บทที่ 7 7

ผู้ชายปากร้าย คำสองคำยังไงก็ขอให้ได้ว่าเธอ คนโรคจิต !

“นี่ไงพ่อ ยัยนี่ไม่หนีหายไปไหนหรอก พ่อกลับไปได้แล้ว” ริคคาโดบอกเสียงเนือยๆ พะอืดพะอมจะแย่ที่ต้องมาทำเป็นรักใคร่ยัยเตี้ยข้างๆ สูงยังไม่เท่าไหล่ของเขาด้วยซ้ำไป

ไร้ประโยชน์...แบบนี้จะใช้ปีนเก็บลูกมะพร้าวยังทำไม่ได้เลย ลิงที่เลี้ยงไว้ยังมีคุณค่ากว่าเยอะ

“วะ...ไอ้นี่ !” คนเป็นพ่อชี้หน้าลูกชาย “ไล่จังไอ้ริค ทำไมแกมีอะไรที่    ไม่อยากให้ฉันอยู่ดูหรือไงกัน อย่าคิดว่าฉันจะอ่านความคิดแกไม่ออกนะ เลี้ยงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย แค่แกอ้าปากฉันก็รู้หมดแล้ว !”

“อะไรเนี่ยพ่อ จะมาวุ่นวายอะไรนักหนา ก็บอกแล้วว่ายอมรับๆ ให้     ยัยจืดนี่อยู่ที่บ้านก็ได้ แค่เดือนเดียวถ้าไม่ท้องก็ถีบส่งกลับบ้านไปได้ใช่ไหม” คนที่เพิ่งบอกว่าต่อหน้าบิดาให้แกล้งดีกัน สุดท้ายกลับเป็นคนหัวเสียหลุดอาการออกมาเสียเอง

รุ้งพราวแอบถอนหายใจนิดหน่อยเมื่อมือหนาของคนข้างกายยอมปล่อยเอวของเธอให้เป็นอิสระ ไม่รู้ว่าริคาโคลืมตัวหรืออย่างไรถึงได้โอบเอวเธอเอาไว้ตั้งนานสองนาน ไม่ได้รังเกียจหรือชอบอะไรนะ แต่มันรู้สึกแปลกๆ กับคนที่ตะโกนปาวๆ ว่าไม่ชอบขี้หน้ากัน

แต่มาแตะเนื้อต้องตัวเสียนี่..

แต่...ความจริงเธอกับเขาก็ทำกันมากกว่าแตะเนื้อต้องตัวใช่หรือเปล่า...  ใช่ไหมนะ

ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว คืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อยากหาคำตอบแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน !

“ยื่นหน้ามาใกล้ๆ ซิไอ้ริค” อัครเดชมองหากิ่งไม้หรืออะไรสักอย่างที่พอจะฟาดปากของลูกชายตัวดี นับวันคำพูดของมันยิ่งฟังยิ่งน่ากระทืบ “ตอนเด็กๆ ไม่เห็นจะปากหมาแบบนี้”

“มันก็ได้มาจากพ่อนั่นแหละ ทำเป็นพูดไป” ริคคาโดบอกพลางหัวเราะเล็กน้อย เขาชอบเวลาที่เห็นคนเป็นพ่อมีอาการคันไม้คันมือแบบนี้มันสนุกดี

“เอาน่าพ่อ...ไม่เห็นยัยจืดนี่จะว่าอะไรผมเลย ใจเย็นอย่างกับน้ำแข็งในช่องฟรีซ”

“มันเกี่ยวอะไรกับน้ำแข็งในช่องฟรีซ” คนถูกพาดพิงหันไปถามอย่างงงๆ แต่รอยยิ้มร้ายกาจของคนตัวโตนั่นทำให้รุ้งพราวชักไม่อยากจะรู้ความตอบของมัน

“น้ำแข็งในช่องฟรีซก็...ไม่ต้องเสียเงินไง ทำเองได้ฟรีด้วย เหมือนกับเธอได้มาฟรีเฉย” ริคคาโดแทบกลั้นขำไม่อยู่เมื่อเห็นสีหน้าของรุ้งพราว เธอเหวอและดูโกรธมากผิดกับสิ่งที่ได้พูดออกไปเมื่อครู่ แบบนี้มันยิ่งน่าแกล้งอีกเรื่อยๆ ถ้าไม่ติดว่าบิดาของเขายังอยู่ด้วยละก็ จะแกล้งให้แม่นี่ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปเลย

“ซุบซิบอะไรกัน แกแกล้งอะไรหนูรุ้งอีกไอ้ริค อย่านะไม่อย่างนั้นข้อตกลงเป็นอันโมฆะ”

“ไม่ได้นะพ่อ ไหนตกลงกันแล้วไง นี่ผมก็ทุ่มสุดตัวเลยนะ ขนลุกจะแย่ไม่รู้หรือไง”

ร่างสูงบอกพร้อมเอามือลูบแขนตัวเองทำราวกับขยะแขยงหญิงสาวข้างตัว จนรุ้งพราวอยากจะกระโดดข่วนหน้าแรงๆ

“เอ้อ...ให้มันจริงเถอะไอ้ริค ถึงวันนั้นถ้ากลืนน้ำลายตัวเองฉันจะขำให้สำลักน้ำลาย” อัครเดชหัวเราะอย่างมีเลศนัย ไอ้ปากพล่อยๆ ที่ว่าขยะแขยงนั่นเห็นเดินมาโอบเอวเขาไม่ยอมห่าง

ไอ้ริคเอ้ย...ไม่อยากจะบอกว่าเมื่อก่อนพ่อกับแม่ของแกก็เป็นแบบนี้แหละ

“อัปมงคลน่ะพ่อ พูดอะไรเพ้อเจ้อไปเรื่อย แต่ถ้ายัยนี่ท้องจริงๆ ก็อีกเรื่อง” พูดแบบนี้แล้วคนตัวเล็กชักหวั่นใจหากมันเกิดขึ้นจริงๆ

หากเธอท้อง…

มีลูกกับผู้ชายร้ายๆ อย่างริคคาโดเนี่ยนะ นึกแล้วสงสารลูกที่ต้องมีพ่ออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ “ไม่หรอกค่ะคุณลุง หนูคงไม่ท้อง”

“เอาน่า...อย่าเพิ่งมั่นใจ บางทีลูกชายของลุงน้ำยามันอาจจะแรงก็ได้ เหมือนพ่อของมัน ฮ่าๆ” เจ้าของเกาะพราวมุกหัวเราะออกมาสุดเสียงจนริคคาโดส่ายหน้าอย่างแหยๆ “เอาเป็นว่าเดี๋ยวเย็นๆ ลุงจะมาหาใหม่ มีเรื่องคุยด้วย นี่แค่มาดูหนูเฉยๆ กลัวไอ้บ้านี่มันอาละวาดเป็นหมา ไอ้ริคดูแลหนูรุ้งดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ช่วยอะไรแกสักอย่าง”

รุ้งพราวพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนที่อัครเดชจะเดินกลับไป เธออยากจะบอกกับท่านเหลือเกินว่าไม่ทันแล้ว ลูกชายของเขาอาละวาดยิ่งกว่าหมาบ้าเสียอีก เสื้อผ้าของเธอเปรอะเปื้อนไปหมดต้องจับซักยกกระเป๋า

“ถ้าเธอท้องจริงๆ ลูกของฉันต้องหน้าตาอัปลักษณ์มากแน่ๆ ยัยจืด”

“แล้วคุณคิดว่าตัวเอง...หน้าตาดีนักเหรอคะ” 

ดวงตากลมโตมองร่างสูงอย่างพินิจ ใบหน้าดุดันนั่นเต็มไปด้วยหนวดรกรุงรัง อย่างกับพวกติดอยู่บนเกาะมานานแรมปี “ไม่คิดจะโกนหนวดโกนเคราออกบ้างหรือ”

“อย่ามายุ่ง เดี๋ยวปั๊ด !” รุ้งพราวหลับตาปี๋เมื่อร่างสูงยกมือขึ้นหมายจะตบมือ แต่มันหาได้มีความเจ็บไม่จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา กลับพบว่าไร้ร่างของชายหนุ่มเสียแล้ว

“ผู้ชายบ้า หน้าตาอย่างกับโจร คนหลงตัวเอง เอาแต่ว่าคนอื่น” เสียงหวานบ่นอุบอิบ เมื่อกี้ตอนที่ริคคาโดยกมือขึ้นมาทำท่าจะฟาดเธอกลัวจริงๆ นะ ฝ่ามือของเขาใหญ่มาก ใหญ่กว่าหน้าของเธอเสียอีก แอบคิดว่าหากชายหนุ่มฟาดลงมาจริงๆ คอเธอคงหัก

“แอบด่าฉันอยู่ใช่ไหมยัยเตี้ย รีบๆ คลานเข่าเข้าบ้านมาเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าจะได้อยู่แบบสุขสบาย” ริคคาโดออกมายืนเท้าเอวแล้วตะโกนเสียงดัง รุ้งพราวจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ เจ้าคนโรคจิตนั่นกำลังแกล้งเธออีกครั้งเขาไม่ได้พูดจริงๆ และเธอก็ไม่ได้โง่จนยอมทำตาม

ใครมันจะบ้ายอมคลานเข่าเข้าบ้านกัน !

ริคคาโดกลับไปนั่งบนโซฟา ข้าวของที่เขากวาดลงยังกระจายเต็มพื้น แน่นอนว่าคนเก็บต้องไม่ใช่เขา ที่นี่ใครใหญ่ถ้าไม่ใช่ริคคาโด คนที่ควรเก็บกวาดคือยัยผู้หญิงร้ายเงียบอย่างรุ้งพราวต่างหาก คนที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องมาระบายอารมณ์กับของพวกนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป