บทที่ 15 15
ริคคาโดเป็นผู้ชายที่มีแววตาดุดันและน่ากลัวมากๆ หากโดนจ้องมองอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ เหมือนกับว่าร่างกายของเธอถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ เพียงแค่เผลอจ้องดวงตาคู่คมเข้มนั่น
“รู้อะไรไหมรุ้งพราว...ผู้หญิงที่ปากเก่งอย่างเธอ ต้องโดนสั่งสอนชุดใหญ่” หญิงสาวหลับตาปี๋พลางเขยิบตัว จนสุดท้ายศีรษะของเธอก็ชนเข้ากับหัวเตียง
ทางตันแล้ว...จะหนีไปทางไหนดี
“ฉะ...ฉันขอโทษคุณริค ฉันจะไม่ปากเก่งจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เรา...คุยกันดีๆ ได้ไหม...นะคะ” แวบหนึ่งริคคาโดรู้สึกแปลกๆ กับคำลงท้ายหวานๆ แบบนั้น แต่ความที่อยากจะเอาชนะนั้นมีมากกว่า ผู้หญิงคนนี้ก็แค่กำลังหาทางเอาตัวรอดเท่านั้น
อีกอย่างนะ...เขาอยากจะรู้ว่าที่แท้จริงแล้ว ปากเรียวบางของรุ้งพราวนั้นมีรสชาติเป็นเช่นไรจะอวดดีเหมือนคำพูดหรือเปล่า ?
“เกิดกลัวขึ้นมาหรือไง ดูสิตัวสั่นอย่างกับลูกหมาตกน้ำ หึ !”
นิ้วโป้งคลึงปากเรียวบางของหญิงสาวที่หลับตาปี๋ ตัวของเธอสั่นจริงๆ ไม่ใช่เรื่องโกหก มันทำให้ริคคาโดรู้สึกสนุกกับการที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้หมดหนทาง
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะคุณริค ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีแรงสู้คุณได้หรอก”
รุ้งพราวอ้อนวอนทั้งที่ยังหลับตา เธอแอบได้ยินคนตัวโตหัวเราะในลำคอเล็กน้อย
“แน่นอนว่าเธอสู้ฉันไม่ได้อยู่แล้วยัยจืด แต่ว่าตอนนี้...ฉันอยากจะรู้ว่าปากของเธอ มันมีรสชาติยังไงกันแน่” คำพูดของริคคาโดทำให้คนฟังค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ช่องท้องของเธอบิดเข้าหากันรู้สึกวูบวาบแปลกๆ มือบางรีบยันอกแกร่งเอาไว้ อย่างน้อยมันก็คงช่วย...ได้บ้างล่ะมั้ง
“ก็แค่...ลองทบทวนความจำเฉยๆ ฉันไม่ได้นึกพิศวาสเธอสักนิด” ยิ่งใกล้กลิ่นจากกายสาวยิ่งเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมเหมือนที่สาวในยุคใหม่ชอบใช้ แต่มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน
“อย่าหลงตัวเองล่ะ...ยัยจืด”
“คุณริค คะ...อื้อ !”
มือบางที่ยันอกแกร่งเอาไว้ได้แต่กำเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ริคคาโดใช้มือของเขาจับใบหน้ารุ้งพราวเอาไว้บังคับไม่ให้หันหนีไปไหน
“อื้อ...” หญิงสาวดิ้นรนทุบอกชายหนุ่ม และนั่นกลับกลายเป็นโอกาสที่ทำให้คนเจ้าเล่ห์สอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาหารสชาติที่แท้จริงในตัวของหญิงสาว ริคคาโดเก็บเกี่ยวทุกซอกทุกมุมประสบการณ์ที่มากกว่าทำให้หญิงสาวอ่อนเรื่องอย่างว่าคล้อยตามได้ไม่ยากนัก ร่างสูงดันคนตัวเล็กนอนราบไปกับฟูกขาวริมฝีปากหนายังคงดูดกลืนไม่หยุดหย่อน ราวกับมันเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ก้าวเข้ามาในชีวิต
“โอ๊ย ! เวรเอ๊ย !” คนตัวโตร้องลั่นเมื่อถูกยัยหมาบ้าที่นอนใต้ร่างนั่นกัดลิ้นเข้าให้ แม้ไม่แรงเท่าไหร่แต่มันก็ทำให้เขาเจ็บแทบบ้า
“ไอ้คนโรคจิต ไอ้คนฉวยโอกาส บ้าๆ ที่สุด” รุ้งพราวขว้างหมอนใบสีขาวใส่ร่างสูง ไม่รอให้ตัวเองถูกลงโทษอีกครั้ง รีบวิ่งออกจากห้องไปทั้งที่เนื้อตัวยัง สั่นเทา
“เฮอะ !” ริคคาโดมองตามร่างบางที่วิ่งออกไป ผมเผ้านั่นยุ่งเหยิงเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย
“เจ็บชิบ...ยัยหมาบ้านี่กัดมาได้ ดีนะไม่ขาด ไม่อย่างนั้นเธอนั่นแหละที่จะต้อง” แค่เผลอไป ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้น แต่ก็เกิดขึ้นไปแล้ว เขาจูบรุ้งพราวเข้าจริงๆ แบบสอดลิ้นเข้าไปด้วยสิ
แต่นั่นมันทำให้เขาพิสูจน์ได้ว่า...
“ไม่จืดนี่หว่า...โคตรหวานเลย”
คนตัวเล็กที่วิ่งหนีจากคนที่ปล้นจูบถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงพื้นมาไกลสุดได้แค่หน้าบ้านเท่านั้นแหละตอนนี้ขาของรุ้งพราวสั่นไปหมด ทั้งน้ำเสียงและการกระทำของริคคาโดมันช่างสวนทางกับคำพูด
“ไอ้บ้านั่นจูบเรา !” คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ออกมา มันทั้งตกใจทั้งช็อก รวมถึงรู้สึกแปลกๆ วาบหวิวในช่องท้อง ถ้าเธอไม่ตัดสินใจทำแบบนั้นลงไปคง...
“มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก เราจะไม่ยอมอยู่ที่นี่” มือบางถูปากตัวเองหวังลบคราบของผู้ชายคนนั้นออกไปให้หมด
ปากบอกเกลียดแต่ทำไมชอบเข้าใกล้ นี่แค่วันแรกที่ได้อยู่กับริคคาโดเธอยังโดนขนาดนี้เลย หมายถึงตอนที่สติเต็มร้อยน่ะนะ อันที่เสียไปเธอไม่อยากจะนับมัน บางทีมันอาจจะไม่เกิดขึ้น คงต้องรอให้ถึงอาทิตย์หน้าเธอจะได้ไปตรวจให้แน่ใจ
“อ้าวนายหญิง ทำไมถึงลงไปนั่งกับพื้นแบบนั้นล่ะคะ” รุ้งพราวเงยหน้ามองตามเสียงก็พบว่าชบากำลังเดินมา ในมือหอบเสื้อผ้ามาด้วยเดาว่าคงเป็นของเธอ เมื่อจิตใจเริ่มเข้าที่เข้าทางจึงลุกขึ้น อดระแวงไม่ได้จึงหันกลับเข้ามองในบ้าน หวังว่าริคคาโดคงไม่ตามออกมาหรอกนะ
เธอไม่รู้จะทำหน้าหรือพูดคุยกับเขาอย่างไรดี
“คือ...อ้อ ฉันออกมารอชบานั่นแหละ ไม่มีชุดใส่นอนนี่นา” รุ้งพราวบอกยิ้มๆ ก่อนจะรับชุดที่ชบาหอบมาให้ “ขอบใจมากนะชบา”
“ชบาเอามาให้สองชุดเองค่ะ กลัวนายหญิงจะไม่มีชุดใส่นอน ส่วนที่เหลือเดี๋ยวพรุ่งนี้ชบาจัดการรีดให้แล้วจะเอามาให้อีกทีนะคะ” คนฟังพยักหน้ารับ ก่อนที่ชบาจะขอตัวกลับแต่มือบางรั้งเอาไว้เสียก่อน เธอไม่อยากกลับเข้าไปในบ้าน บอกตามตรงว่าตอนนี้ตัวเธอกำลังสั่น กลัวคนบ้านั่นจะมาลวนลามเธออีก
