แมน! แกว่าฉันเหรอ!” เสียงใสของสายแก้วดังขึ้นพร้อมยกมือขึ้นเท้าเอว สายตาจิกมองแมนด้วยความโกรธแทบไปฟืนเป็นไฟ
“ก็มันเรื่องจริงนิ หลงตัวเองว่าคุณเพลิงแอบชอบ โธ่ๆๆ ขนาดฉันยังไม่อยากอยู่ใกล้แกเลยนางสายแก้ว!” เสียงพูดติดตลกของแมนดังขึ้นก่อนจะรีบวิ่งหนีโดยเร็วมากที่สุด พาขวัญเดินลงมาข้างล่างแต่ทว่าสายแก้วนั้นกลับเชิดหน้าเดินหนีเธอไปทางอื่น
โต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาวสำหรับนั่งสิบคนเป็นอย่างต่ำ ผ้าปูโต๊ะสีขาวดูสะอาดตา พร้อมกับอาหารหลายอย่างที่ถูกเรียงรายเอาไว้ พาขวัญเดินเข้าไปข้างในห้องทานอาหาร หญิงสาวมองจิรัฎฐ์ที่นั่งอยู่ข้างหม่อมหลวง- ณรงค์ฤทธิ์ สองเท้าก้าวเข้าไปอีกข้างซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม
“อ้าว! หนูจีนนั่งลงก่อนสิ” พาขวัญพยักหน้ารับพลางชำเลืองสายตามองจิรัฎฐ์ที่จ้องเธอเขม็งไม่วาง
“ขอบคุณค่ะ”
“หนูจีน พร้อมจะไปทำงานวันไหน” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้นในขณะที่สายแก้วเดินเข้ามาตักข้าวใส่ลงในจาน
“พรุ่งนี้เลยได้ไหมคะ” พาขวัญถามขึ้นเพราะว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่บ้านหลังนี้มากเท่าไหร่ แค่วันนี้ไม่กี่ชั่วโมงเธอไม่อยากที่จะอยู่แล้ว
“แล้วแต่หนูเลย”
จิรัฎฐ์มองบิดาและพาขวัญคุยกันด้วยท่าทางที่ไม่ชอบใจ แต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดออกไป ได้เพียงแต่มองผ่านทางสายตารอชำระเรื่องในคราวเดียว
“หนูจีนมาเป็นเลขาของลุงละกัน พอดีเลขาของลุงคนเก่าลาออกไป” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยขึ้น ทำให้หญิงสาวตกใจไม่น้อย
“เอ่อ...จีนว่า...ไม่เหมาะค่ะ” พาขวัญตอบพลางก้มหน้าลง เธอรู้ดีว่าเป็นแค่พนักงานใหม่ที่ยังมีประสบการณ์ไม่มาก ถ้าทำงานแบบนั้นเลยคนในบริษัทคงจะนินทาเธอกันสนุก แค่ทุกคนในบ้านก็มองเธอด้วยสายตาแบบนี้แล้ว...
“ผมว่าทานข้าวกันก่อนแล้วค่อยคุยทีหลังก็ได้นะครับ คุณพ่อ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงเข้ม พลางส่งสายตาจ้องขู่หญิงสาวตรงหน้า
หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์มองใบหน้าของบุตรชายโดยไม่พูดอะไร พลางเอื้อมมือหยิบช้อนที่วางอยู่บนจานขึ้นมาตักอาหารเข้าปาก เสียงพูดคุยบนโต๊ะจบสิ้นลงเพราะเพียงแค่คำพูดของจิรัฎฐ์
ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวด้วยสายตาที่เย็นชา ยิ่งรู้ว่าบิดาของเขาจะให้ไปทำงานในตำแหน่งเลขายิ่งโมโหและเกลียดเข้าไปใหญ่ เขาจะไม่มีวันให้พาขวัญได้ใกล้ชิดกับบิดาของเขาเป็นอันขาด !
หลังอาหารมื้อเย็นเสร็จ พาขวัญก็ขอตัวลาขึ้นห้องไปทันที ทั้งที่หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์นั้นอยากจะคุยเรื่องรายละเอียดการทำงานที่บริษัทกับเธอ แต่เธอเลือกที่จะปฏิเสธว่าค่อยคุยพร้อมเหตุผลที่อ้างว่าไม่สบาย
ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่มีเพียงแค่หญิงสาวเจ้าของร่างเล็กนั่งอยู่ที่ปลายเตียง สายตามองกรอบรูปที่อยู่ตรงหน้าเธอด้วยความท้อใจ
พาขวัญเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่ตู้ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รู้ว่าชายหนุ่มนั้นได้เปิดประตูห้องเข้ามาในห้องของเธอเรียบร้อยแล้ว
สายตาของจิรัฎฐ์สำรวจไปรอบๆ ห้องของหญิงสาว รอยยิ้มหยักยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินมานั่งที่ปลายเตียงของหญิงสาว เสียงสายน้ำดังเข้าหูของเขาก่อนที่จะหายไปทำให้รู้ว่าหญิงสาวนั้นอาบน้ำเสร็จแล้ว
ประตูถูกเปิดออก พาขวัญก้าวออกจากห้องน้ำมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวที่ปิดบังเรือนร่างงามไว้ สองเท้าก้าวยาวตรงมาพร้อมกับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นใครบางคนส่งสายตามองเธอมาจากปลายเตียง
“คุณจิรัฎฐ์ !” หญิงสาวมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกใจ พลางก้าวถอยหลังออกห่าง เพราะตอนนี้เธออยู่ในสภาพที่ล่อแหลมมากจนเกินไป
จิรัฎฐ์ยิ้มที่มุมปากพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้ามาหาพาขวัญ สายตาคมสำรวจหญิงสาวตรงหน้าที่มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวปิดบังกายของเธออยู่
“อย่าเดินเข้ามานะ !” พาขวัญพูดพลางยกมือขึ้นปิดบังหน้าอกของตัวเอง แต่สำหรับจิรัฎฐ์แล้วคำพูดของหญิงสาวไม่มีความหมายกับเขาเสียด้วยซ้ำ ชายหนุ่มยังคงเดินเข้ามาหาเรื่อยๆ จนหญิงสาวต้องเดินถอยหลัง
“กลัวเหรอ ?”
เป็นคำถามที่พาขวัญอยากจะร้องเถียงออกมาจริงๆ ถ้าเธอไม่อยู่ในสภาพแบบนี้
“คะ...คุณออกจากห้องฉันไปเลยนะคะ”
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกล้า ๆ กลัว ๆ
“ผมเป็นเจ้าของบ้าน ทำไมต้องฟังคำสั่งคุณ”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับก้าวเข้ามาหาพาขวัญ
“อย่างน้อยก็น่าจะให้เกียรติฉันบ้าง” เธอพูดพร้อมกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ใบหน้าเริ่มผ่าวร้อน ไม่รู้ว่าโกรธหรืออายกันแน่ จิรัฎฐ์ไม่พูดต่อปากกับหญิงสาวตรงหน้า ทั้งยังเดินต้อนเข้าไปใกล้มากขึ้นจนพาขวัญต้องชิดมุมขอบกำแพง
สายตาคู่หวานมองระยะห่างจากห้องน้ำเหมือนจะเตรียมวิ่งเข้าไป แต่ดูเหมือนว่าจิรัฎฐ์จะรู้ทันเสียก่อน
“ถ้าคุณวิ่งเข้าห้องน้ำไม่คิดหรือว่าผมจะตามไม่ทัน” โดนดักจนพาขวัญต้องจ้องตาคนรู้ทันที่ยืนแสยะยิ้มตรงหน้าด้วยความโกรธ
“มีอะไรก็รีบพูดมาค่ะ” พาขวัญจำต้องเอ่ยถามชายหนุ่ม ไม่อย่างงั้นเธอคงหาความปลอดภัยตัวเองได้น้อย
“ออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ !”
เป็นประโยคสั้นที่ทำให้พาขวัญถึงกับสะดุ้งขึ้นเมื่อน้ำเสียงของเขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ดวงตากลมจ้องมองหาเหตุผลที่ทำให้ชายหนุ่มเกลียดเธอ
“เพราะอะไรคะ ? ทำไมคุณถึงต้องเกลียดฉัน”
“คุณยังไม่รู้อีกหรือไง ?”
จิรัฎฐ์ถามพร้อมกับก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาว
พาขวัญก้มหน้าลงพร้อมกับส่ายหน้า ทั้งที่จริงเธอก็พอจะรู้ว่าเรื่องอะไร แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงต้องมองเธอด้วยสายตารังเกียจ
“อยากให้ผมบอกให้ไหม” จิรัฎฐ์โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูของหญิงสาว “เพราะว่าคุณคือคนที่ทำให้แม่ผมต้องตายยังไงล่ะ ! !”
“คะ...คุณหมายถึงเรื่องอะไร ?”
“อย่ามาแสร้ง คุณรู้ดีว่าเรื่องอะไร คุณรู้ทุกอย่างพาขวัญ !”
จิรัฎฐ์เอื้อมมือขึ้นมาบีบไหล่มนบางของหญิงสาวพร้อมกับเขย่าเธออย่างแรง นัยน์ตาคมวาวโรจน์จ้องมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายจนสับสนแม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่ใช่ต้นเหตุทั้งหมด แต่เธอก็มีส่วนที่ทำให้มารดาเขาจากไป
“ฉะ...ฉันเจ็บนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพลางใช้มือดันเขาออกห่าง อีกใจกลัวว่าผ้าขนหนูของเธอนั้นจะหลุด
“ทำไม ! เพราะว่าเงินใช่ไหม เธอถึงยอมย้ายมาอยู่ที่นี่ !”
เสียงเข้มตวาดดังขึ้นจนหญิงสาวถึงกับต้องสะดุ้งตกใจ ดวงตากลมสั่นระริกมองชายหนุ่มด้วยความกลัว
“คุณกำลังเข้าใจผิดนะคะ” เธอพยายามพูดอธิบาย
“บอกมาว่าผมเข้าใจผิดยังไง ในเมื่อแม่ผมเสียชีวิตเพราะว่าพ่อผมจะให้คุณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน! คุณจะให้แม่ผมเข้าใจว่ายังไง บอกมาสิพาขวัญ !”
“ฉันไม่รู้ค่ะ แต่ฉันยืนยันได้ว่าคุณลุงกับฉันไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันค่ะ ฉันนับถือคุณลุงเหมือนพ่ออีกคน...”
“หยุดพูดพล่ามสักที รักเคารพจนพ่อผมเลื่อนขั้นให้คุณขนาดนั้นหรือไง! เป็นแค่นิสิตที่เพิ่งจบใหม่ คุณคิดว่าคนอื่นจะดูไม่ออกหรือไง !”
พาขวัญมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความกลัว ดวงตากลมสีน้ำตาเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา ความเจ็บปวดแล่นเข้าที่ช่วงต้นแขนของเธอ
“คุณจิรัฎฐ์ปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ ฉันเจ็บ”
หญิงสาวร้องอ้อนวอนชายหนุ่ม
“ออกไปจากที่นี่ซะ ถ้าคุณยังไม่อยากจะต้องตกนรกทั้งเป็น!” มือแกร่งบีบเข้าที่ต้นแขนอย่างแรง พลางส่งสายตาจ้องมองหญิงสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ฉัน...ยังไม่ได้หาที่อยู่...”
“แปลว่าคุณยังไม่ยอมที่จะออกไปจากบ้านหลังนี้สินะ”
