บทที่ 13 13

“ดูเหมือนแกจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนแม่นั่นเหลือเกินนะ” ยิ่งมีคนออกตัวแทนมัทนาแบบนี้ ยิ่งทำให้กวินทร์ไม่สบอารมณ์ เห็นหน้าหงิมๆ แบบนั้นเสน่ห์แรงไม่เบานี่นามัทนา...

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณมัท” ปฏิเสธเสียงร้อนรน

“ออกไป ไม่สบายแค่นี้ถ้าจะตายขึ้นมาก็ให้มันรู้ไป” ก็แค่สำออยหวังจะเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น แต่ถึงมัทนาจะเจ็บป่วยอย่างที่ว่าจริงๆ มันก็เป็นเรื่องของเธอไม่ใช่เรื่องของเขาเลยสักนิด

“เดี๋ยวก่อน !” กวินทร์เรียกลูกน้องคนสนิทก่อนที่วรวิชจะเปิดประตูออกไปเมื่อถูกปฏิเสธคำร้องขอ

“ครับคุณวิน” ชายหนุ่มหันกลับมองเจ้านายอย่างดีใจคิดว่ากวินทร์อาจจะสงสารหรือเห็นใจมัทนาบ้างสักนิด

“เรื่องไลลาไปถึงไหนแล้ว” วรวิชถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวังในตัวเจ้านายของตนเอง

“ทางเรายังไม่เจอตัวคุณไลลาเลยตั้งแต่วันนั้น เธอไม่ได้อยู่ที่บ้านครับ”

“ส่งคนตามดูพศวิตด้วย ฉันเชื่อว่าเขาต้องการซ่อนตัวไลลาให้ห่างจากฉัน” ดูเหมือนว่าพศวิตนั้นจะรักลูกสาวคนเล็กอย่างไลลามากกว่าลูกคนโตอย่างมัทนา เพราะตั้งแต่ที่มัทนาเข้ามาอยู่ที่นี่ถ้าไม่นับตอนที่นัดเจอกันที่ภัตตาคาร สองพ่อลูกคู่นี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เขาก็ไม่ได้สั่งห้ามติดต่อทางโทรศัพท์

“ได้ครับ คุณวินเรื่องคุณมัท...” ลองเสี่ยงพูดขึ้นมาอีกครั้ง และคำตอบที่ได้รับไม่ใช่คำพูดแต่เป็นสายตาคมกริบตวัดมองอย่างไม่พอใจ จนต้องรีบสงบปากสงบคำก่อนจะก้มหัวและรีบเดินออกจากห้องทันที

หลายชั่วโมงแล้วที่ร่างของลูกน้องคู่ใจอย่างวรวิชเดินออกจากห้องไป แต่ความรู้สึกแปลกๆ ยังทำให้กวินทร์ไม่สามารถขจัดสิ่งรบกวนในหัวออกไปได้ ตอนนี้เขาไม่มีสมาธิในการเคลียร์งานบนโต๊ะแม้แต่น้อย ใบหน้าเศร้าๆ ของมัทนาวนเวียนเต็มไปหมด กวินทร์เฝ้าถามตัวเองในใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

“ฉันก็แค่อยากมีเซ็กส์ ผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีค่ามากไปกว่านั้นมัทนา” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมา ดวงตาคมเข้มเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนบนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว ปกติช่วงนี้ของทุกวันจะเป็นเวลาที่มัทนาต้องมาทำหน้าที่บนเตียง

ทว่า...ตอนนี้คนที่สมควรทำหน้าที่บำเรอความอยากในกายเขากลับนอนป่วยอยู่ในห้องนอน  กวินทร์พยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ เพียงแค่นึกถึงเรือนร่างของมัทนาข้างในก็เริ่มร้อนจนต้องกัดฟันแน่น ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะให้เรื่องอื่นเข้ามาทำลายสมาธิในขณะที่กำลังทำงานอยู่แบบนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้    มัทนาไม่สามารถบริการเขาได้ ถึงได้กระสับกระส่ายอยู่แบบนี้

ภายในห้องเล็กชั้นล่างของคฤหาสน์ร่างของหญิงสาวกำลังนอนหายใจรวยรินเพราะโดนพิษไข้เล่นงาน ด้านข้างมีส้มโอคอยหมั่นเช็ดตัวให้ตลอดเวลาเพราะเจ้าของบ้านหลังนี้แสนโหดร้ายเหลือเกิน คนเจ็บไข้ได้ป่วยก็ยังไม่เมตตาปรานีพาไปให้หมอรักษา

“เวรกรรมอะไรของคุณมัทกันนะ”

“อือ” เสียงร้องแผ่วๆ ของมัทนาดังในลำคอ แต่พอให้คนดูแลได้ยิน

“คุณมัทคะ เป็นยังไงบ้างคะ” สาวร่างท้วมร้องถามด้วยความเป็นห่วง ใจอยากจะพามัทนาไปคลินิกใกล้ๆ นี่ แต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะคำสั่งของกวินทร์ถือเป็นคำขาดที่ทุกคนในบ้านต้องทำตาม

“ปวดหัวจังเลยส้มโอ” เหมือนมีอะไรกดทับตัวจนปวดเมื่อยไปหมด “แล้วมัทมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” วูบสุดท้ายที่จำได้คือเธออยู่บนห้องของกวินทร์

“คุณมัทเป็นลมที่ห้องคุณวินค่ะ ไม่สบายทำไมไม่บอกส้มโอตั้งแต่แรกคะ ส้มโอจะได้ขึ้นไปเรียนคุณวินให้”

“ถึงมัทใกล้จะตาย แต่ถ้าคุณวินสั่งมัทก็ต้องไปจ้ะ” คนป่วยหลับตาพูดอย่างขมขื่น และถ้าเดาไม่ผิดคนที่พาเธอมาถึงที่ห้องคงเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่กวินทร์แน่นอน

“โธ่ คุณมัท”

“ส้มโอเป็นคนพามัทมาที่ห้องใช่ไหมจ๊ะ” ถึงเธอจะไม่บริสุทธิ์เหมือนดั่งก่อนแต่เธอก็ไม่ปรารถนาจะให้ชายอื่นได้เห็นเรือนร่างของเธอ “ตอนนั้นมัทจำได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะดีเท่าไหร่นัก”

“ส้มโอเป็นคนพาคุณมัทมาที่ห้องค่ะ อย่าได้กังวลใจเลย”

“กี่โมงแล้วเหรอส้มโอ”

“สองทุ่มกว่าแล้วค่ะ คุณมัทหลับไปนานมาก” ถึงอยากจะลุกแต่เรี่ยวแรงหดหาย ปวดร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะภายในที่ชอกช้ำจากการถูกคนใจร้ายกระทำย่ำยีอย่างป่าเถื่อน คิดแล้วน้ำตาก็พากันไหลลงมาอย่างอดสู เมื่อไหร่จะครบหนึ่งปีตามกำหนดสักที เธอคิดถึงมารดาเหลือเกิน อยากไปหาท่านแต่กลัวว่าหากไปหาจะปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ รวมถึงร่องรอยอัปยศตามเนื้อตัวของเธอหากท่านเห็นคงได้ใจสลาย

“คุณมัทร้องไห้ทำไมคะ โถ...คนดีของส้มโอ ไม่เอานะคะ” คนมองอย่างส้มโอเห็นแล้วจะร้องไห้ตาม

“มัทอยากตาย แต่มัทตายไม่ได้ส้มโอ ยังมีคนข้างหลังรอมัทอยู่” มัทนาสะอื้นในลำคอ ไม่รู้ว่าต่อไปเธอจะพบเจอกับอะไรอีก หญิงสาวไม่โทษกวินทร์เพราะคนที่ผิดคือเธอ เธอและพศวิตตั้งใจหลอกลวงโกหกเขา บิดาสั่งให้เธอสวมรอยเป็นไลลา โทษทัณฑ์ที่เธอได้รับเกิดจากการที่กล้าโกหกเล่นแง่กับคนอย่างเขา ถือเสียว่าเธอเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม แต่อย่างน้อยยังได้ช่วยเหลือทุกคนในครอบครัว มัทนาบอกตัวเองให้คิดแบบนี้ดีกว่าน้อยใจในโชคชะตาที่ไม่เคยเข้าข้างเธอเลยสักนิด

‘การทำดีไม่ต้องไปป่าวประกาศให้คนอื่นได้รับรู้ ฟ้าท่านมีตา สักวันคนที่ทำดีจะต้องมีคนสังเกตเห็นเอง มัทจำเอาไว้นะลูก’

คำสอนของมารดายังคอยย้ำเตือนเธออยู่เสมอ

“ที่นี่คุณมัทก็ยังมีส้มโอกับป้านวลอยู่นะคะ”

“ขอบคุณมากนะส้มโอ ขอบคุณจริงๆ” มัทนาหลั่งน้ำตาออกมาและพยายามจะลุกขึ้นนั่ง โดยมีส้มโอคอยช่วยเหลือ

“คุณมัทรอส้มโอก่อนนะคะ ป้านวลทำโจ๊กไว้ให้ เดี๋ยวส้มโอไปยกมาให้คุณมัททานแล้วจะได้ทานยา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป