บทที่ 2 สัญญาแต่งงานราคาสามร้อยล้าน
"เหลือเวลาตัดสินใจอีกแค่สิบวินาที... จะยอมเซ็นสัญญาแต่งงานกอบกู้บริษัท หรือจะปล่อยให้ทุกอย่างที่พ่อเธอสร้างมาทั้งชีวิตพังทลายลงคืนนี้ มนต์รดา!"
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกผลักมาหยุดอยู่ตรงหน้า ปากกาหมึกซึมด้ามโลหะเงาวับถูกยื่นมาให้เธอที่ยืนนิ่ง
เสียงฝีเท้าของทีมแพทย์และพยาบาลที่วิ่งวุ่นหน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินดังสะท้อนก้องทางเดิน มนต์รดากำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บหน้าอก สายตาของภีมที่ยืนกอดอกมองตรงมายังคงเย็นเยียบ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนความเฉียบขาดของนักธุรกิจที่ไม่เคยยอมเสียเปรียบให้ใครในเกมการค้า
"นี่มันสัญญามัดมือชกชัดๆ!" มนต์รดาเค้นเสียงตอบ พลิกอ่านเงื่อนไขแต่ละข้อด้วยความดุเดือด
ข้อหนึ่ง: จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายและใช้ชีวิตร่วมบ้านเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม
ข้อสอง: ร่วมมือกับกลุ่มทุนของเขาในการปรับโครงสร้างและกอบกู้โปรเจกต์งานออกแบบทั้งหมด
ข้อสาม: ห้ามเปิดเผยเงื่อนไขการพักหนี้ต่อบุคคลภายนอก และต้องปฏิบัติตามข้อตกลงทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด
ทุกตัวอักษรถูกร่างขึ้นมาอย่างรัดกุมเพื่อผูกมัดเธอไว้ในกำมือของเขา!
"ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครยื่นมือช่วยใครโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน" ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "เช็คเงินสดห้าสิบล้านบาทพร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางที่ดีที่สุดเตรียมพร้อมไว้แล้ว แค่เธอจรดปลายปากกา การพักหนี้สามร้อยล้านจะมีผลทันที แต่ถ้าเธอคิดว่าศักดิ์ศรีมันมีค่ามากกว่าลมหายใจของครอบครัว เธอก็เดินออกไปได้เลย"
"คุณจงใจใช้จังหวะที่ครอบครัวฉันจนตรอกมาบีบกัน!"
"ฉันแค่ยื่นโอกาสรอดให้เธอต่างหาก"
"เอะอะอะไรกันครับเนี่ย"
เสียงทุ้มสุภาพดังแทรกขึ้นมาจากทางเดิน มนต์รดาหันขวับไปมอง ธนาก้าวเข้ามาในชุดสูทเนี้ยบ ใบหน้ายิ้มกริ่มอย่างถือดี เขากวาดสายตามองเอกสารสัญญาในมือเธออย่างรวดเร็ว
"คุณมนต์รดาครับ บริษัทล้มละลายจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว ยังคิดจะดื้อดึงอยู่อีกเหรอครับ" ธนาแสร้งทำเป็นถอนหายใจ "ผมเตือนด้วยความหวังดีนะ ยอมแพ้แล้วเซ็นมอบอำนาจที่ดินผืนสุดท้ายให้ผมดูแลเถอะ อย่างน้อยผมก็เคยเป็นที่ปรึกษาให้คุณพ่อ จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้"
คำพูดหน้าซื่อใจคดของคนทรยศทำให้มนต์รดาสะอื้นด้วยความโกรธจัด
"คนที่แอบแทงข้างหลังครอบครัวฉัน คนที่ส่งหมายศาลมายึดทรัพย์พ่อกลางงานฉลอง กล้าเสนอหน้ามาพูดจาหวังดีอีกเหรอ ธนา!"
ธนายิ้มเย้ย ไม่สะทกสะท้าน "โลกของทุนนิยมเขาตัดสินกันที่ความเร็วครับคุณระดา คนแก่ใจอ่อนอย่างพ่อคุณ มันตามเกมพวกเราไม่ทันแล้ว"
"หยุดเพ้อเจ้อแล้วถอยไปซะ ธนา"
เสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดของภีมดังขัดขึ้นมา บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที
ธนาชะงัก รอยยิ้มมั่นใจหุบลงในเสี้ยววินาทีเมื่อหันไปสบตากับภีม สายตาของประธานใหญ่คมกริบจนทำให้ทนายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น
"คุณภีมครับ... ผมแค่เข้ามาช่วยดูแลผลประโยชน์ให้เครือบริษัท..."
"ฉันบอกให้แกถอยไป" ภีมก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สายตาสะกดอีกฝ่ายจนแทบไม่กล้าหายใจ "หนี้ก้อนนี้อยู่ในความดูแลของฉัน และบริษัทนี้ก็เป็นคู่สัญญากับฉันโดยตรง แกมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งในส่วนงานเอกสาร อย่าสะเออะมาก้าวก่ายเรื่องที่ฉันไม่ได้สั่ง ไสหัวกลับไปรอที่ออฟฟิศซะ!"
ธนาหน้าซีดเผือด กำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง แต่เขารู้ดีว่าอำนาจของภีมสามารถบดขยี้หน้าที่การงานของเขาให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา ธนาจึงจำใจค้อมศีรษะลงเล็กน้อย แล้วรีบหมุนตัวเดินหนีออกจากทางเดินไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทางเดินปลอดคน เคน ผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนคอยจังหวะอยู่ข้างๆ ก็ขยับเข้ามากระซิบกับมนต์รดาเบาๆ
"เซ็นเถอะครับคุณระดา... อย่างน้อยเจ้านายผมก็มีอำนาจและเงินทุนที่จะกอบกู้บริษัทได้จริง เชื่อผมเถอะครับ ร่วมมือกับคุณภีม ยังมีโอกาสเอาคืนคนทรยศอย่างธนานะครับ"
มนต์รดาหันมองเคน แล้วตวัดสายตากลับมาสบตากับภีม
ภีมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู บ่งบอกว่าเวลาแห่งการต่อรองสิ้นสุดลงแล้ว
"จะเลือกทางไหน มนต์รดา"
ในวินาทีนั้น ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก แพทย์เดินตรงเข้ามาแจ้งด้วยสีหน้าตึงเครียดว่าต้องเริ่มกระบวนการรักษาขั้นต่อไปในทันที
มนต์รดาสูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจเต้นรัวด้วยแรงบีบคั้น เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นให้ถอยอีกแล้ว ถ้าการแต่งงานหนึ่งปีนี้คือทางเดียวที่จะรักษาชีวิตพ่อและกอบกู้ทุกสิ่งกลับคืนมา... เธอก็จะยอมรับข้อตกลงนี้!
เธอคว้าปากกาหมึกซึมขึ้นมา จรดปลายปากกาลงในช่องลงนามอย่างมั่นคง
มนต์รดา
น้ำหมึกสีดำสลักลงบนหน้ากระดาษอย่างเด็ดเดี่ยว มนต์รดาวางปากกาลงบนแฟ้มสัญญาเสียงดัง เธอเชิดหน้าขึ้น สบสายตากับภีมอย่างไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย
"ฉันเซ็นข้อตกลงแล้ว... และจำไว้ด้วยนะ ภีม!" น้ำเสียงของเธอเข้มจัด "ฉันยอมเซ็นสัญญาเพื่อรักษาพ่อและปกป้องบริษัท แต่ฉันมาในฐานะคู่สัญญาทางธุรกิจ ไม่ใช่คนที่คุณจะมาชี้นิ้วสั่งได้ตามใจชอบ!"
ภีมก้มมองลายมือชื่อบนแผ่นสัญญา ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยคมที่เปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
ภีมปิดแฟ้มเอกสารลงอย่างนิ่งสงบ สวมปลอกปากกาช้าๆ มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
"นั่นเป็นเรื่องที่เธอต้องพิสูจน์ให้เห็นในหนึ่งปีนี้"
ภีมหันไปสั่งเคน "ประสานงานแพทย์ด่วน อนุมัติงบประมาณและทีมผ่าตัดที่ดีที่สุดทันที"
จากนั้น เขาก็ก้าวเข้ามาใกล้ สบตากับเธอในระยะประชิดด้วยแววตาท้าทาย
"เตรียมตัวให้พร้อม... พรุ่งนี้เช้าเราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน เริ่มเกมได้แล้ว ระดา!"
