บทที่ 3 Ep.3

“แล้วถ้าฉันจะขอร้องให้แกรับน้ำรินไว้ทำงานด้วยล่ะ”

เมฆินทร์เหลือบตามองเพื่อนสนิทที่ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับถามแทรกขึ้นทำให้เขาหงุดหงิดจนต้องถอนใจแรงก่อนตอบคำถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“บริษัทฉันไม่ใช่โรงเรียน แกจะให้ฉันรับคนจบครูมาทำงานเนี่ยนะไอ้ก้อง”

“งั้นแกก็รับน้ำรินไว้ในตำแหน่งครูมนนี่สิ” ก้องภพเสนอ

“ลูกสาวฉันไม่จำเป็นต้องมีครูพี่เลี้ยง”

เขาปฏิเสธห้วนๆ  เขาไม่มีวันยอมให้เธอเข้ามาวุ่นวายกับลูกสาวของเขาอย่างเด็ดขาด มนนี่หรือมนต์มณีคือดวงใจที่เหลืออยู่เพียงดวงเดียวของเขา ไม่มีวันที่เขาจะยอมให้พวกผีดูดเลือดอย่างวิษณุพงศ์ย่ำยีหัวใจของเขาได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

“ก็แกเป็นคนบอกให้ฉันช่วยหาคนมาดูแลมนนี่ให้เองนะโว้ยไอ้เมฆ”

“ต้องไม่ใช่พวกวิษณุพงศ์” เขาเอ่ยอย่างหงุดหงิด

“เอาเถอะวะ ถือว่าเพื่อนอย่างฉันขอร้องก็แล้วกัน”

เมฆินทร์ขบฟันจนขากรรไกรขึ้นสันเพราะรู้ว่าขัดใจเพื่อนที่เป็นคนให้ความช่วยเหลือตอนที่ตนตกทุกข์ได้ยากจนสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างทุกวันนี้ไม่ได้ ซึ่งก้องภพรู้ดีว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอนแม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่จำใจแค่ไหน เมฆินทร์ถอนใจหนักๆ

“พรุ่งนี้คุณมาพบผมที่นี่ ผมจะพาคุณไปทำความรู้จักกับลูกศิษย์ของคุณกัน” ก้องภพหันไปสั่งหญิงสาว

ธารารินกะพริบตาปริบมองคนพูดและพยักหน้าแทนคำตอบรับก่อนจะชำเลืองหางตามองสีหน้าเคร่งเครียดของเมฆินทร์อย่างหนักใจ ภารกิจที่เคยคิดว่าไม่น่ายากดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว...

“ถ้าอย่างนั้นน้ำขอกลับไปเตรียมตัวนะคะ” เธอกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้สองหนุ่มก่อนจะหันหลังเดินออกไป

“แกทำแบบนี้ทำไมวะไอ้ก้อง” เมฆินทร์ถามเพื่อนอย่างหงุดหงิด

“ฉันก็แค่อยากให้นายอโหสิให้กับครอบครัวของน้ำรินซะที นะสิ โดยเฉพาะกับปิ่น แกก็รู้ว่าตอนนี้ปิ่นน่าสงสารแค่ไหน” ก้องภพถอนหายใจหนักๆ

“หึ..ผู้หญิงคนนั้นสมควรได้รับกรรมแล้ว” ยกโทษอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางที่เขาจะยกโทษให้พวกวิษณุพงศ์ง่าย ๆ เด็ดขาด!!

“แต่น้ำรินไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้รับการให้อภัยจากแก เธอกล้ามาขอร้องให้ฉันช่วยเพราะเชื่อว่าบาปกรรมที่ครอบครัวเธอทำไว้กับแกมันทำให้ทุกคนในครอบครัวเธอต้องเจอกับเคราะห์ร้าย แกให้น้ำรินไถ่โทษแทนครอบครัวได้ไหมวะเมฆ” ก้องภพพยายามโน้มน้าวใจเพื่อน

“ฉันไม่เคยมีความคิดว่าจะยกโทษให้กับคนพวกนั้น แกก็รู้ดี ต่อให้ยายเด็กนั่นจะลดตัวมารับใช้ฉันกับลูกอย่างคนสิ้นไร้ศักดิ์ศรี ฉันก็ไม่มีวันจะยกโทษให้พวกวิษณุพงศ์อย่างแน่นอน”

“อย่างนั้นฉันขอแค่นายรับเธอไว้ ส่วนเธอจะทำให้นายใจอ่อนได้หรือเปล่า มันเกินความสามารถของฉัน คงต้องแล้วแต่แกตัดสินใจ”

“แต่ถ้ายายนั่นทนไม่ได้แล้วลาออกไปเอง มันก็ไม่ใช่ความผิดของฉันเหมือนกัน” และเขานี่แหละจะทำให้เธอต้องร้องขอความเมตตาเลยทีเดียว

9.00 น.ของวันรุ่งขึ้น...โชคดีของธารารินที่ก้องภพมาถึงบริษัทคอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ปในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอค่อยใจชื้นที่มีเพื่อนขึ้นไปพบเจ้านายคนใหม่ ก้องภพเข้าใจและให้กำลังใจเธอก่อนพาขึ้นไปพบเมฆินทร์ตามนัด และทันทีที่พบเจ้าของบริษัทฯ ธารารินรีบส่งยิ้มผูกมิตรกับคนหน้าบึ้งพลางยกมือไหว้ทักทายอย่างใจดีสู้เสื้อแต่คนหน้าดุไม่เพียงไม่รับไหว้ เขาทำเหมือนเธอไร้ตัวตนด้วยการหันไปพูดคุยกับก้องภพก่อนจะเดินนำออกไปหลังบอกให้ก้องภพตามไปเจอกันที่บ้านอาศิรวิษเพื่อพบกับลูกศิษย์ตัวน้อยของเธอ

“จะไหวไหมฮึน้ำริน ถึงไอ้เมฆมันจะยอมรับเราเข้าทำงาน แต่มันแสดงออกชัดเจนว่าไม่เต็มใจอย่างนี้ เราคงไม่ได้อยู่อย่างสงบในบ้านมันแน่” ก้องภพเลิกคิ้วมองหญิงสาวพลางเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ไหวค่ะ น้ำจะพยายามทำให้เขาใจอ่อนให้ได้ น้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อนเลยนี่คะ” เธอปลอบใจตัวเองไปด้วย

“ถ้าน้ำจะไม่ระเหยกลายเป็นไอไปซะก่อนที่หินจะกร่อนนะ” ก้องภพถอนหายใจพร้อมกับสั่นศีรษะเบา ๆ

เมื่อมาถึงบ้านอศิรวิษแม่หนูมนต์มณีวิ่งถลาเข้ามากอดเอวบิดาจนเมฆินทร์ต้องช้อนตัวบุตรสาวอุ้มแล้วแตะริมฝีปากลงบนแก้มอ่อนนุ่มอย่างรักใคร่ ดวงตาคมอ่อนโยนเมื่อมองใบหน้าอวบอิ่มของเด็กหญิงโดยไม่สนใจดวงตาเศร้าซึ้งอีกคู่ที่กำลังมองมาตาไม่กะพริบ มือคู่เล็กที่กอดคอบิดาไว้ปล่อยคลายออกเมื่อพนมมือไหว้ก้องภพและส่งเสียงเจื้อยแจ้วทักทาย

“สวัสดีค่ะอาก้อง วันนี้อาก้องพาแฟนมาแนะนำให้มนนี่รู้จักหรือคะ” แม่หนูส่งยิ้มน่ารักให้อาหนุ่ม ดวงตากลมโตมองด้านหลังก้องภพสบตากับหญิงสาวที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยความสงสัย

“หึๆ พี่น้ำรินเขาไม่ใช่แฟนอาก้องแต่จะมาเป็นครูคนใหม่ของมนนี่ต่างหาก” ก้องภพเอ่ยกับหลานสาวยิ้มๆ

“มนนี่ไม่อยากได้ครูใหม่สักหน่อย” เด็กหญิงทำหน้าปั้นปึ่งกอดคอบิดาแน่น

“มนนี่ไม่อยากกลับไปเรียนตามเพื่อน ๆ ให้ทันเหรอจ๊ะ”

“ถ้ามนนี่หายแล้ว คุณพ่อจะให้มนนี่กลับไปเรียนที่โรงเรียน มนนี่ก็ไม่ต้องมีครูใหม่ซะหน่อยนี่คะอาก้อง”

“แต่ตอนนี้มนนี่ยังไม่หายดีนี่คะ แล้วถ้าไม่มีคุณครูมาสอน มนนี่จะเรียนทันเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเหรอ” ก้องภพอธิบาย

“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา

“ใช่จ้ะ ถ้าหนูหายดีจะได้เรียนทันเพื่อนๆ ยังไงคะ” เมฆินทร์ตอบบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป