บทที่ 2 Ep.2

ก๊อกๆๆ...เสียงเคาะประตูดึงความสนใจเขาจากรูปของหญิงสาวที่ทำให้หัวใจของเขารุ่มร้อนด้วยเพลิงแค้น

“เข้ามา”

เมฆินทร์เอ่ยห้วนๆ ก่อนประตูห้องทำงานจะถูกผลักเข้ามาพร้อมร่างระหงของเลขาที่ค่อย ๆ เยี่ยมหน้าเข้ามาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา

“คุณเมฆต้องการอะไรหรือเปล่าคะ”

“ใครเป็นคนเรียกผู้หญิงคนนี้มาสัมภาษณ์” เขาผลักแฟ้มตรงหน้าให้เลขาฯ

“คุณน้ำริน...” ปานรวีเอ่ยพึมพำกับตัวเองขณะมองใบสมัครงานตรงหน้า

“ว่ายังไงคุณปานรวี ผมถามว่าใครเรียกผู้หญิงคนนั้นมาสัมภาษณ์”  น้ำเสียงห้วนตวาดถามดังๆ ด้วยอารมณ์ทำให้เลขาสาวตกใจ สะดุ้งสุดตัว

“เอ่อ...คุณก้องภพค่ะ” ปานรวีรีบเงยหน้าขึ้นตอบเสียงรัว

“ไอ้ก้องมันมายุ่งเรื่องในบริษัทของผมตั้งแต่เมื่อไหร่” เมฆินทร์ขมวดคิ้ว ทำหน้าเคร่ง

“คือ เอ่อ คือ...” ปานรวีรู้สึกเหมือนจะหายใจติดขัด หน้าซีดหาคำตอบให้เจ้านายไม่ได้

“ถ้าคุณเอาแต่อ้ำอึ้ง ผมจะย้ายคุณไปอยู่แผนกอื่นหรือไม่ก็ไล่ไปอยู่กับไอ้ก้องเสียเลยดีไหม” เขาเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าซีดเผือดของเลขาฯ สาวพลางเอ่ยดุดัน

“คุณก้องบอกจะเรียนเรื่องนี้กับคุณเมฆเองนี่คะ” เลขาสาวรีบตอบเสียงสั่น

“งั้นคุณก็รีบไปตามมันมาพบผมด่วน ส่วนผู้หญิงคนนั้นผมจะสัมภาษณ์เอง” เสียงเข้มเอ่ยออกคำสั่งห้วนกระด้าง

“ค่ะคุณเมฆ” คุณเลขาคนงามรีบรับคำและหันหลังเดินตัวปลิวออกไปอย่างรวดเร็ว รีบจัดการทำหน้าที่ของตนชนิดที่ไม่ต้องรอให้เจ้านายสั่งซ้ำอีกครั้ง

“เจอดีแต่เช้าเลยปานเอ๊ย”

ปานรวีระบายลมหายใจบ่นกับตัวเองได้ครู่เดียวเพราะไม่ได้ทันโทร.ตามก้องภพเมื่อธารารินเดินมาหยุดยืนโปรยยิ้มให้ซะแล้ว เธอจึงได้แต่ส่งยิ้มเจื่อน ๆ ตอบกลับพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นและหมุนตัวกลับมาเคาะประตูห้องเจ้านายหนุ่มใหม่อีกครั้ง

ก๊อกๆๆ

“เชิญ” เสียงห้วนเอ่ยอนุญาตพลางขยับเปลือกตาเหลือบขึ้นมอง

“คุณธารารินมาแล้วค่ะ”

“ให้เข้ามา”

เสียงห้วนของคนที่เธอต้องเข้าไปพบทำให้ธารารินกะพริบตาเบาพลางสบตาปานรวีซึ่งเอาแต่ยิ้มจืด ๆ ตอบกลับมา เธอจึงสูดลมหายใจลึกเต็มปอด รวบรวมความกล้าก่อนจะเดินเข้าไปข้างในอย่างมั่นใจ สบสายตาขุ่นขึงคู่นั้นครู่หนึ่งก่อนจะพนมมือไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม

ศีรษะทุยโค้งลงเล็กน้อยจนเขาเห็นแพขนตายาวงอนกะพริบช้า ๆ ราวผีเสื้อขยับปีกและเสียงหวานกล่าวทักทายแย้มเยือนรอยยิ้มยามเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาและเชื่อว่าเธอเองก็สัมผัสได้ถึงแววไม่พอใจในดวงตาของเขาที่คอยจับจ้องมองเธออยู่ไม่ต่างจากเมื่อสักครู่ที่เขาใช้สายตาชนิดเดียวกันจ้องมองเธอผ่านกระจกข้างลัมเบอร์กินีคันงามไม่มีผิดเพี้ยน

“สวัสดีค่ะ”

ธารารินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอแล้วจึงสูดลมหายใจปอดยาว ๆ ทำใจดีสู้เสือเอ่ยทักทายคนหน้าดุหลังจากกวาดสายตามองสำรวจห้องทำงานของเขาคร่าว ๆ ไล่ตั้งแต่โต๊ะทำงานตัวใหญ่สีโอ๊คตั้งคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดกับแฟ้มสีดำวางเกลื่อนอยู่ใกล้ ๆ

ดวงตาวาวกวาดสำรวจรายละเอียดการตกแต่งซึ่งบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของ รวบรวมไว้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาเก็บไว้เพื่อหาทางเอาชนะใจเจ้าของห้องนี้ให้ได้ แม้ว่าจะเป็นแค่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เธอก็เอาใจใส่ทุกสิ่งอันเผื่อจะได้นำมาใช้เอาชนะใจคนตาดุนี่บ้าง

“เชิญนั่ง” เขาผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวให้นั่งลงตรงข้าม ขณะที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างเหมือนไม่อยากจะเสวนากับอีกฝ่ายนัก

“ขอบพระคุณค่ะ” เธอส่งยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตาพราวไปด้วยความตื่นเต้น

“ถ้าผมจำไม่ผิด คุณเป็นน้องสาวของปิ่นลดาใช่ไหม” เขาเริ่มเข้าเรื่องกวนอารมณ์ของตนทันที

“ค่ะ น้ำคิดว่าพี่เมฆจะลืมน้ำไปแล้วเสียอีก” ความหวังที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในอดีตเรืองรองในความรู้สึกของหญิงสาวทันที

“ผมไม่เคยลืมทุกคนในวิษณุพงศ์...คุณน่าจะรู้ดี” เขายิ้มหยัน

“พี่เมฆยังโกรธพวกเราอยู่เหรอคะ” นัยน์ตาวาวเมื่อสักครู่สลดลงทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงของคนตรงหน้า

“คุณคิดว่าผมจะลืมความเลวระยำที่ครอบครัวคุณทำไว้ได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ...ธาราริน” เขายิ้มหยันและมองเธอด้วยสายตาเกลียดชังราวเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติก่อน

“พี่เมฆ...” นัยน์ตาหวานหม่นเศร้าอย่างสะท้อนใจ

“กรุณาเรียกผมว่าเมฆินทร์จะดีกว่า ผมไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรถึงกล้ามาสมัครงานในบริษัทของผม ทั้งที่อดีตครอบครัวคุณเคยทำเรื่องเลวระยำกับผมเอาไว้ขนาดนั้น” เมฆินทร์กัดฟันเอ่ยเสียงเข้มช้า ๆ แต่ชัดเจนอย่างคนที่พยายามสะกดอารมณ์สุดความสามารถแล้ว

“น้ำไม่ทราบว่าพี่ปิ่นกับคุณพ่อทำอะไรให้พี่โกรธขนาดนี้ แต่ตอนนี้ทั้งพี่ปิ่นทั้งคุณพ่อของน้ำต่างได้รับผลกรรมที่ทำไว้อย่างสาสม น้ำรู้ว่าพี่เมฆก็คงทราบว่าเกิดเรื่องอะไรบ้างกับครอบครัวของน้ำบ้าง” ดวงตากลมเหลือบมองง้องอนอย่างน่าสงสาร

“แน่นอน ผมทราบดีว่าตอนนี้วิษณุพงศ์ย่ำแย่แค่ไหน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องให้อภัยกับทุกอย่างที่พวกคุณทำไว้กับครอบครัวของผมไม่ใช่เหรอธาราริน เพราะฉะนั้นวันนี้ที่คุณกล้าเข้ามาสมัครงานในบริษัทของผม มันก็เหมือนกับคุณกำลังจะแกว่งเท้าหาเสี้ยน”

“แต่น้ำก็พร้อมจะลองทำทุกอย่างขอแค่ให้พี่...เอ่อ คุณเมฆินทร์ยอมอโหสิกรรมให้กับวิษณุพงศ์ พวกเราต้องการแค่ให้คุณเมฆินทร์ยกโทษให้เท่านั้นไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่านี้จริง ๆ” ดวงตาหวานยังคงส่งกระแสขอความเห็นใจจากคนตรงหน้าไม่ลดละ

“ยกโทษอย่างนั้นเหรอธาราริน พวกคุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเชียว คนในครอบครัวคุณนี่มันมักง่ายกันดีแท้ คิดว่าฝ่ายที่ถูกกระทำจะยอมยกโทษให้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ” เขาเอ่ยลอดไรฟัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป