บทที่ 7 เลขาผู้ไม่รักดี

“คิดจะใช้ผู้หญิงคนอื่นมากดดันและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันงั้นเหรอ ภีม... เสียใจด้วยนะ เพราะคนอย่างฉันไม่เคยกลัวใคร!”

มนต์รดายืนกอดอกอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องเสื้อหรูใจกลางเมือง แววตาคู่สวยเป็นประกายคมปลาบสะท้อนภาพตัวเองในชุดสูททำงานคัตติ้งเนี้ยบ

เช้าวันนี้ เคน เลขาคนสนิทของภีม แอบส่งข้อความด่วนมานัดหมายเธอ บอกว่าเป็นคำสั่งของประธานบริษัทที่ต้องการให้เธอมาเลือกชุดสำหรับงานเปิดตัวโครงการ มนต์รดาคิดว่าเป็นเรื่องงานจึงยอมมาตามนัด แต่เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน เธอกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเอกสาร มีเพียงชุดราตรีและสูทสั่งตัดเรียงรายเต็มห้อง

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ประตูกระจกเปิดออก

ภีมก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด คิ้วเข้มขมวดแน่น เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาเพิ่งปลีกตัวมาจากการประชุม เคนเดินตามหลังมาติดๆ พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“เคน นายบอกว่ามีประชุมด่วนกับซัพพลายเออร์ที่นี่ไม่ใช่เหรอ” ภีมเอ่ยถามเสียงเข้ม ตวัดสายตามองรอบร้าน ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นมนต์รดายืนอยู่ตรงหน้า

“เอ่อ... ซัพพลายเออร์เรื่องเสื้อผ้าไงครับบอส” เคนยิ้มแห้ง ถอยหลังสองก้าว “คืองานกาล่าสัปดาห์หน้า บอสกับคุณระดาต้องควงคู่กันออกงานในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย ถ้าใส่ชุดไม่เข้ากัน สื่อจะสงสัยเอาได้นะครับ ผมเลยจัดการล็อกคิวห้องเสื้อที่ดีที่สุดให้ครับ”

“ฉันไม่ได้สั่ง!” ภีมเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับวูบไหวเมื่อมองมนต์รดา

“แต่ผมสั่งเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทครับบอส เชิญเลือกชุดกันตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมไปรอที่รถ!” เคนพูดจบก็รีบผลักประตูกระจกหนีออกไปทันที ทิ้งเจ้านายไว้ในร้านเพียงลำพัง

มนต์รดาหลุดขำออกมาเบาๆ กับท่าทางของเลขาหนุ่ม เธอหันมาสบตากับภีมที่ยืนหน้านิ่ง

“ดูเหมือนเลขาของคุณจะฉลาดกว่าเจ้านายนะคะ รู้จักรักษาภาพลักษณ์ทางธุรกิจดีกว่าคุณเยอะ”

ภีมขบกรามแน่น กำลังจะอ้าปากตอกกลับ

แต่เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง กึก... กึก... ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

“ภีมคะ! บังเอิญจังเลยค่ะ!”

เสียงแหลมใสที่แฝงความหยิ่งยโสดังขึ้นจากทางเข้าร้าน ญาดา ก้าวเข้ามาในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิง สวมแว่นกันแดดสีชา ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นอย่างมั่นใจ เธอคืออดีตคู่หมั้นที่ครอบครัวของภีมเคยทาบทามไว้

ญาดาถอดแว่นกันแดดออก ชำเลืองตามองมนต์รดาตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม

“แหม... ได้ยินข่าวลือว่าภีมจดทะเบียนสมรสกับลูกสาวตระกูลล้มละลาย ญาดาก็นึกว่าเรื่องตลก” ญาดาแสยะยิ้ม ยกมือลูบต้นแขนของภีมอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ “ตัวจริงดูจืดชืดกว่าที่คิดนะคะ หน้าตาบ้านๆ แบบนี้ จะไหวเหรอคะภีม เสียชื่อประธานใหญ่หมด”

ภีมขยับแขนออกจากการเกาะกุมของญาดาด้วยความอึดอัด “ญาดา ที่นี่ไม่ใช่ที่คุยเรื่องส่วนตัว”

“ทำไมจะคุยไม่ได้ล่ะคะ” ญาดาเชิดหน้าขึ้น หันมาประจันหน้ากับมนต์รดาตรงๆ “เธอคงคิดว่าการได้ใบทะเบียนสมรสมาถือไว้ จะทำให้เธอกลายเป็นหงส์ขึ้นมาจริงๆ สินะ อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย คนในวงสังคมเขารู้กันทั้งนั้นว่าเธอเป็นแค่เบี้ยล่างที่ภีมเอาไว้ใช้งาน พอหมดประโยชน์เมื่อไหร่ เธอก็ต้องออกไปแต่ตัวอยู่ดี ตำแหน่งคุณผู้หญิงตัวจริงของบ้านนี้ ยังไงก็ต้องเป็นของฉัน!”

คำพูดเย่อหยิ่งของญาดาทำให้ช่างตัดเสื้อในร้านหน้าซีด บรรยากาศเงียบกริบลงทันที

ภีมขมวดคิ้วแน่น เตรียมจะเอ่ยปากตัดบท

แต่มนต์รดายกมือขึ้นห้ามไว้ เธอไม่โกรธและไม่หลบสายตา ใบหน้าสวยคมยกยิ้มหวานหยดย้อย ก้าวเข้าไปหาญาดาช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่สง่างาม

“อยากได้ตำแหน่งนี้มากขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณญาดา” มนต์รดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เชือดเฉือนลึกไปถึงกระดูก

ญาดาชะงัก “เธอว่าอะไรนะ!”

“ฉันกำลังบอกว่า เชิญตามสบายเลยค่ะ” มนต์รดาหัวเราะในลำคอเบาๆ กวาดสายตามองภีมแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมา “สำหรับฉัน... ฉันก็แค่เช่าสามีเขามาใช้งานเป็นรายปีตามสัญญาธุรกิจเท่านั้นเองค่ะ พอครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ ฉันก็พร้อมส่งคืนให้ทันที ถ้าคุณญาดาอยากได้ของเหลือต่อจากฉันนัก ก็ไปยืนต่อคิวรอรับช่วงต่อได้เลยนะคะ ฉันยินดีแถมฟรีไม่คิดเงินเพิ่มสักบาทค่ะ!”

คำตอบอันเผ็ดร้อนของมนต์รดา ทำให้ญาดาอ้าปากค้าง ใบหน้าสวยเฉี่ยวเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความอับอายและเดือดดาล

“กรี๊ดดด! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!” ญาดากรีดร้องเสียงหลง แต่เมื่อหันไปเห็นสายตาเย็นชาของภีมที่ไม่ได้เข้าข้างเธอเลยแม้แต่น้อย ญาดาก็ทนความอับอายไม่ไหว กระทืบเท้าแล้วสะบัดหน้าวิ่งหนีออกจากร้านไปทันที

ภายในร้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

ภีมยืนนิ่ง สันกรามขบแน่นจนขึ้นรอยนูน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแดงก่ำด้วยความโกรธจัด นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองมนต์รดาเขม็งคล้ายมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ในอก

“เช่าสามีเป็นรายปีงั้นเหรอ มนต์รดา!” ภีมเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวประชิดเข้ามาจนแทบชิด “เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร!”

มนต์รดาเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ก็เป็นคู่สัญญาทางธุรกิจตามที่คุณย้ำกับฉันทุกวันไงคะ” เธอยิ้มหวานท้าทาย “หรือว่าคุณเริ่มอยากจะเป็นสามีจริงๆ ของฉันขึ้นมาล่ะคะ ภีม?”

คำถามแทงใจดำทำให้ภีมชะงักไปทันที ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจกระตุกไหวอย่างรุนแรงกับแววตาวาวระยับคู่นั้น ความรู้สึกสับสนและเสียหน้าตีตื้นขึ้นมาจนเขาพูดไม่ออก ได้แต่ยืนจ้องหน้าเธอด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้แล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป