บทที่ 2 2

“ฉันคงต้องยกเลิกการหมั้นระหว่างแกกับหนูอลิส เพราะแกฝืนคำสั่ง” เสียงเฉียบขาดของอัครเดชทำให้ริคคาโดตวัดตามองไปยังร่างบางที่นั่งหน้าซีดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรังเกียจมันน่าสะอิดสะเอียนปนขยะแขยงตัวเอง        นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเขาไปจิ้มแม่นี่มาอีท่าไหน

“ไม่ ! ยกเลิกไม่ได้นะพ่อ ผมรออลิสมานานตั้งนานแล้ว น้องเองก็ตอบตกลงแล้วด้วย” ริคคาโดลุกขึ้นพร้อมกับโวยวายเสียงดังเรียกให้คนเป็นพ่อถึงกับต้อง  ชี้หน้า ริคคาโดถึงได้ยอมกลับไปนั่งที่ตัวเอง

“ถ้าคุณพ่อรู้เข้า อลิสเกรงว่าจะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ ยังไงก็ปิดไม่มิดหรอกค่ะ” อลิสราบอกเสียงสะอื้นแสร้งทำเป็นปาดน้ำตา เธอละรังเกียจผู้ชายคนนี้เหลือหลาย ใครจะยอมมีผัวหน้าตาเยี่ยงโจรแบบนี้กัน ผมเผ้าก็รุงรังหนวดเฟิ้ม    จนมองแล้วน่าขนลุก

นึกถึงเรื่องอย่างว่ายิ่งทำให้อลิสราถึงกับลอบเบะปากออกมาอย่างรังเกียจ ไอ้บ้านี่คงซาดิสม์รุนแรงจนร่างกายของเธอต้องระบมช้ำในแน่ๆ

“ก็อย่าบอกพ่อสิอลิส !” คนไม่อยากถอนหมั้นหันไปบอกหญิงสาวในดวงใจ เขาแอบรักแอบชอบมาตั้งแต่เด็กๆ เรื่องอะไรจะยอมถอนหมั้นง่ายๆ

“ไอ้ริค ! หุบปากเดี๋ยวนี้ !”

อัครเดชปามลูกชายที่ขยันหาเรื่องปวดหัวมาให้ตลอดเหลือบมองแม่หนู  ที่เสร็จไอ้ลูกชายตัวดีแล้วก็แอบสงสาร

ตัวเล็กร่างบางแบบนั้นจะรับอารมณ์ของลูกชายของเขาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ และตั้งแต่เข้ามาหลังจากที่ยกมือไว้เขาเธอก็เอาแต่นั่งก้มหน้าไม่พูดไม่จา

“อลิสขอตัวก่อนนะคะ ร้องไห้จนปวดหัวไปหมดแล้ว” อลิสราไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แล้ว กลัวว่าริคคาโดจะบ้าบิ่นหาเรื่องมาอ้างนู่นอ้างนี่จนแผนเธอเสีย กว่าจะจับให้ทั้งสองคนนอนด้วยกันได้เล่นเอาเธอแทบตาย

“นพพาอลิสออกไปที อลิสปวดหัว” เธอตะโกนบอกคนติดตามของเธอ   ที่ยืนรออยู่ข้างหน้า

“แกเป็นใคร มาจับไม้จับมืออลิสของฉันได้ยังไง เอามือออกไปซะ !”     ริคคาโดก้าวพรวดมายืนขวางร่างสูงกำยำของผู้ชายคนหนึ่ง

“คนนี้มานพ คนติดตามของอลิสเองค่ะ เขาเป็นลูกน้องของคุณพ่อ...” มานพยักคิ้วข้างหนึ่งให้ริคคาโดด้วยความสะใจ ก่อนจะก้าวมาประคองอลิสราแล้วพาคุณหนูของเขาออกไป

“เอาล่ะ ถึงคราวที่จะต้องพูดกันอย่างจริงๆ จังๆ” อัครเดชพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ปวดหัวกับอารมณ์ของริคคาโดเหลือเกิน มันได้เลือดของแม่มาเต็มๆ จนทำให้เขาเอือมระอาบ่อยๆ

แต่ก็ยังดีที่เรื่องงานริคคาโดทำได้ดีอย่างไม่มีที่ติ

“หนูชื่ออะไรนะ” อัครเดชถามรุ้งพราวที่เอาแต่นั่งกุมมือตัวเอง คิ้วนั่นขมวดเข้าหากันครุ่นคิดอะไรบางอย่างเหมือนกับใจของเธอล่องลอยไปไกล

“พ่อฉันถามน่ะ ได้ยินไหมยัยนมจืด !” ริคคาโดตะคอกรุ้งพราวจนเธอสะดุ้งเฮือก อดที่จะปรายตามองผู้ชายปากร้ายข้างๆ นี่ไม่ได้

เธอจะทำอย่างไรดี ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องบัดซบนี่จะเกิดขึ้นกับเธอ เคราะห์กรรมอะไรของชีวิตนะ คิดแล้วก็ได้แต่เศร้าใจแล้วเธอจะบอกกับครอบครัวของเธออย่างไรดี

“ขอโทษค่ะ คุณลุงว่าอย่างไรนะคะ” รุ้งพราวยกมือไหว้ขอโทษผู้สูงวัย   ถึงเธอจะเกลียดชังชายหนุ่มลูกครึ่งหน้าโจรที่กลายเป็นสามีทางพฤตินัยเธอ      มากเพียงใด แต่คนอย่างรุ้งพราวแยกแยะออกว่าใครเป็นใคร

“ชื่ออะไรล่ะ...เราน่ะ”

“รุ้งค่ะ รุ้งพราว” เธอตอบเสียงแผ่วเบา ทำใจไม่เหล่มองผู้ชายข้างๆ ที่เอาแต่จ้องหน้าเธอตาแทบทะลุ

“อืม...เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้วนะ ลุงคงไม่ถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะยังไงไอ้ริคมันก็ต้องรับผิดชอบหนู เรื่องมันเกิดในห้องนอนของลูกชายลุง คิดว่าคงไม่มีใครลากเข้าไปหรอกนอกจากตัวของมันเอง” ริคคาโดลุกพรวดแล้วถีบเก้าอี้สุดแรง

โครม !

รุ้งพราวหลับตาปี๋หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมามองแล้วก็แทบหลบสายตาของริคคาโดไม่ทัน เมื่อเขาจ้องหน้าเธออย่างเคียดแค้น    ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธออย่างนั้น

คิดว่าเธออยากจะได้ผู้ชายแบบนี้มาเป็นสามีหรือพ่อของลูกหรือไงกัน ! ผู้ชายคนนี้ยังไม่ได้เสี้ยวความดีของศุภณัฐเลยด้วยซ้ำไป

รุ้งพราวได้แต่คิดอย่างเศร้าใจเธอมาที่นี่ตามคำชวนของอลิสราเพื่อมาพักรักษาแผลใจแท้ๆ ไม่คิดว่าจะมีเรื่องที่น่าปวดหัวทำเอาชีวิตเธอพลิกฝันในเวลาไม่ถึงวันแบบนี้

“ไม่เอา ยังไงก็ไม่นะพ่อ จะให้ผมเอายัยนี่มาทำเมียเหรอ เอาไปต้มให้หมามันกิน หมามันยังอ้วกเลย ไร้รสชาติจืดชืด” คำต่อว่าสาดทอของริคคาโดทำให้รุ้งพราวต้องกำหมัดไว้แน่น

“หยุดคำพูดหมาๆ ของแกเดี๋ยวนี้ไอ้ริค ไม่งั้นฉันจะจุดธูปเรียกแม่แกมากระทืบ” อัครเดชบอกเสียงเข้ม

“จุดให้ตายแม่ก็ไม่มา แม่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธนะพ่อ” พอเอ่ยถึงคนเป็นแม่ริคคาโดก็เสียงอ่อนลงทันที ไม่มีหรอกผู้หญิงที่สวยและใจดีเหมือนกับแม่ของเขา

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงแกก็ต้องรับผิดชอบหนูรุ้ง ฉันเคยบอกแกเอาไว้แล้วนะ เตือนแกมาหลายรอบว่าถ้ามันเกิดขึ้นในบ้านของแก แกต้องรับผิดชอบไม่มีข้อยกเว้น !” ดื้อด้านไม่มีใครเกิน เขาเองก็ปวดหัวอยากให้มันมีเมียคอยตามควบคุมสักที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป