บทที่ 10 10

“พี่รักหนูไหม” ทันทีที่ได้ยินคำว่าตัวเล็ก เด็กน้อยหยุดร้องทันที มันเป็นชื่อที่ผู้เป็นแม่มักใช้เรียกเสมอเวลาปลอบเธอให้หยุดร้องไห้ เธอจึงคิดเอาเองว่าคนที่เรียกเธอว่าตัวเล็กจะต้องรักและใจดีเหมือนกับมารดาของตน

“เอ่อ…รัก หยุดร้องนะตัวเล็ก อย่าอ่อนแอให้คนอื่นเห็น ถ้าร้องไห้ตั้งแต่เด็กโตขึ้นต้องร้องไห้ไม่หยุดแน่ๆ”

แสงประกายวาววับส่องเข้าตาเด็กน้อย มันเป็นแสงจากแหวนวงหนึ่งของพี่ชายแปลกหน้าที่โดนหลอดไฟสาดส่องจนเข้าตาเธอ

“สวยจังเลย หนูชอบแหวนวงนี้” ตัวเล็กของพี่ชายยิ้มดีใจ

“แหวนวงนี้แม่พี่ให้มา ตัวเล็กชอบเหรอ อยากได้หรือเปล่า” ชูนิ้วขึ้นมาแล้วกระดิกตรงหน้าเด็กน้อยจนเธอตาวาวแล้วรีบพยักหน้าทั้งที่ยังมีน้ำตาเปรอะเปื้อน “ถ้าให้แล้วห้ามร้องไห้อีกนะ”

“หนูจะไม่ร้องไห้ พี่เป็นอัศวินของหนูได้ไหม” มือน้อยๆ เขย่าแขนอัศวินที่ตัวเองตั้งให้ “หนูอยากเป็นเจ้าหญิง”

“ทำไมไม่อยากให้พี่เป็นเจ้าชายล่ะ” เด็กผู้หญิงในโรงเรียนล้วนแต่อยากให้เขาเป็นเจ้าชายทั้งนั้น ส่วนพวกเธอก็ตั้งตัวเป็นเจ้าหญิงเช่นกัน

เด็กน้อยส่ายหน้าจนผมสะบัดยุ่งเหยิง

“แม่บอกว่าอัศวินมีหน้าที่ปกป้องเจ้าหญิง พี่ปกป้องหนูนะ”

“ได้สิ พี่จะปกป้องตัวเล็กเอง” คนที่จับผัดจับผลูเป็นอัศวินถอดแหวนของตัวเองออกมาแล้วส่งให้เจ้าหญิง “เก็บเอาไว้นะ โตขึ้นเราต้องเจอกันอีกแน่ อัศวินจะมาตามหาเจ้าหญิงตัวเล็กคนนี้เอง”

“หนูจะเก็บไว้ติดตัวตลอดเลย พี่ชื่ออะไร” มือเล็กป้อมยื่นไปรับมาอย่างดีใจ ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้

“กวินทร์ เรียกสั้นๆ ว่าวิน” ลูบศีรษะตัวเล็กเบาๆ กวินทร์รู้สึกว่าเธอมีอิทธิพลแปลกๆ สำหรับเขา มันเป็นสิ่งที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน “แล้วเจ้าหญิงตัวเล็กชื่ออะไรล่ะ”

“หนูชื่อ…” ตัวเล็กกำลังจะตอบ แต่แล้วดวงตาที่ยังมีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่ก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นแม่รองเดินตรงมาทางที่เธอยืนอยู่

“หนูต้องไปแล้ว แม่มาตาม” ว่าแล้วเจ้าหญิงตัวเล็กก็รีบวิ่งออกจากสวนหลังร้านทันที เพราะกลัวแม่รองจะว่าหรือแอบตีเธออีก

กวินทร์ได้แต่มองตามร่างเล็กๆ วิ่งไปจนลับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ “โตขึ้นพี่จะตามหาเธอเอง เจ้าหญิงตัวเล็ก”

จวบจนกระทั่งกวินทร์เติบโตเป็นผู้ใหญ่และเป็นนักธุรกิจที่น่าจับตามองคนหนึ่ง เนื่องจากชายหนุ่มเป็นถึงทายาทเพียงคนเดียวของ คาร์ลวิน คาร์เนล เจ้าของสถาบันการเงินที่มั่นคงที่สุดในโลก แต่ทว่าเขากลับไม่มีความภาคภูมิใจที่ต้องสานต่อธุรกิจของบิดาแม้แต่น้อย หากมารดาไม่ร้องขอเขาไม่มีวันรับช่วงต่อแน่

“ผมโตแล้วครับแม่ ผมสามารถออกไปหางานทำเลี้ยงแม่ได้ ไม่ต้องพึ่งเงินของเขาหรอก” ตั้งแต่ครั้งแรกที่บิดาถูกจับได้ว่ามีผู้หญิงคนอื่น แทนที่จะหยุดพฤติกรรมอันน่ารังเกียจ แต่ตรงกันข้าม...การกระทำของผู้ที่เรียกตัวเองว่าพ่อกลับยิ่งหนักขึ้นทุกวันๆ จนเขาทนเห็นมารดามานั่งเสียใจอยู่อย่างนี้ไม่ไหว ด้วยหน้าที่การงานบิดาของเขาจึงต้องบินไปต่างประเทศหลายครั้งต่อเดือน ทำให้มีโอกาสได้พบเจอหญิงสาวมากหน้าหลายตาจนเผลอมีความสัมพันธ์กันถึงขั้นเลยเถิด

คนเป็นแม่อย่างภาวิษาได้ยินถึงกับส่ายหน้ายิ้มๆ กับความคิดของบุตรชาย “ไม่ได้หรอกลูก อนาคตอีกสิบปีหรือยี่สิบปีจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ ที่แม่อยากให้วินรับช่วงต่อจากพ่อเขาไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงิน” ภาวิษาเอื้อมไปจับมือลูกชาย “แต่เพราะที่พ่อเขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อครอบครัว เพื่อวินทั้งนั้น”

“หึ ครอบครัวเหรอครับ ถ้าพ่อทำเพื่อเราจริงๆ ทำไมแม่ต้องร้องไห้ทุกวัน” กวินทร์รู้ตัวว่าพูดแรงเกินกว่าเหตุ “ผมขอโทษครับแม่”

“แม่ไม่เป็นไรหรอก วินอย่าคิดมาก” ภาวิษาสูดลมหายใจเรียกความกล้า เธอมีบางอย่างต้องบอกกับลูกชายที่เธอรักมากที่สุด “วิน แม่ตัดสินใจแยกกันอยู่กับพ่อแล้วนะลูก แต่เราตกลงกันว่าจะไม่หย่าจากกัน...เพื่อวิน”

“แม่ครับ !! ผมจะไปอยู่กับแม่” ไม่ต้องคิดอะไรให้มาก ถ้าให้เขาทนอยู่บนกองเงินกองทองแต่ไม่มีมารดาเคียงข้าง เขาทนอยู่ไม่ได้หรอก

“แม่จะไปอยู่ที่ออสเตรเลีย เพื่อนของแม่เปิดร้านอาหารอยู่ที่นั่น”

สุดท้ายแล้วกวินทร์ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของมารดาได้เลย จะว่าเป็นคำสั่งก็ไม่เชิงแต่เป็นคำขอร้องของคนเป็นแม่มากกว่า เขารู้ว่าที่มารดาตัดสินใจทำแบบนี้เพราะทนอยู่อย่างเจ็บปวดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จึงเลือกไปใช้ชีวิตในอีกประเทศหนึ่ง  นับแต่นั้นมาหลังรับช่วงธุรกิจต่อจากบิดากวินทร์ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานและไม่กี่ปีต่อมาผู้เป็นพ่อก็จากไปอย่างสงบ แต่ถึงอย่างนั้นมารดาของเขาก็มาร่วมงานศพ ท่านมีแต่น้ำตาเจิ่งนองไปทั่วใบหน้าเพราะเสียใจที่ไม่ได้อยู่ในช่วงนาทีสุดท้ายของสามี และคำพูดสุดท้ายของบิดาทำให้เขารู้ว่าท่านรักมารดามากแค่ไหน

‘พ่อขอโทษที่ทำให้แกผิดหวัง แต่ผู้หญิงที่ฉันรักจริงๆ มีเพียงแม่ของแกคนเดียวเท่านั้น’

คำพูดแค่นั้นไม่อาจทำให้เขาเชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะนั่นไม่ใช่คำพูดสุดท้ายจริงๆ

...คำที่หลุดปากออกมาก่อนที่ท่านจะสิ้นใจคือ ‘ภาวิษา’ ชื่อมารดาหรือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบิดานั่นเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป