บทที่ 13 13

นี่มันอะไรกัน...หมายความว่าอัครเดชไม่ได้พักบ้านหลังนี้ ? นี่เธอต้องนอนกับริคคาโดเนี่ยนะ !

“กรี๊ดดด” รุ้งพราวหลับหูหลับตากรี๊ด กระทืบเท้าดิ้นพล่านเมื่อมีอะไรบางอย่างมาไต่ขาของเธอ แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะแบบสุดเสียงมันทำให้เธอเริ่มเอะใจก่อนจะค่อยๆ ลดเสียงแล้วลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเป็น...ริคคาโดที่กำลังยืนขำโดยมือยังกุมท้องอยู่ ทำราวกับมันเป็นเรื่องที่ตลกมากสำหรับเขา

“เล่นบ้าอะไรของคุณเนี่ย ประสาท !” รุ้งพราวแว้ดใส่อย่างโมโห มันไม่ได้ตลกสักนิด !

“ขึ้นเสียง ? อยากโดนตบปากรึไง” คนแกล้งสาวเท้าเข้าไปใกล้แล้วกระตุกยิ้ม “แต่ไม่ตบด้วยมือนะ...จะตบด้วย”

“ฉันจะบอกพ่อคุณให้หมด” เม้มปากเข้าหากันแน่น รุ้งพราวเริ่ม          ไม่สบายใจเมื่อบางครั้งริคคาโดก็ชอบทำตัวแปลกๆ เดี๋ยวทำเหมือนรังเกียจกัน บางครั้งก็ดูจะกระลิ้มกระเหลี่ยจนเธออยากจะวิ่งหนี

“ไง...ฟ้องอะไรไปบ้างล่ะยัยเตี้ย” เขามาทันพอที่จะได้ยินบ้าง แค่อยากจะรู้ว่ายัยบ้านี่จะยอมตอบตามตรงหรือเปล่า

“ท่านก็แค่บอกว่าหากคุณทำอะไรฉัน คุณโดนดีแน่ !”

ไม่รู้ล่ะ เธอต้องบอกแบบนี้ไว้ก่อน ขู่เอาไว้ริคคาโดจะได้เพลาๆ นิสัย    เจ้าอารมณ์ของเขาลงบ้าง

“อ๋อเหรอ...แต่ทำไมที่ฉันได้ยินมันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ ได้ยินมาว่าเธอ...”      รุ้งพราวเบิกตากว้างเมื่อนิ้วชี้เรียวของชายหนุ่มยื่นมาจิ้มหน้าผากเธอ...อีกแล้ว

มากเกินไป !

“จะไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย อยากจะรู้มากใช่ไหมว่าสรุปแล้วเราจิ้มกันไปหรือยัง”

เขาหัวเราะมีเลศนัยวาดวงแขนออกไปเกี่ยวรั้งเอวบาง

ริคคาโดชะงักไปชั่วหนึ่งเมื่อได้กลิ่นหอมจากเรือนกาย รีบสะบัดศีรษะเรียกความเป็นตัวเองกลับมา ก็แค่กลิ่น...หอมๆ

“นี่คุณ นี่มันหน้าบ้านนะ จะทำอะไรเอามือออกไป คนบ้า !”

คนตัวเล็กว่าเสียงสั่นๆ แขนแกร่งนี่ก็แข็งแรงเหลือเกินทั้งหยิกทั้งข่วน   แต่ริคคาโดไม่ยอมปล่อย

“มานี่ !”

“ไปไหน ฉันไม่ไป !”

“เอ้า ! นี่ไงอยากตรวจนักไม่ใช่หรือไง ไอ้หมอริคนี่แหละจะเป็นคนตรวจให้ จะได้รู้ไปเลยไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์ ว่าแท้จริงแล้วเธอกับฉัน...เราได้สนุกกันสุดเหวี่ยงไปแล้วหรือยัง ?”

คนฟังตกใจกับประโยคนั้น จะตรวจได้อย่างไรเล่าเขาไม่ใช่หมอจริงๆ   เสียหน่อย รุ้งพราวขืนตัวสุดฤทธิ์ทำให้ร่างสูงตวัดตามองไม่พอใจถึงที่สุด

“กรี๊ดดด คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ โอ๊ย...ไอ้บ้า”

ร่างบางถลาลงไปนอนบนพื้นทรายเมื่อริคคาโดเปลี่ยนจากการโอบเอวมาเป็นกระชากแขนเธออย่างแรง แต่มันผิดพลาดเมื่อเธอเองที่ดันสะดุดขาเสียหลักล้ม

“เอ้า ! แม่คุณ ล้มเองนะยังมีหน้ามาว่าฉันอีก” คนมองหัวเราะร่วนเมื่อร่างเล็กๆ เนื้อตัวนั้นเต็มไปด้วยเม็ดทราย

“คุณมันบ้า ริคคาโด บ้าๆ บ้าที่สุด” รุ้งพราวต่อว่าเสียงสั่นเครือ           เธอเหนื่อยเหลือเกินทำไมชีวิตของเธอต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย แค่ข้ามวันเท่านั้นเองทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเธอล้าไปหมด

เธอไม่ใช่คนเข้มแข็งและตอนนี้เธอกำลังอ่อนแรงทั้งร่างกายและหัวใจ

หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังมี ‘เขา’ คงไม่รีรอโทรศัพท์ไปหาเพียงเพื่ออยากได้ยินเสียงนุ่มๆ คอยปลอบให้กำลังใจ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วศุภณัฐกลายเป็นพี่เขยของเธอ ทุกอย่างมันคืออดีต...

ยอมรับว่ายังตัดชายหนุ่มออกไปไม่หมด แต่มันไม่มีวันที่เธอจะทรยศพี่สาวอย่างไลลา อย่างไรเสียเลือดก็ย่อมข้นกว่าน้ำ

ริคคาโดกอดอกหรี่ตามองยัยผู้หญิงหลายอารมณ์ เมื่อครู่ยังโวยวายเสียงสั่นๆ ราวกับจะร้องไห้ แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้เอาแต่นั่งนิ่งเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์อะไรสักอย่าง “นี่จะนั่งอีกนานไหม ที่ถามไม่ใช่เป็นห่วงอะไรนะ แต่ฉันไม่อยากโดนพ่อด่า”

“ไร้มารยาท...” มือบางตีเข้าที่หน้าแข้งของคนตัวโต

ใช่...เดาไม่ผิดหรอก ริคคาโดใช้เท้าสะกิดตัวของเธอ !

“อย่าสำออยให้มาก ลุกขึ้นแล้วเข้าบ้านซะ เรามีเรื่องที่ต้องคุยและตกลงกัน !” คนตัวโตชักสีหน้าใส่เล็กน้อยเมื่อโดนว่าเข้าให้ เขาสั่งเสียงเข้มพร้อมกับยืนเท้าเอวมองหน้าเอาเรื่อง

ณ ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกเสียจากที่จะยอมให้รุ้งพราวอยู่ร่วมชายคาด้วย ตามคำสั่งของคนเป็นพ่อหากเขายังอยากได้อลิสรากลับมาเป็นคู่หมั้น พ่อเขาจะยอมบากหน้าไปพูดกับทางครอบครัวของฝ่ายหญิงให้ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด

แต่...ต้องหลังจากหนึ่งเดือนไปแล้ว ให้มั่นใจว่ายัยเตี้ยนี่ไม่ได้รับของมีค่าจากเขาไป แล้วถ้าเกิดรับไปจริงๆ หากรุ้งพราวท้องขึ้นมา !

“เวรละ !” ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถึงจะเมาหนักแต่มันก็น่าจะหลงเหลือความรู้สึกแวบเข้ามาบ้างสิ แต่นี่...ไม่มี

หรือควรจะลองทำย้ำดูอีกครั้ง? ก็แค่พอให้เคลิ้มๆ 

ทบทวนความจำที่หลบอยู่ในซอกหลืบเท่านั้นเอง ปลายนิ้วเรียวลูบคางอย่างใช้ความคิด ดวงตาคมเข้มปรายตามองร่างบางที่ยังนั่งจมปลักบนพื้นทราย

มองจากตรงนี้ ทำไมถึง...ดูดีกว่าทุกๆ ครั้งวะ หรือเพราะมันมืด

“เธอนี่...สวยในที่มืดนะ”

“คำพูดที่ไม่สร้างสรรค์แบบนี้ ฉันไม่ต้องการ” รุ้งพราวตอบกลับทันที เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจชมเธอสักนิด เอาเถอะผู้ชายอย่างริคคาโดต่อปากต่อคำไปก็มีแต่จะเปลืองน้ำลายเปลืองแรงเปล่าๆ

ดีเหมือนกันที่เขาพูดออกมาแบบนั้น เพราะเธอก็มีเรื่องที่จะต้องตกลงกับเขาเช่นกัน ถึงปากจะคอยเอาแต่ต่อว่าดูถูกกัน แต่บางครั้งสายตาที่แอบซ่อนความเจ้าเล่ห์นั่นทำเอาเธอไม่ไว้ใจ ยังไงก็ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องมาอยู่กับ ‘คนแปลกหน้า’ แถมยังไม่เหมือนคนปกติเสียด้วยสิ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป