บทที่ 15 Ep.15
“น้ำรินล่ะ”
“ยังไม่ออกจากห้องเลยค่ะ” ป้าบัวเงยหน้าขึ้นตอบเจ้านาย
“แล้วป้าเข้าไปดูเขาหรือยัง” คิ้วเข้มขมวดมุ่น
“ก็คุณสั่งไม่ให้ดิฉันเข้าไปกวนคุณครูเธอนี่ค่ะ”
“แต่นี่มันได้เวลาอาหารแล้ว เอาล่ะ ๆ ป้าดูแลมนนี่แล้วกัน เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูเธอเอง”
“มนนี่ไปด้วยค่ะคุณพ่อ มนนี่เป็นคนทำให้คุณครูโดนคุณพ่อดุใช่ไหมคะ”
เขาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อสบตาบุตรสาวที่กำลังจ้องมองเขาแสดงความเสียใจ ลมหายใจร้อนถูกผ่อนออกช้า ๆ ฝ่ามือใหญ่เอื้อมลูบศีรษะเล็กของบุตรสาวเบา ๆ พร้อมกับอธิบายเสียงอ่อน
“ไม่เกี่ยวกับมนนี่หรอกลูก พ่อไม่ได้ดุคุณครูเพราะหนูสักหน่อย”
“แล้วคุณพ่อดุครูของมนนี่เรื่องอะไรคะ มนนี่เห็นคุณพ่อลากแขนคุณครูเข้าไปในห้องทำงานแรง ๆ แถมหน้ายังดุ๊ดุค่ะ” เด็กหญิงถามเสียงไม่มั่นใจ
“คุณครูของมนนี่ดื้อมาก เดินออกไปไกล ๆ คนเดียว คุณพ่อเป็นห่วงเลยต้องดุกันนิดหน่อย”
“ครูน้ำไม่มีรถใช้เหรอคะ ถึงต้องเดิน ทำไมไม่ให้คนของเราไปส่งล่ะคะ” เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยถามอย่างไม่เข้าใจ
“พ่อว่าเราค่อยคุยกันดีกว่านะคะ ตอนนี้มนนี่ทานข้าวได้แล้วเดี๋ยวพ่อจะเข้าไปดูครูก่อน มนนี่ไม่ต้องเข้าไปด้วยหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณครูก็ออกมาทานข้าวกับหนูแล้วล่ะ”
ร่างเล็กที่นอนระทวยอยู่บนเตียงกว้างดูบอบบางอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนา ดูเหมือนเธอจะยังไม่ขยับตัวลุกไปไหนเลยตั้งแต่เขาจากไป ดวงตาสวยหลับพริ้มยังเปียกชื้นคลอเสียงสะอื้น บิดตัวไปมาดูทุรนทุราย เขาทรุดกายลงบนเตียงเอื้อมมือแตะเบาบนหน้าผากโหนกนูนวัดความร้อนที่เพียงหลังมือสัมผัสก็รู้สึกได้ถึงกระไอร้อนจากร่างเล็ก
“บอบบางจริงนะน้ำริน ถึงกลับเป็นไข้เลยหรือนี่”
ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกนำไปชุบน้ำบิดและนำกลับมาเช็ดใบหน้านวลไล่ลงตามลำคอระหงเลยจนถึงลาดไหล่ขาว ตาคมกวาดมองรอยช้ำจ้ำแดงตามเรือนร่างเพรียวอย่างรู้สึกผิด ไม่คิดว่าเธอจะบอบบางขนาดนี้ ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงออกเพื่อความสะดวกในการเช็ดตัว หากเธอปกติคงไม่มีวันยอมโดยดีแบบนี้แน่ ผ้าขนหนูชุบน้ำถูกเช็ดไปทั่วร่างเป็นการคลายความร้อนช่วยให้เธอลดอาการทุรนทุราย จากนั้นร่างสูงจึงก้าวโหย่งไปหยิบเสื้อผ้าเนื้อเบาของเธอมาสวมให้จนเรียบร้อย
“ป้าบัว ช่วยเอายาลดไข้เข้ามาให้ผมที” เขาเปิดประตูออกมาร้องเรียกแม่บ้านที่เห็นด้านหลังไว ๆ จากนั้นก็เดินมาทรุดตัวนั่งลงบนเตียงใหญ่เมียงมองเธอนิ่งด้วยความครุ่นคิด
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง...เสียงหวีดดังจากมุมห้องทำให้มือใหญ่ชะงักจากการเอื้อมหยิบผ้าขนหนูที่เตรียมจะนำมาเช็ดตัวให้เธออีกครั้งเดินตรงไปรับสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มุมห้องก่อน เสียงทุ้มของเพื่อนรักที่ดังมาตามสายทำให้คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเหนือดั้งจมูกโด่ง
“มีอะไรวะไอ้ก้องถึงโทรเข้าเครื่องนี้” เขาถามอย่างแปลกใจ
“แล้วโทรศัพท์มือถือแกไปไหนละวะเพื่อน กันโทรเป็นสิบรอบแต่แกไม่รับสายกันสักสายน่ะ” น้ำเสียงเหมือนระอาดังผ่านสายโทรศัพท์กลับมา
“......แกมีอะไรกับฉันวะถึงโทรตามขนาดนั้น” คิ้วมุ่นคลายออกเมื่อนึกออกว่าโทรศัพท์ของตนถูกวางไว้ในรถคันหรูหลังวางสายจากลูกสาวก่อนจะเกิดเหตุที่ทำให้วิษณุพงศ์คนสุดท้องกลายเป็นผู้หญิงของเขาอย่างสมบูรณ์
“ฉันจะบอกแกว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปรับน้ำรินออกไปธุระด้วยกันสักครู่ นายคงไม่ว่าอะไร”
“ไม่ได้!” เสียงกร้าวตอบโต้ทันควัน ทำไมเขาต้องยอมให้หล่อนออกไประรื่นกับผู้ชายอื่น
“อะไรวะ ไม่ได้ พรุ่งนี้วันอาทิตย์นะโว้ย น้ำรินมีสิทธิ์ไปไหนมาไหนได้ ถึงเขาจะเป็นลูกจ้างแกก็เถอะ” เสียงก้องภพตวาดถามดังมาตามสาย
“ฉันมีปัญญาจ่ายโอทีให้หล่อนหรอกแกไม่ต้องห่วง แต่พรุ่งนี้หล่อนต้องตามไปดูแลมนนี่เพราะฉันจะพาลูกไปเที่ยว” เขาตอบเสียงเรียบ
“ให้ป้าบัวไปสิวะ เดี๋ยวใคร ๆ ก็เข้าใจผิดคิดว่าคุณน้ำของฉันไม่โสดสิถ้าไปกับพ่อลูกอ่อนอย่างแก”
“เรื่องของหล่อนสิ ใครจะเข้าใจผิดเข้าใจถูกมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องใส่ใจ เพราะหล่อนเสนอตัวเข้ามาดูแลมนนี่ในฐานะครูพี่เลี้ยง หล่อนก็ต้องดูแลลูกฉันอย่างดี”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปด้วย”
“ก็ตามใจแกสิ อยากจะไปก็ไป” เมฆินทร์ตอบอย่งไม่ใส่ใจพร้อมกับตัดสายเพื่อนหนุ่มพอดีกับเสียงเคาะประตูดังเบา ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ยาค่ะคุณ” ป้าบัวส่งยาให้เจ้านายพร้อมเหลือบตาข้ามไหล่กว้างมองร่างที่นอนระทวยอยู่กลางเตียงด้วยความเป็นห่วง
“มนนี่ทานข้าวเรียบร้อยใช่ไหม”
“ค่ะ แล้วคุณเมฆล่ะคะ จะรับประทานเลยหรือเปล่า ดิฉันจะได้สั่งให้เด็กอุ่นขึ้นโต๊ะเสียใหม่”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวป้าไปจัดกระเป๋าให้ผมกับมนนี่ด้วยแล้วกัน ผมจะพาลูกไปเที่ยวสักสามสี่วัน”
“ค่ะ” ป้าบัวกำลังจะหมุนตัวกลับ
“จัดเรียบร้อยแล้วป้าเรียกไอ้ชัยให้มันยกไปใส่ท้ายรถเลยแล้วให้มันมายกกระเป๋าครูน้ำไปใส่รถด้วย”
