บทที่ 6 ห้องครัวเชือดเชือก

"คิดว่าการสั่งให้ฉันเป็นคนรับใช้ทำงานบ้านทั้งคฤหาสน์ จะบีบให้ฉันยอมก้มหัวขอร้องคุณได้งั้นเหรอ ภีม... ฝันไปเถอะ!"

คำสั่งเผด็จการของเจ้าหนี้มหาเศรษฐียังคงดังก้องอยู่ในหัวตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากมนต์รดาไม่ยอมก้มหัวให้เขาชี้นิ้วสั่ง ภีมจึงสั่งลงโทษให้เธอรับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด รวมถึงการทำอาหารเย็นสำหรับเขาเพียงลำพัง ห้ามใครช่วยเด็ดขาด เพื่อดัดนิสัยความดื้อรั้นของเธอ

แต่มนต์รดาไม่ยอมแพ้

เธอยืนเท้าสะเอวอยู่กลางห้องครัวสไตล์โมเดิร์น เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ผ้ากันเปื้อนผูกกระชับรอบเอวอย่างทะมัดทะแมง

"คุณระดาคะ... ป้าว่าเราแอบสั่งอาหารจากภัตตาคารดีไหมคะ"

ป้าแต๋ว หัวหน้าแม่บ้าน ยืนกระซิบกระซาบข้างตู้เย็นด้วยสีหน้ากังวล

"ไม่ได้ค่ะป้าแต๋ว" มนต์รดายิ้มมุ่งมั่น "คนอย่างภีม ถ้าจับได้ว่าเราโกง เขาจะยิ่งดูถูกระดา งานแค่นี้ระดาทำได้สบายมาก ป้าแต๋วช่วยสอนระดาทำเมนูโปรดของเขาก็พอค่ะ"

ป้าแต๋วยิ้มแห้ง เกาหัวแกรกๆ "คือ... สารภาพตามตรงนะคะคุณระดา ตลอดสิบปีที่ป้าอยู่ที่นี่ คฤหาสน์นี้ไม่เคยเปิดเตาทำกับข้าวจริงจังเลยค่ะ คุณผู้ชายสั่งอาหารจากโรงแรมมาส่งทุกมื้อ ป้ามีหน้าที่แค่แกะกล่องจัดใส่จานเท่านั้นเองค่ะ!"

มนต์รดาชะงัก มีดในมือแทบหลุด "ป้าแต๋วก็ทำไม่เป็นเหรอคะ"

"ถ้าต้มน้ำร้อนกับทอดไข่ดาว ป้าพอไหวค่ะ แต่สเต๊กเนื้อซอสไวน์แดงที่คุณผู้ชายสั่ง... ป้าว่าเตรียมถังดับเพลิงไว้ก่อนดีกว่าค่ะ!"

ทั้งสองคนสบตากัน ก่อนที่มนต์รดาจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

"งั้นเรามาลุยกันค่ะ เปิดคลิปสอนทำอาหารดูเลย!"

ปฏิบัติการในครัวเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด

เนื้อสันในถูกนำมาหมักเครื่องเทศ แต่ด้วยความตื่นเต้น ป้าแต๋วเผลอทำพริกไทยดำหกใส่ไปครึ่งขวด ส่วนมนต์รดาที่ตั้งกระทะไฟแรงก็กะเนยผิด ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นโขมงไปทั่วห้อง กลิ่นเนยไหม้ฟุ้งกระจายจนทั้งคู่สำลักไอค่อกแค่ก ป้าแต๋วรีบเอาฝาหม้อมาปิดกระทะ มนต์รดาคว้าตะหลิวขึ้นมาถือ สภาพครัวหรูแปรเปลี่ยนเป็นสมรภูมิรบในพริบตา

ขณะที่ในครัวกำลังวุ่นวาย

ด้านนอกคฤหาสน์ ลุงสมชาย คนสวนประจำบ้าน กำลังตัดแต่งกิ่งไม้หน้าเรือนกระจก ลุงสมชายฮัมเพลงเพลินจนลืมสังเกตว่ามีท่อสายไฟซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้

ฉับ!

ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมเสียงระเบิดดังแป๊ก

พรึ่บ!

ระบบไฟฟ้าทั้งหมดของคฤหาสน์ดับวูบลงในทันที

แอร์หยุดทำงาน เตาไฟฟ้าดับสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว มีเพียงแสงสลัวยามพลบค่ำที่ลอดผ่านกระจกเข้ามา

"ว้าย ตาเถรตกใต้ถุน!" ป้าแต๋วร้องลั่น ชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว

มนต์รดายืนนิ่งท่ามกลางความมืด เธอสูดกลิ่นเนยไหม้จางๆ แล้วหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ลุงสมชายวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือด ยกมือไหว้ปลกๆ "ขอโทษครับคุณระดา! กรรไกรผมฟันโดนสายไฟเมน ช่างบอกว่าต้องใช้เวลาซ่อมเป็นชั่วโมง คืนนี้เราไม่มีไฟทำกับข้าวแล้วครับ"

"ไม่เป็นไรค่ะลุงสมชาย ไม่มีใครเจ็บก็ดีแล้วค่ะ" มนต์รดาปลอบเสียงนุ่ม "สเต๊กทำไม่ได้ เราก็เปลี่ยนเมนูกันสิคะ"

มนต์รดาเปิดตู้เก็บของ หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับต้มยำออกมาห้าซอง พร้อมเตาแก๊สปิคนิคที่ป้าแต๋วเก็บไว้

"ต้มมาม่ารวมมิตรไงคะ อร่อยและไม่ต้องง้อไฟฟ้าด้วย!"

สิบห้านาทีต่อมา

ห้องครัวที่เคยมืดมิดแปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่น แสงเทียนหอมสามเล่มถูกจุดขึ้นกลางโต๊ะ กลิ่นน้ำซุปต้มยำหมูสับร้อนๆ หอมกรุ่นตลบอบอวล ผสมไข่ลวก ผักกาดหอม และลูกชิ้นปลา

มนต์รดา ป้าแต๋ว และลุงสมชาย นั่งล้อมวงถือตะเกียบคนละคู่ แย่งกันคีบเส้นบะหมี่ร้อนๆ ซดน้ำซุปเสียงดังอย่างเอร็ดอร่อย เสียงหัวเราะสดใสดังก้องไปทั่วห้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

"ป้าแต๋ว แย่งลูกชิ้นระดาไปแล้วนะคะ!"

"โธ่คุณระดา ลุงสมชายกินไปตั้งสามลูก ป้าขอแค่ลูกเดียวเองค่ะ!"

มนต์รดาหัวเราะร่า มีความสุขจนลืมความทุกข์ที่แบกไว้ตลอดหลายสัปดาห์

แอ๊ด...

เสียงประตูด้านหน้าเปิดออก ภีมก้าวเข้ามาในบ้าน เขาถอดสูทพาดแขน คลายเนกไทออกเล็กน้อย ใบหน้าคมคายฉายแววเหนื่อยล้าจากการเจรจาธุรกิจตลอดวัน เขาตั้งใจกลับมาดูสภาพความพ่ายแพ้ของมนต์รดา คนที่คิดจะแข็งข้อกับเขา

แต่ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เขาชะงัก

บ้านทั้งหลังมืดสนิท มีเพียงแสงเทียนสีส้มส่องสว่างจากห้องครัว พร้อมเสียงหัวเราะรื่นเริงที่ลอยมาเข้าหู

ภีมขมวดคิ้วแน่น เดินตรงเข้าไปในครัวทันที

ภาพที่เห็นคือมนต์รดานั่งยิ้มแก้มแทบปริ แก้มขาวเปื้อนเขม่าควันเล็กน้อย บนโต๊ะมีชามบะหมี่เปล่าเรียงราย ป้าแต๋วกับลุงสมชายลูบท้องด้วยความอิ่มหนำ ทุกคนดูมีความสุขโดยไม่สนใจเงาของเขาหน้าประตูเลย

"เกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟดับ" ภีมเอ่ยเสียงเข้ม

ป้าแต๋วกับลุงสมชายสะดุ้ง รีบลุกขึ้นยืนตัวตรง "คุณผู้ชายกลับมาแล้ว..."

ภีมกวาดสายตามองครัวที่เลอะเทอะ แล้วตวัดสายตามาหยุดที่มนต์รดา

"แล้วอาหารค่ำของฉันล่ะ มนต์รดา"

มนต์รดาไม่หลบสายตา เธอวางตะเกียบลงช้าๆ ยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม มือเรียวหยิบชามใบสุดท้ายที่เหลือน้ำซุปติดก้นชามเพียงเล็กน้อย ยื่นส่งไปตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มหวานที่แฝงความท้าทาย

"มาช้า... อดค่ะ!"

ภีมนิ่งอึ้ง มองชามเปล่าสลับกับใบหน้าสวยคมที่ท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว เปลวไฟแห่งความหงุดหงิดปะทุขึ้นในอก แต่ลึกๆ ลงไป หัวใจที่เคยด้านชาของเขากลับสั่นไหวอย่างประหลาด!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป