บทที่ 9 9

คนป่าเถื่อน เธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งทำไมเขาถึงใช้กำลังกับเธอแบบนี้ สิ่งที่พูดไปมันคือเรื่องจริงเขาคงรับไม่ได้กระมังถึงได้ตอบโต้กลับมาเช่นนี้ !

“อย่าคิดว่ามีอะไรกับฉันเพียงครั้งเดียวจะผยองได้ ถึงพ่อจะดูชอบเธอแต่ไอ้ริคคนนี้เกลียดมาก เกลียดผู้หญิงหน้าแบบเธอ...สวยรึ ก็ไม่” ชายหนุ่มเพิ่มแรงกดเข้าไปอีกจนคนตัวเล็กเบ้หน้า มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจ “อยู่เฉยๆ อย่าขัดใจฉันดีกว่ายัยเตี้ย ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”

“คุณมันไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง”

“แล้วไง สุภาพบุรุษที่เธอว่าต้องทำอย่างไรล่ะ หรือว่าต้องการให้ฉันยอมรับผิดเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไง”

คนฟังหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่อาการเขินอายแต่อย่างใด หญิงสาวกำลังโกรธจนเลือดขึ้นหน้าต่างหากรีบเช็ดน้ำตาลวกๆ ทั้งที่ริคคาโดทำผิดด้วยการทำร้ายข้าวของ ของเธอแต่ยังมิวายรู้สึกผิด กลับกับผู้ชายมารยาททรามคนนี้ไม่มีความสำนึกเลยสักนิด มือบางกำเข้าหากันแน่น

เธอโกรธริคคาโดมาก ไม่ได้ต้องการให้เขารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น

แค่อยากได้ยินคำว่าขอโทษหรือแสดงความจริงใจเท่านั้น แต่นี่อะไรไม่สำนึกแต่ยังลอยหน้าลอยตากวนประสาทกันอยู่ได้

“มองแบบนี้…อยากซัดหน้าฉันล่ะสิ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ชอบใจที่ได้เห็นคนตัวเล็กยืนควบคุมลมหายใจข้างหน้านั่น แก้มซีดที่เหมือนไก่ต้มนั่นกำลังแดงระเรือจนอยากจะหัวเราะให้ลั่น

ยัยตัวเล็กนี่กำลังโกรธเขาจริงๆ ก็แน่ล่ะเสื้อผ้าของเธอโดนเขาละเลงไม่เหลือชิ้นดี ต่อให้เทผงซักฟอกทั้งถุงขยี้เป็นร้อยครั้งแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มหมดถุง      ก็ไม่คุ้ม ซื้อใหม่ง่ายกว่าเยอะบอกเลย !

“ฉันเป็นผู้หญิงที่มันสมองพอ ไม่ยอมเอามือตัวเองไปแตะต้องของสกปรกๆ อย่างนั้นหรอกค่ะ เชิญคุณดูทีวีต่อไปเถอะ” คนหน้าใสสะบัดก้นใส่ชายผู้จิตใจต่ำทราม ยิ่งเธอแสดงออกว่าโกรธริคคาโดยิ่งกลั่นแกล้งเธอ

ผู้ชายคนนั้นต้องการให้เธออยู่ที่นี่อย่างทุกข์ทรมาน เพราะเขาปฏิเสธคำสั่งของบิดาไม่ได้จึงเลือกที่จะทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุข

“เธอว่ายังไงนะยัยนมจืด” แขนเรียวเล็กถูกมือหนาคว้าเอาไว้เสียก่อนที่จะเดินออกไป รุ้งพราวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บมือคนตัวโตออกแรงบีบจนกระดูกแทบจะแหลก ดวงตาเรียวเล็กมองแขนตัวเองเปรียบเทียบกับฝ่ามือของคนตรงหน้า ริคคาโดสามารถกำแขนของเธอได้อย่างสบายๆ ผู้ชายใจร้ายไม่มีจริยธรรม เขาไม่คิดว่าเธอจะเจ็บบ้างหรือไงกันนะถึงได้บีบแรงขนาดนี้

“ฉันไปว่าอะไรคุณอีกล่ะ กำลังจะไปแล้วนี่ไง คุณก็นั่งดูทีวีต่อไปสิ” คนที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบพูดเสียงอ่อนไม่สบตาคมเข้มด้วยซ้ำ

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าที่ริคคาโดลุกขึ้นมาคว้าตัวเธอเอาไว้มันเป็นเพราะเหตุผลอะไร

ก็ในประโยคที่พูดไปนั้นเธอตั้งใจด่าเขาอ้อมๆ ใครจะไปรู้ว่าไอ้คนบ้าอำนาจนี่จะประมวลผลไวขนาดนั้น เห็นไว้ผมยาวขนาดนั้นนึกว่ามันดึงเซลล์สมองไปหล่อเลี้ยงเส้นผมหมดแล้ว

“หน้าซื่อๆ จืดๆ แต่ปากร้ายไม่หยอกเลยนะ ต่อหน้าพ่อฉันทำเป็นเรียบร้อยอย่างกับผ้าขี้ริ้วพับไว้” ยิ่งเทียบกันใกล้ๆ ยัยเฉิ่มตัวเล็กกว่าเขามากโข อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นลูกครึ่งด้วยกระมัง “นี่…ฉันบอกไว้ก่อนนะ ที่นี่ไอ้ริคคนนี้ใหญ่สุด อย่าคิดริอ่านมางัดข้อกันอีก ไม่อย่างนั้น…เธอถูกจับเชือดแน่” ชายหนุ่มทำท่าปาดคอใส่หญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นมอง

“ฉันก็ไม่ได้อยากจะอยู่ที่นี่สักนิด ถ้ารู้ว่ามาแล้วจะมาเจอคนแบบนี้ฉันคงทนเหงาอยู่บ้านดีกว่า ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะแค่เดือนเดียวเท่านั้น ถ้าเอ่อ…ไม่ท้อง ฉันจะรีบไปทันที” ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่ไม่อยากเห็นหน้ากัน เธอเองก็พะอืดพะอมไม่แพ้กันหรอกจะบอกให้

“แค่คิดก็ขนลุก ถามจริงๆ เถอะยัยนมจืด เธอคิดว่าเราจะมีอะไรกันจริงๆ อย่างนั้นเหรอ” ริคคาโดปล่อยแขนเรียวก่อนจะใช้ฝ่ามือถูกับกางเกงราวกับไปจับต้องของสกปรกมา คนมองถึงกับควันออกหูเมื่อเห็นการกระทำของชายหนุ่ม

“เอาแบบนี้ไหม ฉันว่าไปตรวจที่โรงพยาบาลดีกว่าว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ หรือเปล่า เราจะได้ไม่ต้องมานั่งทนมองหน้ากันแบบนี้ คุณเกลียดฉัน แต่ว่าฉันเกลียดคุณมากกว่า” รุ้งพราวถึงกับหลับตาปี๋เมื่อชายหนุ่มยกมือขึ้นทำเหมือนจะฟาดเธอ

“ใช้สะดือคิดหรือไง ถ้าเธอไปตรวจหมอจะมองหน้าฉันยังไงฮะยัยโง่    เขาจะคิดว่าฉันอดอยากจนต้องไปคว้าผู้หญิงหน้าอย่างเธอมาแก้ขัด แล้วคราวนี้เรื่องก็จะกระจายไปทั่วทั้งจังหวัด รู้ถึงไหนอายถึงนั่นไม่เอาหรอก   เธอต้องอยู่ที่นี่ให้ครบหนึ่งเดือน ให้มั่นใจว่าน้ำเชื้อของฉันไม่ได้แรงขนาดนั้น   เธอไม่มีบุญพอที่จะได้ฉันไปเป็นผัวหรอก”

ใครได้ผู้ชายคนนี้ไปเป็นสามีเรียกว่ามีบุญอย่างนั้นเหรอ ให้ตายเหอะ    ริคคาโดไปเอาความมั่นใจจากไหนมา ถึงได้กล้าคิดอะไรที่ไม่สร้างสรรค์เช่นนี้

“เอาเถอะ ฉันขี้เกียจพูดกับคุณแล้ว ขอตัวไปช่วยชบาซักเสื้อผ้าก่อน      แล้วก็…” นิ้วเรียวชี้หน้าชายหนุ่มเมื่อเขาทำท่าจะพูดแทรกขึ้นมา “กรุณาอย่าทำร้ายข้าวของ ของฉันอีกไม่อย่างนั้นฉันจะไปบอกคุณพ่อของคุณ” ได้ผลเกินคาดเมื่อยกบิดาของเขามาอ้าง ริคคาโดจ้องหน้าเธออย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะฟึดฟัดเดินกลับไปนั่งบนโซฟาเหมือนเดิม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป