บทที่ 6 6
รุ้งพราวทำใจดีสู้เสือแม้ว่าข้างในเธอจะกำลังหวาดกลัวชายหนุ่มอยู่มาก ก็ตาม บอกตัวเองว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นถูกแล้ว ริคคาโดควรยอมรับความจริง ถึงไม่เกิดเรื่องนี้อลิสราก็ไม่ยอมแต่งงานกับเขาหรอก ดูสินิสัยก็ไม่ดีหน้าตาก็รุงรังเต็มไปด้วยหนวดเครา
“ถ้าคุณทำร้ายฉัน…ฉันจะบอกพ่อของคุณ” ไม่รู้ล่ะ เธอต้องรีบดักเอาไว้ก่อน
“ทีอย่างนี้มากลัว เมื่อกี้ละปากดี ฉันเอาคืนเธอแน่ยัยจืด !”
รุ้งพราวเอนตัวไปด้านหลังเมื่อริคคาโดโน้มตัวมาพูดใกล้ๆ น้ำเสียงของเขานั้นทำเอาเธอขนลุกซู่
“นี่…ออกไปนะ เอามือออกไปด้วย ไหนว่าฉันมันหน้ารังเกียจยังไงล่ะ” รุ้งพราวโวยวายเสียงสั่น ตอนนี้เขารั้งเอวเธอเข้าหาตัวด้วย ตกใจจนทำตัวไม่ถูกแล้ว
“คิดว่าฉันนึกพิศวาสผู้หญิงอย่างเธอหรือไงกัน เดินตามมาดีๆ อย่ามาลีลา ไม่อย่างนั้นคืนนี้…ฉันจะเล่นให้ขาเตียงสั่น หลับตาจิ้มๆ ไปก็คงไม่เป็นอะไร” คนตัวโตเหยียดยิ้มเมื่อจับจุดได้ว่าคนตัวเล็กกลัวอะไรมากที่สุด ตอนนี้คนในอ้อมกอดตัวสั่นจนอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ถ้าไม่ติดว่ามีสายตาดุๆ คู่หนึ่งกำลังจ้องมองอยู่ละก็…
เขาเหวี่ยงแม่นี่ลงทะเลไปนอนกับปะการังแล้ว !
“ผู้ชายป่าเถื่อน คุณจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ” มือบางยันอกแกร่งเอาไว้สุดแรง
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ในเมื่อเราเคยจุดจุดจุดกันไปแล้ว หึ…” ปลายจมูกโด่งแกล้งเฉียดผ่านแก้มใส ร่างบางตัวแข็งทื่อเช่นเดียวกับคนแกล้ง
อะไรวะ…ทำไมไม่เหม็น มันหอมกว่าที่คิดไว้เสียอีก…
“เดินตามมาเร็วๆ อย่าให้โมโหไปมากกว่านี้ !” ผลักออกไม่แรงนัก แล้วตวาดใส่กลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆ แค่แก้มหอมๆ ทำไมเขาจะไม่เคยดม ผู้หญิงคนอื่นตัวหอมกว่าแม่นี่ตั้งเยอะไม่เห็นต้องแปลกใจ ริคคาโดได้แต่บอกตัวเอง
“คนบ้า อารมณ์แปรปรวนอย่างกับประจำเดือนมา” ปากเรียวบางบ่นเบาๆ พลางใช้มือถูแก้มตัวเอง หนวดบ้าๆ นั่นทิ่มแก้มเธอจนรู้สึกแสบไปหมดแม้ว่าจะแปปเดียวก็ตาม เขาควรโกนหนวดบ้างทำตัวอย่างกับอยู่ในป่าไม่ออกมาหาอะไรกินอย่างนั้นแหละ
“โว้ย ! ลีลาท่ามากเดี๋ยวจะจับลงทะเล ลองในน้ำก็น่าเร้าใจดีนะ”
รุ้งพราวถึงกับชะงักเมื่อจู่ๆ ริคคาโดหยุดเดินแล้วหันกลับมาตะโกนเร่งเธอก่อนจะพูดจาได้อย่างน่ารังเกียจ “ลองดูดีไหม เผื่อน้ำทะเลจะได้หายเค็มเมื่อได้เจอเธอ”
“หยุดพูดแบบนี้ได้แล้ว ไม่เห็นเหรอว่าพ่อของคุณยืนมองอยู่” เพราะแบบนี้ใช่หรือเปล่า ริคคาโดถึงไม่กล้าสั่งสอนโทษฐานที่เธอตะโกนใส่หน้าเขาก่อนหน้านั้น
“อย่าปากดีล่ะ ฉันไม่ได้ขู่…แต่จะจัดจริงๆ หากเธอคิดจะลองดี” ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาหาแล้วบอกเสียงเข้ม ก่อนจะคว้ามือบางลากคนตัวเล็กเพื่อเดินกลับไปบ้านหลังงามของเขา
แต่หลังจากนี้จะต้องมีใครอีกคนมาร่วมชายคาด้วย
“เบาๆ หน่อยสิคุณฉันเจ็บนะ ไม่ต้องกำแน่นขนาดนั้นก็ได้” รุ้งพราวประท้วงเสียงอ่อนเมื่อมือหนานั้นกำรอบข้อมือของเธอไว้แน่น คิดดูแล้วกันว่า ริคคาโดตัวใหญ่กว่าเธอมากขนาดไหน
“ต่อหน้าพ่อฉัน เราต้องดีกัน” เขาสั่ง
“ฉันไม่เคยร้ายกับคุณ มีแต่คุณ…” รุ้งพราวเบ้หน้าเมื่อริคคาโดออกแรงบีบข้อมือ
“นี่ไงที่เถียงๆ อยู่นี่ไม่ใช่หรือไงกัน !” เตรียมจะอ้าปากแต่ต้องรีบหุบปากเมื่อเจอดวงตาคมเข้มนั่นถลึงตาใส่
“ยิ้มสิ” รุ้งพราวได้แต่มองหน้าชายหนุ่มตาปริบๆ ทำไมเขาถึงปรับอารมณ์ไวเหลือเกิน “ฉันบอกให้ยิ้มไง ทำเหมือนมีความสุขดีตอนที่อยู่กับฉันทำให้พ่อฉันเห็น” เขากระซิบเสียงลอดไรฟัน
“อยู่กับคุณ ฉันจะไปมีความสุขได้ยังไง… ยิ้มแล้วๆ” คนตัวเล็กยอมทำตามที่ชายหนุ่มบอกเมื่อเขาปล่อยมือเธอ แต่เกี่ยวเอวเข้าหาตัวจนต้องรีบส่งยิ้มหวานๆ ไปให้
“น่ารักแบบนี้ พี่ริคจะให้รางวัลชุดใหญ่”
รุ้งพราวถึงกับขนลุกไปทั้งร่าง รางวัลบ้าบออะไรนั่นเธอไม่อยากจะได้มันสักนิด !
อัครเดชหรี่ตามองไอ้ลูกชายตัวดีอย่างไม่ไว้ใจ ตอนแรกตั้งใจจะมาหาข้าวทานที่บ้าน เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกสะใภ้ในอนาคต เขาไม่รู้หรอกว่าแท้จริงแล้วริคคาโดและรุ้งพราวไปลงเอยกันแบบนั้นได้ยังไง แต่ในเมื่อมันลงล็อกแบบนี้แล้วเขาไม่อยากจะอยู่เฉย
รู้สึกถูกชะตากับรุ้งพราวจริงๆ ผู้หญิงที่ดูนิ่งๆ เรียบๆ แต่ข้างในเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามแบบนี้ ไม่มีใครเหมาะกับตำแหน่งนายหญิงคนใหม่เท่ากับหญิงสาวคนนี้อีกแล้ว อีกไม่นานริคคาโดก็ต้องเข้ามาดูแลเกาะแทน เห็นมันกะล่อนลอยชายไปแบบนี้แต่เรื่องงานใช้ได้ เว้นเสียแต่เรื่องผู้หญิงที่มันชอบทำให้เขาปวดหัวอยู่ทุกวี่ทุกวัน
รวมไปถึงแม่หนูอลิสรานั่นด้วย หญิงสาวเมืองกรุงจะมาทนใช้ชีวิตกับทะเลได้อย่างไร เหมือนหญิงสาวที่ลูกชายโปรดจะไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนี้
“ไปเดินเล่นมาเหรอหนูรุ้ง ลุงตั้งใจจะมาคุยด้วย แต่เข้าบ้านมาก็ไม่เห็นเสียนี่”
“เอ่อค่ะ...” รุ้งพราวส่งยิ้มอ่อนๆ ให้อัครเดช จนถึงตอนนี้มือหนาของคนข้างๆ ก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวเธอเลยด้วยซ้ำ เขาไม่ต้องการให้เธอมาร่วมใช้ชีวิต อยู่ด้วยแต่ทำไมถึงต้องทำดีต่อหน้าพ่อของเขาด้วยล่ะ
หรือจริงๆ แล้วริคคาโดกลัวคนเป็นพ่อ ?
“ทำหน้าให้มันเป็นธรรมชาติๆ หน่อยสิยัยจืด” เสียงเข้มก้มลงกระซิบบอกเสียงลอดไรฟันจนร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“นี่ก็ธรรมชาติสุดๆ แล้ว” เธอตอบกลับเสียงเบา ไม่ชอบเลยกับการที่ต้องมาแสดงอาการอะไรที่มันฝืนใจตัวเอง
“ธรรมชาติลงโทษชัดๆ” คนตัวโตสบถในลำคอแต่คนตัวเล็กก็ยังได้ยิน
