บทที่ 8 ไม่มียอมรับ

จิรัฎฐ์ก้าวออกจากห้องเดินตรงมาเรื่อย ๆ ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปยังห้องครัว เสียงดังของสายแก้วและ พิศสมัยคุยกันพลางหยิบปอกหั่นผักไปตามประสาคนเมาส์กันสนุกปาก โดยไม่รู้ว่าคนเป็นนายนั้นยืนฟังอยู่ด้วยความขุ่นเคือง

“ป้า ๆ ฉันว่าคุณพาขวัญอะไรเนี่ย แกล้งทำเป็นใส ๆ ที่จริง คิดจ้องจะจับคุณผู้ชายอย่างแน่เลย” เสียงของสายแก้วเอ่ยดังขึ้นในขณะที่เธอเดินหยิบผักจากอีกฝั่งที่เพิ่งล้างเสร็จมาวางบนโต๊ะ

“เอ็งอย่าพูดซี้ซั้วสิ เดี๋ยวใครมาได้ยินจะถึงหูคุณท่านเอา”

พิศสมัยพูดกล่าวว่าหลานสาว

“โหป้า ! ฉันก็แค่พูดไปตามความคิดและสิ่งที่เห็น ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลย ก็ดูสิ คุณท่านเลี้ยงดีอย่างกับอีหนูซะขนาดนี้ เป็นป้าฉันรู้ว่าต้องคิดเหมือนกันนั่นแหละ” สายแก้วพูดขึ้นแสดงน้ำเสียงถึงความไม่ชอบในตัวของพาขวัญออกมาอย่างชัดเจน

“แล้วเอ็งจะพูดมาทำไมวะ รีบ ๆ ทำไปเถอะ ใกล้ได้เวลาตั้งโต๊ะแล้ว” คนเป็นป้าพูดปัดเรื่องไม่สนทนาเรื่องที่หลานสาวพูด

“ป้าจะบ่ายเบี่ยงทำไม ฉันรู้นะว่าป้าก็ไม่ชอบคุณพาขวัญอะไรนั่นเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ฉันน่ะแทบไม่อยากจะเข้าใกล้ด้วยเลย”

“เฮ้ย ! ฉันไม่ได้เกลียดคุณพาขวัญเขาหรอกนะ แต่แค่คิดว่ายังไม่อยากให้ใครมาแทนที่คุณธัญพิมลเขาน่ะ”

“มันไม่ก็ไม่ต่างกันหรอกป้า”

สายแก้วพูดพร้อมเดินไปหยิบหม้อที่แขวนอยู่ออกมา

“ต่างไม่ต่างข้าไม่รู้ แต่ข้าว่าคุณเพลิงไม่มีทางยอมแน่ๆ เอ็งน่ะทำงานได้แล้ว ไม่ต้องพูดมากประเดี๋ยวคุณท่านจะหักเงินเอา”

พิศสมัยพูดพลางส่ายหน้าให้กับความคิดของหลานสาว ถ้าคุณเพลิงมาได้ยินเข้าคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีสักเท่าไหร่

“ป้าอย่ามาขู่ฉันเลย ฉันแค่พูดความจริงที่ควรจะพูด...”

“เอ็งพูดแล้วทำอะไรได้ พูดแล้วไล่คุณพาขวัญออกได้อย่างงั้นหรือไง” คนเป็นป้าถาม

“พูดคลายความหมั่นไส้ไงป้า เมื่อวานมาวันแรกนะป้ารู้ไหม ถามหาถึงคุณท่านใหญ่เลย” สายแก้วพูดออกไปทั้งที่เรื่องนั้นอาจจะดูเกินจริง แต่ก็เป็นจริงอยู่เพราะพาขวัญถามหาถึงหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์จริง

“จริงหรือ ?”

“ใช่สิป้า ฉันเลยตอบไปว่า คุณท่านทำงานไม่ว่าง” สายแก้วตอบพร้อมกับหยิบเนื้อหมูใส่ลงที่หม้อที่มีน้ำเดือด

“แล้วเขาถามถึงคุณท่านทำไม ?” พิศสมัยถามด้วยความอยากรู้

“ฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ฉันว่าคงจะไปยั่วให้ท่าถึงที่ละมั้ง”

สายแก้วพูดตามความคิดของตนโดยไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามยืนฟัง บีบกำมือแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว

“เอาเถอะ เลิกพูดสักที เดี๋ยวอาหารเสร็จไม่ทันเอ็งกับข้าจะโดนดุเอาอีก” พิศสมัยพูดขึ้นพร้อมเดินไปหยิบจานในตู้ออกมา

“รู้แล้วจ้ะป้า” สายแก้วขานรับแล้วไม่พูดอะไรต่อ มีเพียงแต่เสียงของเครื่องครัวที่กระทบกันเท่านั้น

จิรัฎฐ์ก้าวถอยหลังออกห่างจากห้องครัวโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ใช่เพียงเขาที่มองออก แม้แต่คนใช้ในบ้านก็ต่างเอาไปนินทากันสนุกปาก เขาจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ขืนถ้ารั่วออกไปข้างนอก ชื่อเสียงของตระกูลจตุรัตน์หัสโยธินจะไม่เหลือชิ้นดี

สองเท้าก้าวยาวเดินออกมา พลางกวาดสายตาหาหญิงสาวร่างเล็กจนทั่วบ้าน ก่อนจะหยุดลงเมื่ออยู่หน้าห้องทำงานของบิดา เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของบิดา และเสียงหัวเราะของหญิงสาวดังมาจากข้างใน เขาแทบอยากจะพังประตูเข้าไปซะเดี๋ยวนี้

“จีนขอบคุณคุณลุงจริง ๆ ค่ะ”

ไม่รู้ว่าขอบคุณเรื่องอะไร แต่สมองของจิรัฎฐ์กลับคิดไปถึงเรื่องที่หญิงสาวขอเงินจากบิดาเขาอย่างทันที ครั้นที่ได้ยินคนใช้พูดในห้องครั้งก็โกรธอยู่แล้วนี่ แต่ตอนนี้เขากลับยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินเองกับหู

“พาขวัญเธอมันผู้หญิงแพศยาชัด ๆ”

ชายหนุ่มขบฟันกรามพูดด้วยน้ำเสียงเข้มต่ำ พลางกำหมัดแน่นเพื่อเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้พร้อมที่จะระเบิดลงพาขวัญได้ทุกเมื่อ

อย่าหวังว่าจะปล่อยไปง่ายๆ วันนี้เราจะได้เห็นดีกัน !

/

เสียงโหวกเหวกโวยวายของสายแก้ว และแมนทะเลาะเถียงกันดังจนเป็นปกติของทุกคนที่อยู่ในบ้าน พาขวัญเดินออกมาจากห้องทำงานของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ พร้อมกับเสียงหัวเราะพูดคุยกันสนุกจนสายแก้วที่ยืนเถียงกับแมนนั้นเห็นพอดี จึงเดินหนีเลี่ยงไปที่อื่นพร้อมมองหญิงสาวที่ยืนข้างผู้เป็นนายด้วยสายตารังเกียจ

“ลุงว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยให้เจ้าเพลิงแนะนำอีกทีจะดีกว่า เดี๋ยวลุงไปบอกเจ้าเพลิงให้”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ จีนค่อยถามพรุ่งนี้ทีเดียวเลยก็ได้” หญิงสาวตอบพร้อมกับยิ้มให้ชายผู้สูงอายุที่เปรียบเสมือนบิดาของเธออีกคน

“งั้นก็แล้วแต่หนูละกัน ไปเถอะ ได้เวลาทานข้าวแล้ว” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์พูดขึ้นพร้อมเดินนำเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร โดยที่พาขวัญเดินตามมาติด ๆ

สายตาของจิรัฎฐ์จ้องมองหญิงสาวที่เดินเข้ามาพร้อมกับบิดาด้วยความเกลียดชัง มือแกร่งบีบกำหมัดแน่น มองก่อนจะละสายตาออกไปทางอื่น

“นึกว่าจะต้องให้ไปตามเหมือนทุกครั้งเสียอีก”

ผู้เป็นบิดาเอ่ยพูดขึ้นในขณะที่นั่งลง

“วันนี้ผมว่างไม่มีงานค้างครับ”

จิรัฎฐ์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง โดยที่ปรายตามองหญิงสาวอย่างเย็นชา

“ก็ดีแล้ว”

“ครับ” เขาขานรับสั้น ๆ ในขณะที่สายแก้วเดินเข้ามาพร้อมกับตักข้าวลงบนจานทั้งสามจาน

หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ยิ้มที่มุมปากให้กับบุตรชายก่อนจะหันมายิ้มให้กับพาขวัญ ซึ่งสายตาของจิรัฎฐ์นั้นก็จ้องมองด้วยความโกรธ จากเดิมที่มีมากพอตัวอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งมากเพิ่มขึ้นไปอีก

“จริงสิเจ้าเพลิง พรุ่งนี้ยังไงก็ฝากช่วยสอนงานหนูจีนเขาหน่อยละกัน เพิ่งจะมาใหม่อาจจะช้าบ้าง”

“ครับ ผมจะสอนให้เป็นอย่างดี”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป