บทที่ 1 ดับขันธ์

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามายังตำหนักของว่าที่ ‘ราชายมราช’ ผู้เงียบขรึม ร่างใหญ่โตดันตัวขึ้นจากตั่งชูแขนสองข้างขึ้นบิดขี้เกียจพลางเปิดปากหาวหวอดอวดเขี้ยวใหญ่แหลมคมน่ากลัวดังสัตว์ร้าย

ปึก!

“โอ๊ย ติดเขาอีก!” แขนแกร่งสองข้างเบียดเขาที่อยู่เหนือศีรษะทุกครั้งที่ตนต้องบิดขี้เกียจเลยสิน่า มฤธันต์ ขยับโจงกระเบน และสังวาลเดินลงจากตั่ง ไม่นานบริวารก็วิ่งกรูเข้ามาจัดเก็บตั่งของตนให้เรียบร้อย แลหันไปล้างหน้าจากอ่างที่บริวารถือเอาไว้

“ไอ้ตัวแสบเล่า” บริวารหนุ่มก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยคำใด ก็ทำให้ตนรู้แล้วว่าเจ้าน้องชายคงกำลังเที่ยวเล่นอยู่สักที่ในนรกภูมิ เขาส่ายศีรษะไปมาอย่างระอาใจน้องตนนั้นอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่าง

“ท่านมฤธันต์ องค์ราชาเรียกหาท่านขอรับ” เพราะยังไม่มีตำแหน่งอะไร เป็นเพียงบุตรชายคนโตขององค์ราชายมราชเท่านั้น มีคนนับหน้าถือตาก็บุญหัวแล้ว มฤธันต์พยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินออกไปยังตำหนักขององค์ราชา

“ท่านพ่อ” โค้งตัวลงเล็กน้อยทักทายองค์ราชายมราชผู้น่าเกรงขาม ท่านเป็นเจ้าแห่งนรก มีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตาย แม้วิญญาณที่ตายแล้วก็ยังสามารถทำให้ตายได้อีกหลายหนเพียงคำพูดแค่คำเดียว ทว่าความน่าเกรงขามที่มีมาหลายหมื่นปี กลับต้องพังลงเมื่อมเหสีผู้เป็นดังดวงใจดับขันธ์หนีไปเสียก่อนเพราะเบื่อที่จะมีชีวิตยืนยาว อีกทั้งบุตรชายทั้งสองต่างก็โตจนใกล้จะได้รับตำแหน่งในไม่ช้านี้แล้ว

เดิมทีตนนั้นก็คิดว่าไม่เป็นไร ทว่ามเหสีที่รักจากไปเพียงไม่กี่ปีก็ทนคิดถึงไม่ไหวจะเป็นจะตาย ความน่าเกรงขามเหล่านั้นหายไปจนหมดสิ้นเหลือไว้เพียงความน่า ‘เวทนา’ ของคนรักเมียที่ทนไม่ได้ถ้าขาดเธอ ในคราวนี้องค์ราชาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะส่งมอบนรกภูมิแห่งนี้พร้อมตำแหน่ง ‘ราชายมราช’ ให้กับบุตรชายทั้งสองได้แบ่งสันปันส่วนกันดูแล จากนั้นตนก็จะดับขันธ์ตามมเหสีที่รักไป แถมยังมั่นใจเกินสามหมื่นเปอร์เซ็นต์อีกด้วยว่าตนนั้นจะไปเกิดทันมเหสีเพื่อเคียงข้างกันอีกครั้งให้จงได้

“มาแล้วหรือธัน เจ้ารันตัวแสบเล่า”

“คงเที่ยวเล่นตามประสานั่นแหละขอรับท่านพ่อ”

“เฮ้อ โตขนาดนั้น เที่ยวเล่นมากี่ร้อยปีแล้วยังไม่พอใจอีก ไม่ใช่ว่าไปแอบเกี้ยววิญญาณสาวที่ไหนหรอกนะ”

“เจ้านั่นไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อย ท่านพ่ออย่าได้กังวลไปเลย” น้องชายตัวแสบของตนมีเพียงความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น คงไม่ได้ไปเกี้ยววิญญาณสาว ๆ จริงหรอกมั้ง ไม่มีทางแน่ ๆ

“ที่ท่านพ่อเรียกลูกมา”

“อ้อ พ่อว่าจะดับขันธ์น่ะ คิดถึงเมีย” หัวคิ้วของว่าที่องค์ราชาขมวดเข้าหากันจนเกิดปม อีกแล้วหรือ ท่านพ่อร่ำร้องงอแงจะตามท่านแม่ไปอีกแล้ว

“ครั้งนี้พ่อพูดจริงนะ เตรียมพิธีไว้แล้วด้วย ดังนั้น จะยกตำแหน่งราชายมราชให้เจ้า ส่วนเจ้าก็จัดสรรแบ่งปันกับเจ้าแสบนั่นให้ลงตัวเล่า นรกเราต้องมีผู้ปกครอง”

“ท่านจะไปจริงหรือ”

“แน่สิ เจ้าไม่เคยมีเมีย คงไม่รู้จักความทรมานหรอกมั้งว่าขาดเมียแล้วจะตายมันเป็นอย่างไร” พูดไปก็น้ำตารื้นเบ้าตา ไม่คิดเลยว่ามเหสีที่รักจะทำกันได้ลงคอแบบนี้

“งั้นลูก”

“ไม่ต้องรั้ง พ่อไม่เปลี่ยนใจแน่นอน” เปล่า ไม่ได้จะรั้ง แค่จะให้คนไปตามเจ้าตัวแสบมาแบ่งปันหน้าที่กันต่างหาก นี่ท่านพ่อเข้าใจอะไรผิดหรือไม่นะ? แต่หากท่านสบายใจจะเชื่อแบบนั้น เขาก็จะรั้งหน่อยแล้วกัน ที่ไม่รั้งไม่ใช่ว่าไม่รักท่านพ่อหรอกนะ แต่เพราะตั้งแต่ท่านแม่ดับขันธ์ไปเขาก็ทราบดีว่าท่านพ่อทรมานเพราะความคิดถึงมากเพียงใด หากนี่เป็นหนทางที่ท่านเลือกแล้ว งั้นตนก็จะเคารพการตัดสินใจ เพียงแต่หากดับขันธ์ไปแล้ว ก็คล้ายตัดขาดจากกันโดยสมบูรณ์ดังนั้นแล้วหากท่านทั้งสองไปเกิดแล้วตายขึ้นมา ก็ต้องมานั่งอยู่ตรงหน้าผู้เป็นบุตรชายซึ่ง ณ เวลานั้นก็คงเป็นองค์ราชายมราชไปเสียแล้ว

น่าสงสารที่ผู้ที่มีความทรงจำเท่านั้นที่จะทรมานนั่นคือตัวเขา และบริวารในนรกแห่งนี้ แต่ก็เอาเถอะในเมื่อท่านพ่อตัดสินใจแล้ว

“ลูกจะปรับปรุงนรกแห่งนี้ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้ทันโลกมนุษย์ และเอื้อให้วิญญาณใหม่ที่ยังปรับตัวไม่ได้ ท่านพ่อ ท่านเห็นเป็นอย่างไร”

“ตามใจเจ้า ในเมื่อจากนี้ที่แห่งนี้จะไม่ใช่ของพ่อแล้ว เจ้าจะทำอะไรก็ทำเถิด” ว่าที่อดีตองค์ราชาหยัดกายลุกขึ้น เขาใหญ่ยาวบนศีรษะชี้ขึ้นด้านบนเริ่มเปลี่ยนสีจากดำสนิทเป็นน้ำตาลไหม้ และเปลี่ยนเป็นแดงเพลิง พลางเดินเข้าหาบุตรชายคนโตที่ยังยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหน้า

“เงยหน้าขึ้น” พิธีส่งมอบตำแหน่ง ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการดังที่ใครคิด เพียงแค่ได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย และมีพยานรู้เห็นก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น ดังนั้นแล้วการส่งมอบครั้งนี้จึงมีเสียงดังกังวานไปทั่วนรกภูมิ ไปทุกชั้นรวมถึงขุมที่ลึกที่สุดอย่างอเวจีมหานรก เป็นการประกาศกร้าวว่าได้ส่งมอบตำแหน่ง ‘ราชายมราช’ ให้บุตรชายคนโตแล้ว

ร่างกำยำของอดีตองค์ราชาขยายใหญ่โต ทั้งร้อน จนคล้ายกับจะระเบิด ร่างดำทะมึนเครียดเกร็ง พลางยื่นมือใหญ่มาด้านหน้าวางบนศีรษะกับเขาของบุตรชายคนโตเพื่อส่งมอบพลัง และทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมีไปยังบุตรชายที่ฝากฝังนรกภูมิแห่งนี้ให้ดูแล

“อึก” ร่างกำยำของมฤธันต์แทบระเบิดเมื่อต้องรับมวลพลังมหาศาลมาจากองค์ราชา ความร้อนเริ่มแผดเผาไปตามเส้นเลือด มวลกล้ามเนื้อ ระบบภายใน ขึ้นสู่ดวงตา ส่งผลให้ดวงตาที่เคยดำขลับลุ่มลึกแดงฉานคล้ายไฟโลกันตร์ พลังของตน และแบบเฉพาะของราชายมราชหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ร่างที่เคยกำยำอยู่แล้วยิ่งขยายใหญ่มากขึ้นไปอีก ความน่าเกรงขามแทรกซึมเข้ามาในทุกอณูรูขุมขนก่อนบีบรัด และแผ่กระจายทั่วทั้งตัว

“บัดนี้ ราชาองค์ใหม่ได้รับช่วงต่อแล้ว จงสรรเสริญ องค์ราชายมราชมฤธันต์อย่างเคารพ และบรรณาการท่านด้วยความหวาดกลัวเสีย”

เสียงอดีตราชาดังกังวานเป็นครั้งสุดท้าย เสียงสรรเสริญก้องไปทั่วนรกภูมิตั้งแต่ขุมแรกไปจนถึงขุมที่ลึกที่สุด ทั่วทั้งที่แห่งนี้รับรู้ได้แล้วว่าบัดนี้ราชาองค์ใหม่ที่จะปกครองที่นรกภูมิคือผู้ใด ร่างกายที่เคยใหญ่โตอย่างน่าเกรงขาม ไอความน่ากลัวลอยระเหยเข้าสู่ร่างกายบุตรชายผู้ซึ่งรับตำแหน่งใหม่ ส่วนร่างตนนั้นเริ่มไร้เรี่ยวแรง ผอมแห้ง และชราลงอย่างเห็นได้ชัด

“พาท่านพ่อไปที่ตั่ง” องค์ราชายมราชพระองค์ใหม่ก้าวไปด้านหน้าฉับ ๆ ค้อมตัวลงเคารพท่านพ่อหนึ่งครั้งที่ส่งมอบตำแหน่งอันหนักอึ้งนี้มาให้ ทว่าท่านพ่อจะดับขันธ์แต่น้องชายตัวแสบกลับหายตัวไปไหนเสียได้

“ท่านพ่อ อย่าเพิ่งไปนะขอรับ รอไอ้ตัวแสบก่อน” เฮ้อ ชีวิตบัดซบอะไรอย่างนี้ อดีตองค์ราชาอย่างเขาอยากจะไปแล้ว ยังต้องถูกรั้งอยู่อีกเหรอ อยากไปหาเมียแล้ว คิดถึงเมีย!

มฤธันต์เอียงหน้าเล็กน้อยขณะค้อมตัวเคารพน้อมส่งท่านพ่อสั่งสุวาน สุวรรณเลขาเสียงเข้ม

“ไปตามไอ้ตัวแสบมา ข้าจะแบ่งเขตปกครอง”

บทถัดไป