บทที่ 22 22
ลองโทรหาอลิสราดูอีกรอบเพื่อนสาวก็ยังไม่รับสายเธอสักครั้ง รุ้งพราวถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยได้แล้วกระมังกับเรื่องราววุ่นวายบ้าๆ นี่ เธอไปหากุญแจสำรองกับพนักงานมาโดยอ้างว่าอัครเดชอนุญาตแล้ว มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกกับการโกหกแบบนี้ แต่เธอต้องการหาทางรอดเอาไว้ก่อน เผื่อบางทีริคคาโดเกิดหน้ามืดทำอะไรเธอขึ้นมาอีกจะได้หนีมานอนที่บ้านพักหลังนี้
“อลิสยังไม่เก็บของไปจริงๆ ด้วย” ค่อยยังชั่วหน่อยที่อย่างน้อยตอนนี้ อลิสราก็ยังไม่หนีกลับไปก่อน จะยืนยันกับเพื่อนว่าตัวเธอนั้นยังไม่ได้ถูกริคคาโดล่วงเกิน นอนคิดทั้งคืนเธอค่อนข้างมั่นใจเพราะลองแอบเปิดอินเตอร์เน็ตค้นหาและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอย่างนั้น
ส่วนมากคนที่มาเล่าประสบการณ์มักจะพูดไปในทางเดียวกันว่า...ครั้งแรกมันจะเจ็บพอสมควร ตื่นขึ้นมาจะระบมบางครั้งถึงกับลุกไม่ขึ้นนอนซม บางคนก็ ไข้ขึ้นไม่สบายไปสองสามวันเลยทีเดียว
แต่เธอกลับ...ไม่รู้สึกอะไรเลย ร่างกายไม่มีส่วนไหนผิดปกติ เนื้อตัวก็ไม่มีรอยสักนิด เอ่อ...หมายถึงพวกรอยเขี้ยวรอยจูบทำนองนี้
รุ้งพราวสะดุ้งเฮือกมือบางทาบอกตัวเองอย่างตกใจเมื่อโทรศัพท์แผดเสียงร้องขึ้นมา เธอขำตัวเองเล็กน้อยที่ตกใจอะไรไม่เข้าเรื่อง รายชื่อคนที่โทรเข้าทำให้เธอต้องยิ้มออกมา
“ค่ะแม่” เธอล่ะคิดถึงบ้านมากตอนนี้ อยากจะกลับไปหาบิดามารดาเหลือเกิน รอให้จบเรื่องนี้ก่อนเถอะ
‘รุ้ง...โอเคไหมลูก เป็นยังไงบ้างจะกลับบ้านตอนไหน’ นี่สินะ ไม่มีใครเป็นห่วงเราเท่ากับบุพการีอีกแล้ว ท่านคงเป็นห่วงเธอคงกลัวว่าเธออาจจะยังทำใจไม่ได้เรื่องนั้น
“โอเคมากค่ะแม่ ทะเลที่นี่สวยมาก” เรื่องทะเลน่ะสวยจริง แต่เรื่องที่ท่านถามว่าโอเคไหมตอบได้เต็มปากเลยว่าไม่
แต่เธอก็ไม่อยากพูดออกไปให้ท่านกังวลหรือเป็นห่วง เธอโตแล้วควรแก้ไขปัญหานี้เอง อีกอย่างไม่อยากให้ติณสูรรู้เรื่องบ้าๆ นี่ด้วย พี่ชายเธอเป็นพวกอารมณ์ร้อนจะอธิบายอะไรให้ฟังก็ไม่ยอมหรอกถ้าอยู่ในโหมดอารมณ์ร้ายๆ
‘ตะวัน เอ่อ...พี่ไลลาเขาเป็นห่วงรุ้งเลยคะยั้นคะยอให้แม่โทรมาหาหนูน่ะลูก แม่ไม่ได้โทรมากวนใช่หรือเปล่า’
เธอพูดคุยกับมารดาและพี่สาวที่พลัดพรากจากกันมานานประมาณยี่สิบนาทีได้ก่อนจะวางสายไป โดยก่อนจะวางเธอได้บอกกับครอบครัวว่าคงกลับราวๆ อาทิตย์หน้า
ในเมื่อเธอมั่นใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนเรื่องท้องนั่นพับเก็บไปได้เลยมันไม่มีวันเป็นจริง
“ทนอีกไม่กี่วันเราก็จะหลุดพ้นจากนายนั่นแล้ว”
พลั่ก !
ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างแรงจนรุ้งพราวต้องรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งพอเห็นว่า ‘ใคร’ ที่เข้ามาแบบไร้มารยาทถึงกับล้มตัวลงนอนต่อทันที
คนบ้าอะไรตายยากตายเย็น ! แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่
“เห็นหน้าฉันแล้วรีบนอนอ่อยเลยว่างั้น ?”
ริคคาโดย่างสามขุมเข้าหาหญิงสาวที่นอนบนโซฟานุ่ม ดูเหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับสิ่งที่ทำหรือพูดออกไปที่โต๊ะอาหาร คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หายอยากจะสั่งสอนแม่นี่เสียเหลือเกิน
“ความคิดสกปรก” รุ้งพราวลุกขึ้นนั่งอีกครั้งแถมยังขยับห่างไปมุมสุด แต่นั่นเป็นการเปิดช่องโอกาสให้ชายหนุ่มนั่งแทนที่เสียอย่างนั้น
“เมื่อไหร่อลิสจะกลับมา” ริคคาโดมองข้าวของในห้อง เขาจำกระเป๋าใบสีชมพูของอลิสราได้ดี
“ไม่รู้ โทรไปก็ไม่รับสาย”
“แน่ล่ะสิ ถ้าฉันมีเพื่อนแบบเธอฉันตัดขาดแน่นอน เลิกคบ ! ผู้หญิงอะไรร้ายกาจ ผัวเพื่อนก็ยังจ้องจะเอา” คำเหยียดหยามพร้อมสีหน้าที่ดูถูกของริคคาโดนั้นทำให้รุ้งพราวรับมันไม่ได้
เขาโยนความผิดให้เธอคนเดียว ทั้งที่เอาจริงๆ แล้วตัวเขาเองก็ผิดเหมือนกัน เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และเธอคงไม่บ้าถอดเสื้อผ้านอนเปลือยกายแบบนั้น
ที่สำคัญสถานที่เกิดเรื่องก็ยังเป็นห้องนอนของเขา
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านพักหรือห้องนอนริคคาโดอยู่ส่วนไหนของเกาะนี้ ไม่มีทางที่เธอจะเดินดุ่มๆ กระโจนขึ้นเตียงเขาหรอก
“หยุดพูดจาดูถูกฉันได้แล้ว คุณควรส่องกระจกดูสารรูปและนิสัยตัวเองบ้าง ต่อให้คุณเป็นมนุษย์เพศผู้คนสุดท้ายบนโลก ฉันก็ไม่มีวันอยากได้คุณหรอก ริคคาโด !”
จะมีสักครั้งบ้างไหมที่ไม่ต้องปะทะคารมณ์กัน เธอเหนื่อยเป็นเหมือนกันนะแค่มองหน้าเขาเธอก็เหนื่อยแล้ว
คนบ้าอะไรปากร้ายยิ่งกว่ากรรไกร เอาแต่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ !
“อย่าคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแล้วจะสู้ผู้ชายอย่างคุณไม่ได้นะ เรื่องกำลังน่ะแน่นอนว่าสู้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าผู้หญิงมีมารยาอยู่ในตัวทุกคน ไม่ชอบใช่ไหมผู้หญิงจืดๆ คอยดูแล้วกันจะทำให้ติดหนึบอยู่กับฉันไปตลอดเลย ดูแล้วพ่อของคุณท่าจะรักและเอ็นดูฉันเหลือเกิน อ้าแขนเตรียมรับเป็นลูกสะใภ้ทุกเมื่อ คิดๆ ดูแล้วเป็นนายหญิงของเกาะนี้ก็ดีเหมือนกันนะว่าไหมคะคุณริคคาโด !”
ให้ตายเถอะ ! สาบานได้ว่านี่คือประโยคที่ยาวที่สุดเท่าที่เธอเคยพูดมา ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดออกไปแบบนั้นสมองประมวลผลไวมากจนเธอเองยังตกใจ รุ้งพราวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อริคคาโดจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เธอก็พูดไปแบบนั้นแหละ ใครจะไปยอมจมปลักอยู่กับผู้ชายร้ายๆ อย่างเขา คำก็ว่าสองคำก็ตะคอกใส่ เธอก็โมโหเป็นเหมือนกันนะ ให้เขารู้เสียบ้างว่าเพศหญิงไม่ใช่เพศที่อ่อนแอหรือจะยอมให้ผู้ชายข่มเป็นฝ่ายเดียว
“อยากเป็นเหรอ นายหญิงของเกาะนี้...” ริคคาโดกระตุกยิ้มมาดร้ายเขยิบเข้าหาร่างบางที่นั่งเบิกตากว้าง คิดเหรอว่าเขาจะเชื่อคำพูดบ้าๆ นั่น ทั้งเขาและเธอก็มีความรู้สึกไม่ต่างกันหรอก “ช่วงนี้ฉันโดนพ่อห้ามไม่ให้ขึ้นฝั่งไปปลดปล่อยหาความสำราญเสียด้วยสิ บางที...ถ้าได้อะไรมาแก้ขัดแก้คันบ้างก็คงจะดี เธอว่าอย่างนั้นไหมรุ้งพราว” มือหนาตรงเข้าบีบคางมนจนปากเรียวบางแยกออกจากกัน
