บทที่ 1 ล้มละลายคาวงเจรจา

"คุณวิชัย ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด... ทรัพย์สินและกิจการทั้งหมดสามร้อยล้านของบริษัทคุณ ถูกอายัดนับแต่วินาทีนี้!"

คำประกาศกร้าวของเจ้าหน้าที่บังคับคดีดังกึกก้อง ตัดเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะในงานฉลองสามสิบปีของบริษัทวรภักดิ์จนเงียบสงัด... ค่ำคืนที่ควรจะรุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิตของมนต์รดา พังทลายลงในพริบตา แขกเหรื่อในห้องจัดเลี้ยงต่างถอยกรูดด้วยความตกตะลึง เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพกระหน่ำยิงใส่พ่อของเธอบนเวทีอย่างไร้ความปรานี

บนเวทีนั้น วิชัยยืนตัวแข็งทื่อ

ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด มือยกกุมหน้าอกซ้ายแน่น ลมหายใจติดขัด ก่อนจะทรุดฮวบลงกระแทกพื้นเวทีต่อหน้าต่อตา!

ไมโครโฟนกลิ้งหล่นกระแทกพื้นส่งเสียงหวีดแหลม

"พ่อ!"

มนต์รดาร้องเรียกสุดเสียง ปล่อยแก้วแชมเปญร่วงแตก สองขาก้าวถลาขึ้นเวทีโดยไม่สนใจชุดราตรีที่เปื้อนไวน์ เธอทรุดตัวลงประคองพ่อแนบอก มือสั่นเทาขณะจับชีพจรที่แผ่วลงทุกที

"พ่อคะ! ได้ยินระดาไหมคะ! ลืมตามองระดาสิพ่อ!"

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงลมหายใจรวยรินและมืออันเย็นเฉียบ

"ใครก็ได้ช่วยโทรเรียกรถพยาบาลที... ขอร้องล่ะ!"

เธอร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบแห้ง แต่แขกเหรื่อที่เคยยกยอพ่อต่างพากันถอยหนี คู่ค้าที่เพิ่งชนแก้วรีบเดินออกจากงาน ไม่มีใครยื่นมือช่วยเธอแม้แต่คนเดียว

เสาหลักของครอบครัวกำลังจะล้มลงตรงหน้า... ในค่ำคืนที่ควรจะงดงามที่สุด

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในแผนกผู้ป่วยวิกฤตเย็นเยียบจนจับใจ

มนต์รดานั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เท้าเปลือยเปล่าไร้รองเท้าส้นสูงที่หลุดหายไปตั้งแต่ตอนวิ่งตามเตียงพยาบาล

หมอเพิ่งออกมาแจ้งอาการด้วยสีหน้าหนักใจ... อาการหัวใจวายกำเริบหนักจนสมองขาดออกซิเจน โอกาสรอดพ้นคืนนี้มีริบหรี่ และหากพ้นขีดอันตราย ก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ฟื้นคืนสติกลับมาอีกเลย

ในมือของมนต์รดากำสำเนาหมายศาลที่คว้ามาจากงานเลี้ยงแน่นจนยับยู่ยี่

หนี้ก้อนนี้เกิดจากพ่อไปเซ็นค้ำประกันตั๋วเงินให้โครงการเก่าเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งถูกกลุ่มทุนลึกลับกว้านซื้อหนี้เสียมาบีบบังคับคดีในค่ำคืนนี้

และที่บรรทัดล่างสุด... ชื่อของทนายความผู้รับมอบอำนาจฟ้องร้อง

ธนา

มนต์รดาขบกรามแน่น เปลวไฟแห่งความผิดหวังและเคียดแค้นปะทุขึ้นในอก

ธนา... คนที่พ่อไว้ใจเหมือนคนในครอบครัว คนที่คอยดูแลเอกสารกฎหมายทุกฉบับ และคนที่เพิ่งเดินมายกแก้วอวยพรให้เธอบนเวทีไม่กี่ชั่วโมงก่อน! เขาคือคนที่วางกับดักบีบให้ครอบครัวเธอต้องจนตรอก

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังก้องสะท้อนมาจากทางเดินอันเงียบสงัด

มนต์รดาสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมอง

ภีมก้าวตรงเข้ามา ท่วงท่าทรงอำนาจสะกดทุกสายตา เขาสวมสูทสีชาโคล คัตติ้งเนี้ยบกริบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเหมือนรูปสลัก นัยน์ตาคู่นั้นกลับลึกและเย็นเยียบ ไร้ความรู้สึก

ภีม... ประธานบริหารกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ อภิมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ คนที่ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใคร

ภีมหยุดยืนตรงหน้าเธอ สายตาคมกริบกวาดมองสภาพของมนต์รดาอย่างนิ่งเฉย ไร้ร่องรอยของความสงสาร

"เคน" ภีมเอ่ยสั่งเสียงเรียบ

เคนหยิบแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำ วางลงบนเก้าอี้ข้างตัวเธอ

"นี่คือสัญญาประนีประนอมยอมความและพักชำระหนี้สามร้อยล้านบาท" ภีมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทรงพลัง "พร้อมวงเงินห้าสิบล้านบาท เพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่ดีที่สุด และให้บริษัทเปิดทำการต่อไปได้"

มนต์รดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เธอมองแฟ้มเอกสารสลับกับใบหน้าไร้อารมณ์ของเขา

"คุณต้องการอะไร" เธอถาม ลำคอแห้งผาก "คนอย่างคุณไม่เคยช่วยใครโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน"

มุมปากของภีมยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น

"เปิดดูหน้าสุดท้าย"

มนต์รดาใช้ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบเปิดหน้ากระดาษ จนสายตาปะทะเข้ากับเอกสารแนบท้าย

บันทึกข้อตกลงการสมรสเพื่อระงับข้อพิพาท

เงื่อนไข: ฝ่ายหญิงต้องจดทะเบียนสมรสและย้ายเข้ามาพำนักร่วมกับฝ่ายชายเป็นเวลา 1 ปีเต็ม โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใด

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" มนต์รดาหยัดกายลุกขึ้นยืนทันที "พ่อฉันนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องผ่าตัด บริษัทกำลังจะถูกยึด... แล้วคุณก็ก้าวเข้ามายื่นข้อเสนอแต่งงานเพื่อบีบคั้นศักดิ์ศรีกันแบบนี้เหรอ!"

ภีมไม่สะทกสะท้าน เขาก้าวประชิดเข้ามาอีกก้าว ตัวของเขาบดบังแสงไฟจนเงาทาบทับเธอไว้ทั้งหมด

"ฉันไม่ได้มาบีบคั้น แต่ฉันมายื่นทางรอดให้เธอ มนต์รดา" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ แววตาคมกริบสะกดเธอไว้นิ่ง "เธอมีเวลาตัดสินใจแค่สิบวินาที เซ็นชื่อลงไป แล้วกลายเป็นภรรยาตามกฎหมายของฉัน แลกกับชีวิตพ่อเธอและอนาคตของบริษัท"

สายตาของเขาเย็นเยียบและเด็ดขาด

"หรือจะปฏิเสธ แล้วปล่อยให้พ่อเธอจากไปเงียบๆ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าอุปกรณ์พยุงชีพ... เธอมีสิทธิ์เลือกแค่นั้น"

มนต์รดากำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน เธอตระหนักได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการเธอด้วยความรัก เขาไม่ได้พิศวาส และไม่ได้เห็นใจ... แต่เขากำลังผูกมัดเธอไว้ด้วยทะเบียนสมรสใบนี้เพื่อเป้าหมายบางอย่าง

เธอเชิดหน้าขึ้น สบสายตากับเขาตรงหน้าอย่างไม่ยอมจำนน

"คิดว่ามีเงินมหาศาลแล้วจะบงการชีวิตใครก็ได้งั้นเหรอ..." มนต์รดาเค้นเสียงตอบ แววตาแข็งกร้าว "คุณเป็นพระเจ้าหรือไง ถึงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มากำหนดลมหายใจของคนอื่นตามใจชอบ!"

ภีมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสู้งามที่ลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เขากระตุกยิ้มบางเบาที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ปิดฉากทางถอยของเธอลงอย่างสมบูรณ์

"ไม่ใช่..."

เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมใบหูเธอ น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่ง แต่เย็นเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ฉันไม่ใช่พระเจ้า... แต่ฉันคือเจ้าหนี้ของเธอ!"

บทถัดไป